คำตักเตือนจากบรรดาสะลัฟในเรื่องตักวา
ดุอาอฺของท่านนบีในเรื่องตักวา
อิมามชาฟิอีได้สอนว่า "สิ่งที่มีน้อยมาก หายาก และมีเกียรติมากคือ....”
เราไม่เคยอยู่คนเดียว
หะดีษที่ 18
จากอบูซัรรฺ (ญุนดุบ บินญุนาดะฮฺ) และอบูอับดุรเราะฮฺมาน (มุอ๊าซ บินญะบัล) ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“จงยำเกรงอัลลอฮฺไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี มันย่อมลบล้างได้ และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยกริยามารยาทที่ดีงาม”
หะดีษนี้บันทึกโดยติรมิซีย์ ซึ่งกล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน และในต้นฉบับบางเล่ม (ของติรมิซีย์) กล่าวว่า เป็นหะดีษหะซันเศาะฮีฮฺ
وقال رجل ليونس بن عُبيد: أوصني ، فقال : أُوصيك بتقوى الله والإحسّان ، فإنَّ الله مَعَ الذين اتَّقَوا والَّذينَ هُمْ مُحسِنُون .
ชายคนนึงมาหาท่านยูนุส อิบนุอุบัย และขอให้ท่านสั่งเสีย ท่านจึงกล่าวว่า "ข้าพเจ้าฝาก(สอน)ท่านให้ยำเกรงอัลลอฮฺ และให้อยู่ในระดับอิหฺซาน แท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่กับบรรดาผู้ที่ยำเกรง และอยู่กับมุหฺสินีน)
وقال له رجل يُريدُ الحجَّ : أوصني ، فقال له : اتَّقِ الله ، فمن اتقى الله ، فلا وحشة عليه .
- จงยำเกรงอัลลอฮฺ ใครที่ยำเกรงอัลลอฮฺนั้นไม่เหงา
وقيل لرجل من التابعين عندَ موته : أوصنا ، فقال : أوصيكم بخاتمة سورةِ النحل : إِنَّ اللهَ مَعَ الَّذِينَ اتَّقَوْا وَالَّذِينَ هُمْ مُحْسِنُونَ .
- แท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่กับผู้มีตักวาและผู้ทำความดีอย่างประณีต (มุหฺสินีน)
وكتب رجلٌ من السَّلف إلى أخٍ له : أوصيكَ بتقوى الله ، فإنّها أكرم ما أسررتَ ، وأزينُ ما أظهرتَ ، وأفضلُ ما ادَّخرتَ ، أعاننا الله وإيَّاكَ عليها ، وأوجب لنا ولك ثوابَها .
ข้าพเจ้าฝากท่านให้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เป็นสิ่งที่มีเกียรติยิ่งที่ท่านสามารถรักษาไว้เป็นความลับและสิ่งสวยงามที่สุดเมื่อมันถูกเปิดเผย สิ่งที่ดีที่สุดที่ท่านจะสะสมตลอดชีวิตคือตักวา ขอต่ออัลลอฮฺทรงโปรดให้เราและท่านมีตักวา และให้เรามีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนของตักวานี้
وكتب رجلٌ منهم إلى أخٍ له : أُوصيكَ وأنفسَنا بالتقوى ، فإنَّها خيرُ زادِ الآخِرَةِ والأُولى ، واجعلها إلى كلِّ خيرٍ سبيلَك ، ومِن كلِّ شرٍّ مهرَبك ، فقد توكل الله لأهلها بالنجاة مما يحذرون ، والرزق من حيث لا يحتسبون
ฝากท่านและพวกเราให้ดำรงไว้ซึ่งตักวา เพราะตักวานั้นคือเสบียงที่ดีเลิศที่สุดทั้งในดุนยานี้และอาคิเราะฮฺ และจงทำให้ตักวาเป็นหนทางสู่ทุกเป้าหมายที่เป็นความดี และให้ตักวาคือเส้นทางของเราที่จะหลบหนีจากความเลวร้ายทุกประการ
อัลลอฮฺทรงรับรอง คนที่มีตักวานั้นพระองค์จะทรงให้เขาพ้นจากสิ่งที่เขาหวาดกลัว และจะให้เขาได้รับริสกีโดยที่เขาไม่ได้คาดหวัง (ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก)
وقال شعبة : كنتُ إذا أردتُ الخروجَ ، قلتُ للحكم : ألك حاجةٌ ، فقال أوصيك بما أوصى به النَّبيُّ معاذَ بنَ جبل : (( اتَّقِ الله حيثُما كُنتَ ، وأتْبِعِ السَّيِّئة الحَسَنة تَمحُها ، وخَالِقِ النَّاسَ بخُلُقٍ حَسَنٍ )) . وقد ثبت عن النَّبيِّ : أنَّه كان يقولُ في دعائه : (( اللَّهُمَّ إني أسألُك الهُدى والتُّقى والعِفَّةَ والغِنَى )) .
