- มุชริกีนมักกะฮฺ เชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้า แต่ไม่ถวายการสักการะแด่อัลลอฮฺองค์เดียว (ตั้งพระเจ้าอื่นๆมาอีกมากมาย)
- "หลังจากความจริงแล้วจะมีอะไรอีกเล่านอกจากความหลงผิดเท่านั้น" -- จริง-เท็จ(หลง)
- เมื่อไหร่จะเรียกว่า "หลง" ? อุละมาอฺได้ข้อสรุปว่า "ฎอลาละฮฺ" "หลง" ใช้เรียกคนที่ผิดเพี้ยนด้านความเชื่อขนาดใหญ่
- การละเล่นเสี่ยงทายหะรอม เช่น ไพ่ ลูกเต๋า; หมากรุก-หมากฮอส ?
- ท่านนบีกล่าวว่า "ทุกบิดอะฮฺเป็นฎ่อลาละฮฺ"
- การกระทำที่ขัดกับหลักการศาสนาเรียกว่าเป็นกระทำที่หลงได้ แต่เรียกคนกระทำว่าเป็นคนหลงไม่ได้ ต้องแยก "การกระทำ" กับ "ตัวบุคคล"
فَذَٰلِكُمُ اللَّهُ رَبُّكُمُ الْحَقُّ ۖ فَمَاذَا بَعْدَ الْحَقِّ إِلَّا الضَّلَالُ ۖ فَأَنَّىٰ تُصْرَفُونَ ﴿٣٢﴾
10:32 นั่นแหละอัลลอฮฺ พระเจ้าที่แท้จริงของพวกท่าน ฉะนั้นหลังจากความจริงแล้วจะมีอะไรอีกเล่านอกจากความหลงผิดเท่านั้น แล้วทำไมเล่าพวกท่านจึงถูกให้หันเหออกไปอีก
- "หลง (ฎอล)" มักใช้กับความเชื่อ ความศรัทธา ความเชื่อผิดเพี้ยนไป ในกุรอานใช้ "ฎอลลีน" กับชาวนะศอรอ
1:7 มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด
- ในอายะฮฺสุดท้ายของฟาติฮะฮฺ ท่านนบีอธิบายว่า ยะฮูดเป็นผู้ที่ถูกกริ้ว และนะศอรอคือผู้ที่หลงผิด
- นะซอรอ หลงยังไง ? อัลลอฮฺสั่งให้ทำอย่างหนึ่ง แต่ไปทำอีกอย่าง เช่น สั่งให้ศรัทธาอัลลอฮฺองค์เดียว แต่กลับศรัทธาต่อนบีอีซาด้วย บิดเบือนคำสอน
- คนที่ทำบาป มีข้อเปรียบเทียบกับยิวมากกว่า (ผู้ที่ถูกกริ้ว) รู้จักสัจธรรมแต่ไม่ปฏิบัติตาม
- เมื่อไหร่จะเรียกว่า "หลง" ? อุละมาอฺได้ข้อสรุปว่า "ฎอลาละฮฺ" "หลง" ใช้เรียกคนที่ผิดเพี้ยนด้านความเชื่อขนาดใหญ่
แต่คนที่ผิดด้านอะกีดะฮฺในเรื่องเล็กๆ หรือทำบิดอะฮฺ
ท่านนบีกล่าวว่า "กุลลุบิดอะตินฎอลาละฮฺ..." - ทุกๆบิดอะฮฺเป็นการหลงผิด และทุกการหลงผิดในนรก
- ดื่มเหล้าบาป แต่ไม่เรียกว่าบิดอะฮฺ
- ทำบิดอะฮฺ(อุตริกรรม)บาป เป็นการกระทำที่หลงผิด แต่นบีไม่ได้ระบุว่าคนที่ทำบิดอะฮฺนั้นเป็นคนหลงผิด
- สมัยสลัฟ คนที่ทำบิดอะฮฺในเรื่องเล็กๆ ไม่เรียกว่าเขาหลง เช่น การตีความุอฺจิซาตในกุรอาน เป็นอุตริกรรม (ในสมัยสลัฟก็มี) ไม่มีใครกล่าวหาว่าหลง,
การตีความศิฟัตบางประการ เช่น อัลลอฮฺแปลกใจ
- เรื่องที่มีอิจมาอฺ เช่น ฟังดนตรีหะรอม - สมัยสลัฟแทบไม่มีความขัดแย้งว่าหะรอม (บาป) ฉะนั้นใครที่มีทัศนะว่าฟังได้ เรียกได้ว่าเป็นทัศนะที่หลง
อิมามอิบนุฮัซมฺ (อบูอาลี อิบนุฮัซมฺ อัซซอฮิรียฺ) มีทัศนะว่าฟังดนตรีได้ อุละมาอฺหลายท่านตอบโต้ แต่ไม่มีใครกล่าวหาว่าท่านหลง
- ฎ่อลาละฮฺ - หลง (การกระทำ); ฎอล - คนที่หลง, คนที่ทำสิ่งที่หลง
- ทัศนะที่ไม่อิจมาอฺ เช่น เล่นหมากรุกได้ไหม ?
