โดย dp6admin
หัวข้อเรื่อง
ทัศนะที่ 2 ความดีที่จะลบล้างความชั่วคือความดีทุกชนิด
ความดีที่จะลบล้างความชั่วได้ คืออะไร ?
เงื่อนไขของการเตาบัตตัว
ใครที่เตาบัตตัวถูกต้อง อัลลอฮฺจะรับแน่นอน
ละหมาด สามารถลบล้างความชั่วได้
สถานที่
บ้านทองทา บางกอกน้อย
วันที่บรรยาย
ความยาว
81.00 นาที
มีวีดีโอ
ไม่มี
คลิ้กเพื่อรับฟัง/ดาวน์โหลด (คลิ้กขวา บันทึกเป็น.../Save as...)
รายละเอียด

الْحَدِيْثُ الثَّامِنَ عَشَرَ

عَنْ أَبِي ذَرٍّ جُنْدُب ابْنِ جُنَادَةَ وَأَبِي عَبْدِ الرَّحْمنِ مَعَاذِ بْنِ جَبَلٍ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمَا  عَنْ رَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ  قَالَ :
(( اتَّقِ اللهَ حَيْثُمَا كُنْتَ ، وَأَتْبِعِ السَّيِّئَةَ الْحَسَنَةَ تَمْحُهَا ، وَخَالَقِ النَّاسَ بِخُلُقٍ حَسَنٍ ))
رَوَاهُ التِّرْمِذِيُّ  وَقَالَ : حَدِيْثٌ حَسَنٌ ، وَفِي بَعْضِ النُّسَخِ حَسَنٌ صَحِيْحٌ .

หะดีษที่ 18
จากอบูซัรรฺ (ญุนดุบ บินญุนาดะฮฺ) และอบูอับดุรเราะฮฺมาน (มุอ๊าซ บินญะบัล) ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา จาก ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
"จงยำเกรงอัลลอฮฺไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี มันย่อมลบล้างได้ และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยกริยามารยาทที่ดีงาม”

หะดีษนี้บันทึกโดยติรมิซีย์ ซึ่งกล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน และในต้นฉบับบางเล่ม (ของติรมิซีย์) กล่าวว่า เป็นหะดีษหะซันเศาะฮีฮฺ


ความดีที่จะลบล้างความชั่วได้ คืออะไร ?
ทัศนะ 1 ต้องเตาบัต (การกลับเนื้อกลับตัว) ความดีนั้นจึงจะลบล้างความชั่วได้
ทัศนะ 2 ความดีใดๆ ก็สามารถลบล้างความชั่วได้

-  การลบล้างความผิด(ไถ่โทษ)ของบนีอิสรออีล
- อัลลอฮฺให้โอกาสมุสลิมได้เตาบัตตัว และไม่ถูกประจาน

وقال أبو جعفر الرازي ، عن الربيع بن أنس ، عن أبي العالية قال : قال رجلٌ : يا رسولَ الله لو كانت كفاراتُنا ككفاراتِ بني إسرائيل ، فقال النَّبيُّ  
: (( اللهمَّ لا نبغيها - ثلاثاً - ما أعطاكم الله خيرٌ مما أعطى بني إسرائيل ، كانت بنو إسرائيل إذا أصاب أحدهم الخطيئة ، وجدها مكتوبةً على بابه وكفارَتها ، فإنْ كفَّرها كانت خزياً في الدنيا ، وإنْ لم يكفِّرها كانت له خزياً في الآخرة ، فما أعطاكم الله خيرٌ مما أعطى بني إسرائيل قال :  وَمَنْ يَعْمَلْ سُوءاً أَوْ يَظْلِمْ نَفْسَهُ ثُمَّ يَسْتَغْفِرِ اللهَ يَجِدِ اللهَ غَفُوراً رَحِيماً   .