ชุอฺบะฮฺ (มีอาจารย์ชื่ออัลหะกัม) เมื่อจะเดินทางไปไหนจะไปหาอาจารย์และถามว่าจะสั่งเสียอะไรมั้ย ...อาจารย์เขาจะฝากหะดีษบทนี้ ที่ท่านนบีกล่าวกับมุอ๊าซ “จงยำเกรงอัลลอฮฺ....”
25.49 มีหะดีษว่าท่านนบี จะขอดุอาอฺว่า
(( اللَّهُمَّ إني أسألُك الهُدى والتُّقى والعِفَّةَ والغِنَى
"ข้าพเจ้าวอนขอต่อพระองค์ ให้พระองค์ได้โปรดประทานทางนำ(อัลหุดา) ความยำเกรง(อัตตุกอ) ความใจกว้าง (อัลอิฟฟะฮฺ) ความมั่งคั่ง (อัลฆินา) "
وقال أبو ذرٍّ : قرأ رسولُ الله هذه الآية : وَمَنْ يَتَّقِ اللهَ يَجْعَلْ لَهُ مَخْرَجاً ، ثم قال : (( يا أبا ذرٍّ لو أنَّ النَّاسَ كُلَّهم أخذوا بها لَكَفَتهم )) .
อบูซัรรบอกว่า ท่านนบี บอกว่า ถ้ามนุษย์ทั้งหลายปฏิบัติตามอายะฮฺนี้ ก็เพียงพอแล้ว(มีทางรอด) อายะฮฺนี้คือ وَمَنْ يَتَّقِ اللهَ يَجْعَلْ
لَهُ مَخْرَجاً ( - ผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงหาทางออกให้แก่เขา (อัฏเฏาะลาก 2)
فقوله : (( اتَّق الله حيثما كُنت )) مراده في السرِّ والعلانية حيث يراه الناسُ وحيث لا يرونه ، وقد ذكرنا من حديث أبي ذرٍّ : أنَّ النَّبيَّ قال له : (( أُوصيك بتقوى الله في سرِّ أمرك وعلانيته )) ،
وكان النَّبيُّ يقول في دعائه : (( أسألك خشيتَك في الغَيبِ والشَّهادة )) وخشية الله في الغيب والشهادة هي من المنجيات .