-- อิมามมาลิกเห็นว่าหลง, อุละมาอฺส่วนมากเห็นว่า บาป
-- อิมามชาฟิอีเห็นว่าเล่นได้ ขัดเกลาสมอง ทำให้ฉลาดขึ้น
- มีอิจมาอฺ(มติเอกฉันท์)ว่า ห้ามเล่นการพนัน
- การละเล่นเสี่ยงทาย เช่น ไพ่ ลูกเต๋า
-- ท่านนบีกล่าวว่า "ผู้ใดที่เล่นด้วยลูกเต๋า เสมือนเอามือไปสัมผัสเนื้อและเลือดของสุกร" หมายถึงเท่ากับกำลังจะกินเนื้อสุกร -- อุละมาอฺบางท่านตีความว่า การละเล่นที่มีลูกเต๋าหรือมีความเสี่ยงทายถือว่าบาป เพราะการสัมผัสเนื้อหมุนั้นบาป"
อีกสำนวนหนึ่ง "ผู้ใดเล่นลูกเต๋า ถือว่าฝ่าฝืนอัลลอฮฺและร่อซูล"
- การกระทำที่ขัดกับหลักการศาสนาเรียกว่าเป็นกระทำที่หลงได้ แต่เรียกคนกระทำว่าเป็นคนหลงไม่ได้ ต้องแยก "การกระทำ" กับ "ตัวบุคคล"
- คนที่ทำบิดอะฮฺ เช่น จัดเมาลิด
45.08 เมื่อไหร่จะเรียกว่าหลง มี 2 เงื่อนไข
1- มีความเชื่อที่หลงหลายเรื่อง เช่น มุอฺตะซิละฮฺ มีแนวคิดว่าถ้ากุรอานหะดีษขัดกับสติปัญญาจะปฏิเสธเลย, ชีอะฮฺที่เชื่อว่ากุรอานไม่สมบูรณ์,
ท่านนบีกล่าวว่า "ทุกบิดอะฮฺเป็นฎ่อลาละฮฺ"
- ผู้รู้ไม่กล่าวหาคนเป็นฎ่อลาละฮฺกันง่ายๆ
- อิบนุตัยมียะฮฺกับอะชาอิเราะฮฺ ขัดแย้งกันในเรื่องอะกีดะฮฺ
- เข้าใจกุรอานหะดีษให้ลึกซึ้ง จะทำให้ใจกว้างมากขึ้น ตย อิมามอุบนฺตัยมียะฮฺ ช่วงบั้นปลายชีวิตไม่กล่าวหาใครเลย ท่านยกหะดีษ "ทุกคนที่หันหน้ากิบลัตและกินสัตว์เชือดของเราถือว่าเป็นมุสลิม"
คำถาม
- มารยาทความขัดแย้งในอิสลาม
- ตะหฺซีร - เตือนให้ออกห่าง...
- การเสี่ยงทายที่ทำได้และไม่ได้, จับฉลากได้ไหม, เสี่ยงทายด้วยกุรอาน
- การแสดงจุดยืนต่อ "กฎหมายคาสิโน"
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 220 views