ชายคนนึงบอกกับท่านนบี "โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ถ้าการไถ่โทษของเราเหมือนบนีอิสรออีล ? 
ท่านนบีตอบว่า "โอ้อัลลอฮฺเราไม่เอาๆ สิ่งที่อัลลอฮฺให้แก่พวกท่านย่อมดีกว่าที่ให้แก่บนีอิสรออีล การไถ่โทษของบนีอิสรออีล ถ้าใครได้ทำความชั่ว เช้าอีกวันมันจะบันทึกหน้าประตูบ้านและระบุการไถ่โทษ"

"และผู้ใดที่กระทำความชั่วหรืออธรรมแก่ตัวเอง แล้วเขาขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เขาก็จะพบว่าอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงอภัยโทษเป็นผู้ทรงเมตตา" (อันนิซาอฺ 110) 
- อัลลอฮฺให้โอกาสมุสลิมได้เตาบัตตัว และไม่ถูกประจาน

وقال ابن عباس في قوله تعالى:  وَمَا جَعَلَ عَلَيْكُمْ فِي الدِّينِ مِنْ حَرَجٍ ، قال : هو سعةُ الإسلامِ ، وما جعل الله لأمة محمد من التوبة والكفارة .

"และพระองค์มิได้ทรงทำให้เป็นการลำบากแก่พวกเจ้าในเรื่องของศาสนา"(อัลฮัจญฺ 78) 
อิบนุอับบาส - นั่นคือความกว้างขวางของอิสลาม อัลลอฮฺเปิดโอกาสให้ประชาชาติของนบีมุฮัมมัดกลับตัวและไถ่โทษ

เงื่อนไขของการเตาบัตตัว (ความผิดระหว่างเรากับอัลลอฮฺ)
1- ละเว้นการทำชั่วนั้น, สถานที่ทำชั่ว, บุคคลที่สนับสนุนการทำชั่ว
2- ตั้งว่าจะไม่ทำชั่วอีก
3- เสียใจ
4- ถ้าเป็นความผิดต่อมนุษย์ ต้องแก้ไขในสิทธิต่อมนุษย์ เช่น ขอมะอัฟ, ถ้าขโมย ก็คืนของให้เขา

หลักฐานสนับสนุนว่า "ใครที่เตาบัตตัวถูกต้อง อัลลอฮฺจะรับเตาบัตแน่นอน"

وظاهر هذه النصوص تدلُّ على أنَّ من تاب إلى الله توبةً نصوحاً ، واجتمعت شروطُ التوبة في حقه، فإنَّه يُقطع بقبولِ الله توبته ، كما يُقطع بقبول إسلام الكافر إذا أسلم إسلاماً صحيحاً ، وهذا قولُ الجمهور ، وكلامُ ابن عبدِ البرِّ يدلُّ على أنَّه إجماع .
ومِنَ الناسِ مَنْ قال : لا يقطع بقبول التوبة ، بل يُرجى ، وصاحبُها تحت المشيئة وإنْ تاب ، واستدلوا بقوله :  إِنَّ اللهَ لا يَغْفِرُ أَنْ يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَنْ يَشَاء 

- ใครที่กลับตัวอย่างบริสุทธิ์ใจและปฏิบัติตตามเงื่อนไขทุกประการ สามารถยืนยันได้ว่าอัลลอฮฺรับเตาบัตแน่นอน ดังที่เราฟันธงได้ว่าคนเข้ารับอิสลามถูกต้อง  ก็เป็นมุสลิมแน่นอน
- ซัยดฺ อัลค็อยร ทำน้อยได้มาก
- หวังว่าอัลลอฮฺจะรับเตาบัต

فجعل الذنوبَ كُلَّها تحت مشيئته ، وربما استدلَّ بمثل قوله تعالى :  يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا تُوبُوا إِلَى اللهِ تَوْبَةً نَصُوحاً عَسَى رَبُّكُمْ أَنْ يُكَفِّرَ عَنْكُمْ سَيِّئَاتِكُمْ  ، وبقوله :  فَأَمَّا مَنْ تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ صَالِحاً فَعَسَى أَنْ يَكُونَ مِنَ الْمُفْلِحِينَ  ، وقوله : وَتُوبُوا إِلَى اللهِ جَمِيعاً أَيُّهَا الْمُؤْمِنُونَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ  ، وقوله :  وَآخَرُونَ اعْتَرَفُوا بِذُنُوبِهِمْ خَلَطُوا عَمَلاً صَالِحاً وَآخَرَ سَيِّئاً عَسَى اللهُ أَنْ يَتُوبَ عَلَيْهِمْ  .