หะดีษอีกบทหนึ่ง ท่านนบีบอกกับอบูซัรรว่า ฉันฝากท่านในกิจการลับหรือเปิดเผย
31.0
#ดุอาอฺของท่านนบีบทหนึ่งมีสำนวนว่า
(( أسألك خشيتَك في الغَيبِ والشَّهادة ))
- อัสอะลุกะ ค็อชยะตะกะ ฟิลฆ็อยบิ วัชชะฮาดะฮฺ -
“ข้าพเจ้าขอต่อพระองค์ท่าน ได้โปรดให้ข้าพเจ้ายำเกรงพระองค์ทั้งโดยเร้นลับและเปิดเผย”
ข้าพเจ้าวอนขอต่อพระองค์ ให้พระองค์ได้โปรดประทานทางนำ(อัลหุดา) ความยำเกรง(อัตตุกอ) ความใจกว้างความมั่งคั่ง (อัลอิฟฟะ)
- การยำเกรงอัลลอฮฺในเชิงลับและเปิดเผย เป็นเหตุให้รอดพ้นในปัญหาต่างๆ
وهذا هو السببُ الموجب لخشية الله في السر ، فإنَّ مَنْ عَلِمَ أنَّ الله يراه حيث كان ، وأنَّه مُطَّلعٌ على باطنه وظاهره ، وسرِّه وعلانيته، واستحضر ذلك في خلواته ، أوجب له ذلك تركَ المعاصي في السِّرِّ ، وإلى هذا المعنى الإشارةُ في القرآن بقوله : وَاتَّقُوا اللهَ الَّذِي تَسَاءلُونَ بِهِ وَالأَرْحَامَ إِنَّ اللهَ كَانَ عَلَيْكُمْ رَقِيباً .
- จงละอายต่ออัลลอฮฺ เปรียบเสมือนท่านละอายต่อผู้ใหญ่คนหนึ่งในครอบครัวของท่าน -- นี่คือสิ่งที่จะทำให้เราตักวาต่ออัลลอฮฺในเชิงลับ ใครที่รู้ว่าอัลลอฮฺทรงเห็นเขาในทุกสถานที่ และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในความลับและเปิดเผยของเรา สิ่งที่อื่นเห็นหรือไม่เห็น แล้วพยายามรำลึกประเด็นนี้ขณะอยู่ตามลำพัง จะทำให้เราละทิ้งความชั่วขณะอยู่คนเดียว
- และจงยำเกรงอัลลอฮฺที่พวกเจ้าต่างขอกัน ด้วยพระองค์ และพึงรักษาเครือญาติ แท้จริงอัลลอฮฺทรงสอดส่องดูพวกเจ้าอยู่เสมอ (อันนิซาอฺ 1)
كان بعضُ السَّلف يقولُ لأصحابه : زهَّدنا الله وإيَّاكم في الحرام زهد مَنْ قَدَرَ عليه في الخلوة ، فَعَلِم أنَّ الله يراه ، فتركه من خشيته ، أو كما قال .
สะลัฟท่านหนึ่งจะกล่าวกับเพื่อนของเขาว่า : ขอให้เรามีความสมถะ ละเว้นความชั่ว(สิ่งหะรอม) โดยความสมถะนั้นมีความเข้มข้นที่จะมีอิทธิพลขณะอยู่โดยลำพัง โดยรู้(หรือรู้สึก)ว่าอัลลอฮตะอาลาทรงเห็น จึงทิ้งสิ่งหะรอมเนื่องด้วยความยำเกรงอัลลอฮฺตะอาลา
وقال الشافعي : أعزُّ الأشياء ثلاثة : الجودُ من قِلَّة ، والورعُ في خَلوة ، وكلمةُ الحقِّ عند من يُرجى ويُخاف .
อิมามชาฟิอีได้สอนว่า "สิ่งที่มีน้อยมาก หายาก และมีเกียรติมากคือ คนทีใจบุญแต่ยากจน, ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ(วะเราะอฺ)ในเชิงลับ, และพูดความจริงในสองกรณี 1-ต่อคนที่น่ากลัว(มีอำนาจ) 2-ต่อบุคคลที่เรามีความหวังต่อเขา (เช่นคนที่จะให้ซะกาตให้เงินเราหรือคนที่เราจะแต่งงานด้วย)"
ประโยชน์จากการศึกษาเรื่องราวของเศาะฮาบะฮฺ – ทำให้เรารู้สึกต่ำต้อย (ไม่โอหัง ตะกับบุร) -- ละหมาด 11 /21
وكتب ابنُ السَّماك الواعظ إلى أخٍ له : أما بعدُ ، أُوصيكَ بتقوى الله الذي هو نَجِيُّكَ في سريرتك ورقيبُك في علانيتك ، فاجعلِ الله من بالك على كُلِّ حالك في ليلك ونهارك ، وخفِ الله بقدر قُربه منك ، وقُدرته عليك ، واعلم أنَّك بعينه ليس تَخرُجُ من سلطانه إلى سلطان غيره ولا من ملكه إلى مُلك غيره، فليعظم منه حَذَرُك، وليكثر منه وَجَلُكَ والسلام .
