โดย human
Permalink

คำถาม ทราบมาว่ามีสองทรรศนะ เกี่ยวกับเรื่องหมดเวลาละหมาดอีชา

ทรรศนะแรก ว่าหมดเวลาตอนเที่ยงคืน  ทรรศนะที่สอง ว่าหมดเวลาตอนละหมาดซุบฮี่

1.อยากทราบหลักฐานจาก นบีและซอฮะบะ เกี่ยวกับทั้งสองทรรศนะด้วยครับ ทรรศนะไหนที่บรรดาซอฮะบะส่วนมากใช้ครับ และอุลามะปัจจุบันให้นำหนักกับทรรศนะไหนครับ 1.1ถ้ายึดทรรศนะหมดเวลาตอนเที่ยงคืนแล้วไปละหมาดหลังเที่ยงคืนจะถือว่าขาด ละหมาดเลยหรือไม่ครับ

ผู้ตอบ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

วันที่ตอบ 6 ม.ค. 52 (รายการอัศศิร้อฏ อัลมุสตะกีม)


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Permalink

คำถาม

2.คำถามสั้นๆ นะครับ แต่หะดิษค่อนข้างยาว แต่จะนำท่อนท้ายๆมาถามครับ หะดิษที่ว่า"ประชาชาติของท่าน(นบี) มีผู้คนจำนวนเจ็ดสิบพันคนอยู่กับพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะได้เข้าสวรรค์โดยไม่ต้องมีการสอบสวนใดๆ....<จนถึง>แล้ว ท่าน(นบี)ได้กล่าวว่า พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ไม่ขอให้ใครมาปัดเป่าให้ และไม่นาบรีดด้วยไฟ(ใน การเยียวยา)และไม่เชื่อในเรื่องลาง และต่อพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะมอบหมาย แล้ว  อุ๊กกาชะฮฺ อิบนฺ เมียะหฺศ็อน ได้ลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า ขอให้ท่านได้อ้อนวอนร้องขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ได้ทรงดลบันดาลให้ฉันได้เป็นคนหนึ่งจากพวกเขาด้วย ท่าน(นบี)กล่าวว่า ท่านเป็นคนหนึ่งจากพวกเขาแล้ว แล้วมีชายอีกคนหนึ่งได้ลุกขึ้นแล้วกล่าว่า ขอให้ท่านได้อ้อนวอนร้องขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ได้ทรงดลบันดาลให้ฉันได้เป็นคนหนึ่งจากพวกเขาด้วย ท่าน(นบี)ก็ได้กล่าวว่า อุ๊กกาชะฮฺได้ชิงท่านเอามันไปครองแล้ว"

คำถามคือ

2.1 การนาบรีดด้วยไฟ(ในการเยียวยา)นั้นคืออะไรครับ แล้วศาสนามีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ครับ

2.2 การขอให้ผู้อื่นมาปัดเป่าให้ สามารถทำได้ในบางกรณีใช่หรือไม่ครับเช่นถูกสัตว์มีพิษต่อย

2.3 ถ้าทั้งสองสิ่งนี้สามารถกระทำได้การละทิ้งทั้งสองสิ่งถือว่าประเสริฐกว่า ใช่หรือไม่ครับ จากหะดิษนี้ครับ

ผู้ตอบ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

วันที่ตอบ 6 ม.ค. 53 (รายการอัศศิร้อฏ อัลมุสตะกีม)


ทราบมาว่ามีสองทรรศนะ เกี่ยวกับเรื่องหมดเวลาละหมาดอีชา

ทรรศนะแรก ว่าหมดเวลาตอนเที่ยงคืน  ทรรศนะที่สอง ว่าหมดเวลาตอนละหมาดซุบฮี่

1.อยากทราบหลักฐานจาก นบีและซอฮะบะ เกี่ยวกับทั้งสองทรรศนะด้วยครับ ทรรศนะไหนที่บรรดาซอฮะบะส่วนมากใช้ครับ และอุลามะปัจจุบันให้นำหนักกับทรรศนะไหนครับ 1.1ถ้ายึดทรรศนะหมดเวลาตอนเที่ยงคืนแล้วไปละหมาดหลังเที่ยงคืนจะถือว่าขาดละหมาดเลยหรือไม่ครับ

2.คำถามสั้นๆ นะครับ แต่หะดิษค่อนข้างยาว แต่จะนำท่อนท้ายๆมาถามครับ หะดิษที่ว่า"ประชาชาติของท่าน(นบี) มีผู้คนจำนวนเจ็ดสิบพันคนอยู่กับพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะได้เข้าสวรรค์โดยไม่ต้องมีการสอบสวนใดๆ....<จนถึง>แล้วท่าน(นบี)ได้กล่าวว่า พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ไม่ขอให้ใครมาปัดเป่าให้ และไม่นาบรีดด้วยไฟ(ในการเยียวยา)และไม่เชื่อในเรื่องลาง และต่อพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะมอบหมาย แล้ว  อุ๊กกาชะฮฺ อิบนฺ เมียะหฺศ็อน ได้ลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า ขอให้ท่านได้อ้อนวอนร้องขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ได้ทรงดลบันดาลให้ฉันได้เป็นคนหนึ่งจากพวกเขาด้วย ท่าน(นบี)กล่าวว่า ท่านเป็นคนหนึ่งจากพวกเขาแล้ว แล้วมีชายอีกคนหนึ่งได้ลุกขึ้นแล้วกล่าว่า ขอให้ท่านได้อ้อนวอนร้องขอต่ออัลลอฮฺ ให้พระองค์ได้ทรงดลบันดาลให้ฉันได้เป็นคนหนึ่งจากพวกเขาด้วย ท่าน(นบี)ก็ได้กล่าวว่า อุ๊กกาชะฮฺได้ชิงท่านเอามันไปครองแล้ว"

คำถามคือ 2.1 การนาบรีดด้วยไฟ(ในการเยียวยา)นั้นคืออะไรครับ แล้วศาสนามีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ครับ 2.2 การขอให้ผู้อื่นมาปัดเป่าให้ สามารถทำได้ในบางกรณีใช่หรือไม่ครับเช่นถูกสัตว์มีพิษต่อย 2.3ถ้าทั้งสองสิ่งนี้สามารถกระทำได้การละทิ้งทั้งสองสิ่งถือว่าประเสริฐกว่าใช่หรือไม่ครับ จากหะดิษนี้ครับ