والظاهر أنَّ هذا في حقِّ التائبِ ؛ لأنَّ الاعترافَ يقتضي الندم ، وفي حديث عائشة ، عن النَّبيِّ  قال : (( إنَّ العبد إذا اعترف بذنبه ، ثم تابَ تاب الله  عليه )) ، والصحيح قولُ الأكثرين .
- ท่านบีกล่าวว่า "บ่าวของอัลลอฮฺ ถ้าสารภาพในความผิดและเตาบัต อัลลอฮฺจะรับเตาบัตของเขา"

وهذه الآيات لا تدلُّ على عدم القطع ، فإنَّ الكريمَ إذا أطمع ، لم يقطع  من رجائه المطمع ، ومِنْ هنا قال ابنُ عباس : إنَّ (( عسى )) من الله واجبة ،  نقله عنه عليُّ بن أبي طلحة . وقد ورد جزاءُ الإيمان والعمل الصالح بلفظ  : (( عسى )) أيضاً ، ولم يدلَّ ذلك على أنَّه غيرُ مقطوع به ، كما في قوله  :  إِنَّمَا يَعْمُرُ مَسَاجِدَ اللهِ مَنْ آمَنَ بِاللهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ وَأَقَامَ الصَّلاةَ  وَآتَى الزَّكَاةَ وَلَمْ يَخْشَ إِلاَّ اللهَ فَعَسَى أُولَئِكَ أَنْ يَكُونُوا مِنَ  الْمُهْتَدِينَ  . 

- คนที่ใจบุญ จะเปิดโอกาสให้คนมาหาเขา เขาจะไม่ทำให้คนหมดหวัง ยินดีช่วยทุกคนที่มาหาเขา -- แต่อัลลอฮฺยิ่งใหญ่กว่านั้น อัลลอฮฺทรงใจบุญกว่า
- คำว่า (( عسى )) - อะซา (หวังว่า) - ที่อัลลอฮฺกล่าว หมายถึง จำเป็นต้องให้ (อัลลอฮฺให้แน่นอน)

ความดีที่จะลบล้างความชั่วได้ คืออะไร ?
ทัศนะ 2 ความดีใดๆ ก็สามารถลบล้างความชั่วได้ (แม้ว่าจะไม่เตาบัต) - หะดีษที่สนับสนุนทัศนะนี้ มีดังนี้

وأما قوله :  وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَنْ يَشَاءُ  ، فإنَّ التائب ممن شاء أنْ يغفرَ له ، كما أخبر بذلك في مواضعَ كثيرةٍ من كتابه .

وقد يُراد بالحسنة في قول النَّبيِّ  : (( أتبع السَّيِّئة الحسنة )) ما هو أعمُّ من التوبة ، كما في قوله تعالى :  وَأَقِمِ الصَّلاةَ طَرَفَيِ النَّهَارِ وَزُلَفاً مِنَ اللَّيْلِ إِنَّ الْحَسَنَاتِ يُذْهِبْنَ السَّيِّئَاتِ  ، وقد رُوي من حديث معاذ أنَّ الرجل الذي نزلت بسببه هذه الآية أمره النَّبيُّ  أنْ يتوضَّأ ويُصلِّي .

وخرَّج الإمامُ أحمدُ ، وأبو داود ، والترمذي ، والنسائي ، وابنُ ماجه من حديث أبي بكر الصدِّيق  ، عن النَّبيِّ  قال : (( مَا مِنْ رَجُلٍ يُذنِبُ ذنباً ، ثمَّ يقومُ فيتطهَّر ، ثمَّ يُصلِّي ، ثمَّ يستغفر الله إلاَّ غَفَرَ الله له )) ثم قرأ هذه الآية :  وَالَّذِينَ إِذَا فَعَلُوا فَاحِشَةً أَوْ ظَلَمُوا أَنْفُسَهُمْ ذَكَرُوا اللهَ فَاسْتَغْفَرُوا لِذُنُوبِهِمْ .