มีอุละมาอฺท่านหนึ่งเป็นนักบรรยาย เขียนจดหมายถึงพี่น้องเขาว่า "ขอฝากกับท่านให้ตักวาต่ออัลลอฮฺ ซึ่งเป็นผู้อยู่กับท่านเมื่อท่านอยู่โดยลำพัง จงรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างสม่ำเสมอในทุกวาระ(ทุกกรณี) ยามกลางวันและกลางคืน จงยำเกรงอัลลอฮฺโดยใช้เครื่องวัดในการให้มีปริมาณเท่ากับที่ท่านรู้สึกว่าอัลลอฮฺใกล้ชิดกับท่าน และยำเกรงอัลลอฮฺเท่ากับที่ท่านรู้สึกในพระอำนาจของพระองค์ต่อท่าน พึงรู้ด้วยว่าท่านอยู่ในสายตาของอัลลอฮฺ ไม่สามารถออกนอกอำนาจ(การครอบครงอของพระองค์ไปสู่การครอบครองของผู้อื่นแต่อย่างใด ดังนั้นจงระมัดระวังต่ออัลลอฮฺอย่างมาก และจงยำเกรง(หวาดกลัว)ต่ออัลลอฮฺอย่างมากมาย"
وقال أبو الجلد : أوحى الله تعالى إلى نبيٍّ من الأنبياء : قُلْ لقومك : ما بالكم تسترون الذنوبَ من خلقي ، وتُظهرونها لي ، إنْ كنتم ترون أني لا أراكم ، فأنتم مشركون بي ، وإنْ كنتم تَرَونَ أني أراكم فلم جعلتموني أهونَ الناظرين إليكم ؟
อบุลญะลัด(สะลัฟคนหนึ่ง) กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงวะฮยฺแก่ท่านนบี ให้ท่านนบีไปบอกกับกลุ่มชนของท่านว่า “พวกท่านปกปิดความเลวของพวกท่านไม่ให้ใครเห็น แล้วมาเผยให้อัลลอฮฺเห็นกระนั้นหรือ (ถ้าพวกท่านนึกว่าอัลลอฮฺไม่เห็น ก็เท่ากับปฏิเสธอัลลอฮฺอยู่” แต่ถ้าพวกท่านตระหนัก(เชื่อ)ว่า อัลลอฮฺเห็นแล้ว ทำไมจึงทำประหนึ่งว่าสายตาของอัลลอฮฺนั้นไม่น่าเกรงใจเลย...
51.1
وكان وهيبُ بن الورد يقول : خَفِ الله على قدر قدرته عليك ، واستحي منه على قدر قُربه منك ، وقال له رجل : عِظني ، فقال : اتَّقِ الله أنْ يكونَ أهونَ الناظرين إليك . وكان بعضُ السَّلف يقول : أتراك ترحم مَنْ لم تقرَّ عينيه بمعصيتك حتَّى علم أنْ لا عين تراه غيرك ؟
ชายคนหนึ่งมาบอกกับวุฮัยบฺว่า จงยำเกรงอัลลอฮฺ มากกว่าสายตาของมนุษย์....สลัฟคนหนึ่งกล่าวว่า โอ้อัลลอฮฺ พระองค์จะเมตตาฉันไหม ที่ฉันตระหนักว่าฉันไม่สามารถฝ่าฝืน(ทำความชั่ว)เพราะไม่มีที่ใดที่จะพ้นจากสายตาพระองค์
وقال بعضُهم : ابنَ آدم إنْ كنتَ حيث ركبتَ المعصية لم تَصْفُ لك مِن عينٍ ناظرةٍ إليك ، فلما خلوتَ بالله وحده صَفَتْ لك معصيتُهُ ، ولم تستحي منه حياءك من بعض خلقه ، ما أنت إلا أحدُ رجلين : إنْ كنت ظننتَ أنَّه لا يراك ، فقد كفرتَ ، وإنْ كنت علمتَ أنَّه يراك فلم يمنعك منه ما منعك مِن أضعف خلقه لقد اجترأت عليه .
52.14
สลัฟท่านหนึ่งกล่าวว่า "ลูกหลานอาดัมเอ๋ย ทีทำความชั่วและมีคนเห็น (แต่อัลลอฮฺเห็น) ไม่มีความสุข แต่เมื่อทำความชั่วและไม่มีคนเห็น แต่อัลลอฮฺเห็น กลับรู้สึกว่ามีความสุข (เพราะไม่มีคนเห็น) โดยที่ไม่ละอายอัลลอฮฺ เสมือนละอายคนๆหนึ่ง ในสภาพนี้ ถ้าเชื่อว่าอัลลอฮฺไม่เห็น ก็แสดงว่าปฏิเสธพระองค์ แต่ถ้าเชื่อว่าอัลลอฮฺเห็น (แล้วยังกล้าทำผิด) ก็แสดงว่าท่านละเมิดอัลลอฮฺอย่างชัดเจน"
دخل بعضُهم غَيضةً ذات شجر ، فقال : لو خلوتُ هاهنا بمعصيةٍ مَنْ كان يراني ؟ فسمع هاتفاً بصوت ملأ الغَيْضَةَ : أَلا يَعْلَمُ مَنْ خَلَقَ وَهُوَ اللَّطِيفُ الْخَبِيرُ .
มีคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในป่าและพูดว่า ถ้าฉันทำความชั่ว ใครจะเห็นล่ะ ก็มีเสียงดังขึ้นว่า พระองค์จะไม่รู้หรือในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ทรงละเอียดอ่อนและรอบรู้ในทุกประการ
راود بعضُهم أعرابيةً ، وقال لها : ما يرانا إلا الكواكبُ ، قالت : فأين مُكوكِبُها ؟
ชาวอะรอบียฺ(อาหรับชนบท)ไปจีบผู้หญิงและเชิญชวนทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขาพูดว่า ไปตรงนั้นเถอะ ไม่มีใครเห็นนอกจากดวงดาว ผู้หญิงถามว่า แล้วพระเจ้าของดวงดาวล่ะ?
رأى محمد بن المنكدر رجلاً واقفاً مع امرأة يُكلمها فقال : إنَّ الله يراكما سترنا الله وإياكما .
- มุฮัมมัด อิบนุลมุงกะดิร (ตาบิอิตตาบิอีน, เมื่อละหมาดจะไม่รู้เรื่องอะไรรอบตัวเลย) เห็น ชญ ยืนคุยกัน ก็บอกกับเขาว่า "นี่ท่านสองคน อัลลอฮฺกำลังมองท่าน ขอให้อัลลอฮฺปกปิดความชั่วนี้เถิด"
قال الحارثُ المحاسبي : المراقبةُ علمُ القلب بقرب الربِّ . وسُئِل الجنيد بما يُستعانُ على غضِّ البصر ، قال : بعلمك أنَّ نظر الله إليك أسبق من نظرك إلى ما تنظره . وكان الإمامُ أحمد يُنشِدُ :
إذا ما خَلَوْتَ الدَّهرَ يوماً فلا تَقُلْ : ولا تَحْسَبَنَّ الله يَغْفُلُ سَاعةً خَلَوتُ ولكِنْ قُلْ : عَلَيَّ رَقِيبُ ولا أنَّ ما يَخْفَى عَلَيْهِ يَغِيبُ
อย่าคิดว่าอัลลอฮฺจะเผลอจากท่านแม้แต่น้อย และอย่าคิดว่าสิ่งที่ท่านปกปิด อัลลอฮฺจะไม่รู้
وكان ابنُ السَّماك ينشد : يا مُدمِنَ الذَّنْبِ أما تَستَحِي غَرَّكَ مِنْ رَبِّكَ إمْهَالُهُ والله في الخَلْوَةِ ثَانِيكَا وستْرُهُ طولَ مَساوِيكَا
โอ้ผู้ที่ทำความชั่วตลอด เจ้าไม่ละอายหรือ อัลลอฮฺเป็นผู้ที่สองที่อยู่กับท่าน เราไม่หลงตามโอกาสที่อัลลอฮฺให้กับเรากระนั้นหรือ หลงกับการที่อัลลอฮฺปกปิดความชั่วให้แก่ท่านกระนั้นหรือ
والمقصود : أنَّ النَّبيَّ لما وصَّى معاذاً بتقوى الله سِرَّاً وعلانيةً ، أرشده إلى ما يُعينه على ذلك وهو أنْ يستحييَ من الله كما يستحيي من رجلٍ ذي هيبةٍ من قومه . ومعنى ذلك : أنْ يستشعِرَ دائماً بقلبه قُرْبَ الله منه واطلاعه عليه فيستحيي من نظره إليه .