ท่านนบี  "ไม่มีคนหนึ่งคนใดที่ได้ทำความผิด แล้วเขาได้ลุกขึ้นอาบน้ำละหมาด และละหมาด แล้วเขาได้ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เว้นแต่อัลลอฮฺจะอภัยโทษอย่างแน่นอน" แล้วท่านนบีได้อ่านอายะฮฺ 
3:135 บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วใด ๆ หรือ อยุติธรรมแก่ตัวเองแล้ว พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮ์ แล้วขออภัยโทษในบรรดาความผิดของพวกเขา

51.48
وفي " الصحيحين "  عن عثمانَ : أنَّه توضأ ، ثم قال : رأيتُ رسولَ الله  توضأ نحو وضوئي هذا ثم قال : (( مَنْ توضَّأ نحو وضوئي هذا ثم صلَّى ركعتين لا يُحدِّثُ فيهما نفسَه ، غُفِرَ له ما تقدَّمَ من ذنبه )) .
ท่านอุษมานอาบน้ำละหมาดแล้วกล่าวว่า "ฉันได้เห็นท่านนบีอาบน้ำละหมาดเช่นที่ฉันได้ทำนี้ แล้วกล่าวว่า "ใครที่อาบน้ำละหมาดเหมือนฉัน(ท่านนบี) แล้วละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ โดยเขาไม่พูดคุยกับตัวเองในการละหมาด (คือไม่นึกเรื่องอื่นในละหมาด) อัลลอฮจะอภัยโทษในความผิดของเขา"

- ความสำคัญของการศึกษาวิธีอาบน้ำละหมาดของท่านนบีอย่างละเอียด 
- การเช็ดศีรษะ ท่านนบีทำอย่างไร ?

وفي " مسند الإمام أحمد "  عن أبي الدرداء قال : سمعتُ رسولَ الله  يقول : (( مَنْ توضَّأ فأحسنَ الوضوءَ ، ثمَّ قام فصلَّى ركعتين أو أربعاً يُحسِنُ فيهما الركوعَ والخشوعَ ، ثمَّ استغفرَ الله غُفِرَ له )) .
ในบันทึกของอิมามอะหมัด อบูดดัรดาอฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺกล่าวว่า "ใครที่อาบน้ำละหมาดอย่างดี แล้วละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ หรือ 4 ร็อกอะฮฺ โดยให้รุกูอฺและมีคุชูอฺอย่างสมบูรณ์ อัลลอฮฺจะอภัยโทษให้แก่เขา"

وفي " الصحيحين "  عن أنس قال : كُنتُ عندَ النَّبيِّ  ، فجاء رجل ، فقال : يا رسولَ الله إني أصبتُ حداً ، فأقمه عليَّ ، قال : ولم يسأله عنه ، فحضرتِ
ในบันทึกของบุคอรีและมุสลิม ท่านอนัส อิบนุมาลิกได้กล่าวว่า ชายคนหนึ่งมาหาท่านนบีและกล่าวว่า "ท่านนบีครับ ผมได้ทำบาปใหญ่ที่ต้องลงโทษ ขอให้ท่านนบีเฆี่ยนผมตามกฎหมายอิสลามด้วยเถิด"
(ท่านนบีไม่ได้ถามว่าเขาได้ทำอะไร) ท่านนบีเงียบและปล่อย

 
الصلاةُ فصلى مع النَّبيِّ  ، فلما قضى النَّبيُّ  الصلاةَ قام إليه الرجلُ فقال : يا رسول الله إنِّي أصبت حداً ، فأقم فيَّ كتاب الله ، قال : (( أليس قد صلَّيت معنا ؟ )) قال : نعم ، قال : (( فإنَّ الله قد غَفَرَ لك ذنبك - أو قال : - حدَّك )) ، وخرَّجه مسلم بمعناه من حديث أبي أمامة ، وخرَّجه ابنُ جرير الطبري من وجه آخر عن أبي أُمامة ، وفي حديثه قال : (( فإنَّك مِنْ خطيئتك كما ولدتك أمُّك فلا تَعُدْ )) ، وأنزل الله :  وَأَقِمِ الصَّلاةَ طَرَفَيِ النَّهَارِ وَزُلَفاً مِنَ اللَّيْلِ إِنَّ الْحَسَنَاتِ يُذْهِبْنَ السَّيِّئَاتِ  .