وقد امتثل معاذٌ ما وصَّاه به النَّبيُّ ، وكان عمر قد بعثه على عَمَلٍ ، فقدم وليس معه شيء، فعاتبته امرأتُه ، فقال : كان معي ضاغط ، يعني : من يُضيق عليَّ ، ويمنعني من أخذ شيءٍ ، وإنَّما أراد معاذ ربَّه ، فظنت امرأتُه أنَّ عُمَر بعث معه رقيباً ، فقامت تشكوه إلى النَّاس .
ท่านมุอ๊าซเคยเป็นผู้ปกครองยะมัน เมื่อออกแล้วไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย ภรรยาก็ตำหนิ และนึกว่าท่านอุมัรให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีอยู่กับมุอ๊าซตลอด ท่านจึงบอกภรรยาว่า อัลลอฮฺทรงอยู่ตลอด (และท่านอุมัรก็เข้มงวดมาก)
ومن صار له هذا المقام حالاً دائماً أو غالباً ، فهو من المحسنين الذين يعبدون الله كأنَّهم يرونه ، ومن المحسنين الذين يجتنبون كبائرَ الإثم والفواحِشَ إلا اللممَ .
وفي الجملة فتقوى الله في السرِّ هو علامةُ كمالِ الإيمانِ ، وله تأثيرٌ عظيم في إلقاء الله لصاحبه الثناءَ في قلوب المؤمنين . وفي الحديث : (( ما أَسَرَّ عبدٌ سَريرةً إلا ألبسه الله رِدَاءها علانيةً إنْ خيراً فخيرٌ ، وإنْ شراً فشرٌّ )) رُوي هذا مرفوعاً ، ورُوي عن ابن مسعودٍ من قوله .
وقال أبو الدرداء : لِيَتَّقِ أحدُكم أنْ تلعنه قلوبُ المؤمنين وهو لا يشعر ، يخلو بمعاصي الله ، فيلقي الله له البغضَ في قلوب المؤمنين .
จงระมัดระวังอย่าให้หัวใจของผู้ศรัทธา สาปแช่งเขาโดยไม่รู้ตัว ทำชั่วต่ออัลลอฮฺ โดยอ้างว่าไม่มีใครเห็น อัลลอฮฺก็จะได้บรรดามุอฺมินโกรธเขา
قال سليمانُ التيميُّ : إنَّ الرجل لَيُصيب الذنبَ في السرِّ فيصبح وعليه مذلتُه، وقال غيره : إنَّ العبد ليذنب الذنب فيما بينه وبينَ الله ، ثم يجيءُ إلى إخوانه ، فيرون أَثَرَ ذلك عليه ، وهذا مِن أعظم الأدلة على وجودِ الإِله الحقِّ المجازي بذرَّات الأعمال في الدنيا قبل الآخرة ، ولا يضيع عندَه عملُ عاملٍ ، ولا ينفع من قدرته حجاب ولا استتار، فالسعيدُ مَنْ أصلح ما بينَه وبينَ الله، فإنَّه من أصلح ما بينه وبينَ الله أصلح الله ما بينه وبين الخلق، ومن التمس محامدَ الناسِ بسخط الله ، عاد حامده من النَّاس له ذاماً .