 เมื่อถึงเวลาละหมาด ท่านนบีก็ลุกขึ้นละหมาด ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นละหมาด
เมื่อละหมาดเสร็จ ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นมาหาท่านนบีแล้วกล่าวว่า "ท่านนบีโปรดลงโทษผมตามกฎหมายอิสลามด้วย"
ท่านนบีถามว่า "เจ้าละหมาดกับเรามิใช่หรือ ?" ชายคนนั้นตอบว่า "ใช่ครับ"
ท่านนบี "อัลลอฮฺได้อภัยโทษให้แก่ท่านแล้ว" (อย่าทำผิดเช่นนี้อีก) แล้วอัลลอฮฺก็ได้ประทานอายะฮฺนี้
11:114 และเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด ตามปลายช่วงทั้งสองของกลางวัน และยามต้นจากกลางคืน แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลาย

(- ทำไม่ศ่อฮาบะฮฺมาสารภาพผิดและขอให้ท่านนบีลงโทษ ? ท่านนบีอบรมสั่งสอนเขาอย่างไร ?)
- อิบนุจะรีรได้รายงานอีกความหมายนึงของหะดีษนี้ เนื้อหาใกล้เคียงกัน

1.05
وفي " الصحيحين "  عن أبي هُريرة ، عن النَّبيِّ  قال : (( أرأيتُم لو أنَّ نهراً ببابِ أحدكم يَغْتَسِلُ فيه كلَّ يومٍ خمسَ مرَّاتٍ هل يبقى من درنه شيء ؟ )) قالوا : لا يبقى من درنه شيء ، قال : (( فذلك مَثَلُ الصَّلواتِ الخمس يمحو الله بهنَّ الخطايا )) .

ท่านนบี "พวกท่านเห็นอย่างไร ถ้ามีแม่น้ำไหลผ่านหน้าบ้าน ทำความสะอาดทุกวันๆละ 5 ครั้ง จะสะอาดมั้ย ? นี่แหละอุปมาของการละหมาด เสมือนชำระความผิดอยู่ตลอด"

وفي " صحيح مسلم "  عن عثمان ، عن النَّبيِّ  قال : (( من تَوضَّأَ فأحسنَ الوضوءَ ، خرجت خطاياه من جسده حتى تَخرجَ من تحت أظفاره )) .
"ใครอาบน้ำละหมาดอย่างดี ความชั่วได้ออกจากร่างกายของเขา แม้กระทั่งใต้เล็บ" (ความชั่วเล็กๆน้อยๆก็ถูกกำจัดออกไป)
 
وفيه عن أبي هُريرة ، عن النَّبيِّ  قال : (( ألا أدلّكم على ما يمحو الله به الخطايا ، ويرفع به الدَّرجات ؟ )) قالوا : بلى يا رسولَ الله ، قالَ : (( إسباغُ الوضوءِ على المكارهِ ، وكَثرةُ الخُطا إلى المساجد ، وانتظارُ الصَّلاة بعد الصَّلاة ، فذلكُم الرباطُ ، فذلكُمُ الرباط )) .
ท่านนบี "พวกท่านอยากรู้ไหม อะไรที่ลบล้างความผิดและยกระดับของพวกท่าน ?
ศ่อฮาบะฮฺตอบว่า "แน่นอครับท่านร่อซูลุลลอฮฺ"
ท่านนบี "อาบน้ำละหมาดโดยล้างส่วนที่ไม่อยากล้างให้ครบถ้วน, เดินไปยังมัสญิดให้มากๆ, (ทุกก้าวเดินไปมัสยิดลบล้าง 1 คะแนนชั่ว เพิ่ม 1 คะแนนดี), นั่งรอละหมาดที่มัสญิด(ระหว่างสองวักตู) นั่นคือ อัรริบาฏ (คือจิฮาดโดยเป็นยามเฝ้าชายแดน)

- ผู้รู้ที่เฝ้าระวังอันตรายของสังคม คอยสกัดกั้นและตักเตือนผู้คนถึงอันตรายต่างๆ ที่จะมาทำร้ายศาสนาของสังคม ก็ถือว่าเป็นริบาฏเช่นกัน
- ดวงตาสองดวงที่นรกจะไม่แตะต้อง - ร้องไห้เพราะเกรงกลัวอัลลอฮฺและตาที่คอยเฝ้าชายแดนของสังคมมุสลิม//

 

WCimage
หะดีษ 18-7 จงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี (เตาบัต)