- เมื่อทำความผิดลับๆ มันจะปรากฏบนใบหน้าของเขา
- ใครที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลลอฮฺดี อัลลอฮฺก็จะให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมนุษย์ดีด้วย, ใครที่แสวงหาการสรรเสริญจากมนุษย์ด้วยการทำความชั่วให้อัลลอฮฺโกรธกริ้วนั้น คนที่เคยสรรเสริญก็จะกลับมาตำหนิเขา
قال أبو سليمان : الخاسرُ من أبدى للناس صالح عمله ، وبارز بالقبيح من هو أقربُ إليه من حبل الوريد .
คนที่ขาดทุนคือ ทำดีให้คนดู แต่ความชั่วปิดเป็นความลับ (ท้าทายอัลลอฮฺ)
ومِنْ أعجب ما رُوي في هذا ما رُوي عن أبي جعفر السائح قال : كان حبيبٌ أبو محمد تاجراً يَكْرِي الدراهمَ ، فمرَّ ذات يوم ، فإذا هو بصبيان يلعبون ، فقال بعضهم لبعض : قد جاء آكِلُ الربا ، فنكس رأسه ، وقال : يا ربِّ ، أفشيت سرِّي إلى الصبيان ، فرجع فجمع ماله كُلَّه ، وقال : يا ربِّ إنِّي أسيرٌ ، وإني قد اشتريتُ نفسي منك بهذا المال فاعتقني ، فلما أصبح ، تصدَّق بالمال كلّه وأخذ في العبادة ، ثم مرَّ ذات يوم بأولئك الصبيان ، فلما رأوه قال بعضهم لبعض : اسكتوا فقد جاء حبيبٌ العابد ، فبكى وقال : يا ربّ أنتَ تذمّ مرَّةً وتحمد مرَّةً ، وكله من عندك .
อิบนุร่อจับ - เรื่องที่แปลกมากที่มีรายงานในประวัติศาสตร์ อบูยะอฺฟัร อัซซาอิหฺ ได้เล่าว่า
หะบี๊บ อบูมุฮัมมัด ทำธุรกิจให้เช่าเงิน (ปล่อยเงินกู้เพื่อกินดอกเบี้ย)
ครั้งหนึ่งเขาเดินผ่านเด็กๆที่กำลังเล่นกันอยู่ เด็กพูดว่า มาแล้วๆ คนที่มันกินดอกเบี้ยมาแล้ว เขาก็ก้มหน้าด้วยความอายและกล่าวว่า "โอ้อัลลอฮฺ ความชั่วของฉันถูกเปิดเผย กระทั่งเด็กๆ เอามาล้อเลียน"
เขากลับบ้านไปเก็บทรัพย์สินทั้งหมดและขอดุอาอฺว่า "โอ้อัลลอฮฺ ข้าพเจ้าถือว่าตัวเองเป็นเชลยศึกคนหนึ่ง ขอซื้อตัวข้าพเจ้าให้พ้นจากความเป็นเชลยศึกด้วยทรัพย์สินทั้งหมดนี้" ตื่นเช้าก็นำทรัพย์สินทั้งหมดไปแจกและเริ่มขยันทำอิบาดะฮฺ
เมื่อเดินทางผ่านซอยเดิมที่เด็กๆ เล่นกันอยู่ เด็กๆก็พูดว่า เงียบๆ หะบี๊บซึ่งเป็นคนขยันทำอิบาดะฮฺมาแล้ว หะบี๊บก็ร้องไห้และกล่าวว่า "โอ้อัลลอฮฺ พระองค์ท่านครั้งนึงก็ตำหนิ ครั้งนึงก็ยกย่อง ทั้งหมดมาจากพระองค์ท่านฮฺทั้งสิ้น" -- คืออัลลอฮฺอบรมสั่งสอนเขา
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 370 views