- ใกล้ชิดกุรอ่านหะดีษในโลกนี้ ในโลกหน้าก็จะใกล้ชิดอัลลอฮฺและท่านนบี
- อัลกุรอานคือทางรอดทั้งโลกนี้และโลกหน้า, อัลกุรอานปรับชีวิตในด้านมารยาท
- อะฮฺลุลกุรอ่าน ? ฮาฟิซ ?
- มุสลิมมีอัลกุรอาน แต่ไม่ใช้
- ความสำคัญของการศึกษาอัลกุรอานเป็นระบบ
อิบนุตัยมียะฮฺ - ฉันฟื้นฟูอีมานในตัวเองมาตลอด 30 ปี - สิ่งที่จะฟื้นฟูอีมานคืออัลกุรอาน
- อัลกุรอานคือทางรอดทั้งโลกนี้และโลกหน้า, อัลกุรอานปรับชีวิตในด้านมารยาท
- เมื่อนบีอายุ 63 ปี อัลลอฮฺให้เลือกว่าจะอยู่โลกนี้หรือจะไปพบอัลลอฮฺ ท่านนบีเลือกไปอยู่กับ "สหายที่อยู่เบื้องบน" (อัรร่อฟีกุ้ลอะอฺลา) -- มีรายละเอียดในหนังสือวะฟาตของท่านนบี
وَإِنِ اسْتَنصَرُوكُمْ فِي الدِّينِ فَعَلَيْكُمُ النَّصْرُ
8:72 และถ้าหากเขาขอให้พวกเจ้าช่วยเหลือในเรื่องศาสนา ก็จำเป็นแก่พวกเจ้าซึ่งการช่วยเหลือนั้น
فَذَٰلِكُمُ اللَّهُ رَبُّكُمُ الْحَقُّ ۖ فَمَاذَا بَعْدَ الْحَقِّ إِلَّا الضَّلَالُ ۖ فَأَنَّىٰ تُصْرَفُونَ ﴿٣٢﴾
10:32 นั่นแหละอัลลอฮฺ พระเจ้าที่แท้จริงของพวกท่าน ฉะนั้นหลังจากความจริงแล้วจะมีอะไรอีกเล่านอกจากความหลงผิดเท่านั้น แล้วทำไมเล่าพวกท่านจึงถูกให้หันเหออกไปอีก
كَذَٰلِكَ حَقَّتْ كَلِمَتُ رَبِّكَ عَلَى الَّذِينَ فَسَقُوا أَنَّهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿٣٣﴾
10:33 เช่นนั้นแหละ ลิขิตของพระเจ้าของเจ้าย่อมเป็นจริงแก่บรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนว่า แน่แท้พวกเขาจะไม่ศรัทธา
---------------------
บันทึกตัฟสีรเชค 22/4/68 สูเราะฮยูนุส อายะฮฺที่ 33 -- อบูอิบานะฮฺ ฟิตยะตุลฮัก
ค่ำคืนพิเศษที่พี่น้องชาวค่ายฟิตยะตุลฮัก ร่วมไปรับฟัง
- เชคตัฟสีรมายี่สิบปีแล้ว
- ขอดุอาอ์ให้เราเป็นคนที่ศึกษาอัลกุรอานอย่างเป็นระบบ
- เราต้องเข้าใจอย่างเป็นระบบ
- ไม่มีความรู้ใดที่ต้องผูกพันกับชีวิตมากกว่าอัลกุรอาน
- อายุขัยและการมีอยู่ของอัลกุรอาน ไม่ได้มีประโยชน์เพื่อใช้ในการอ่านในโลกนี้เท่านั้น
- อัลกุรอานเรายังต้องใช้อีกนานจนถึงวันกิยามะฮฺ
- ในสวรรค์ก็ยังมีอัลกุรอาน
- ในหะดีษเศาะฮีหฺ ความสุขที่ดีเยี่ยมที่สุด คือการเห็นพระพักตร์ของอัลลอฮฺ
- ท่านนบีมูซาได้ยินเสียงอัลลอฮฺแล้ว ท่านนบีมูซาจึงอยากเห็นพระพักตร์ของพระองค์ คือสูงสุดของความหวัง
- ในสวรรค์ผู้ศรัทธาจะได้เห็นอัลลอฮฺ จะได้ยินเสียงพระองค์ แต่ที่พิเศษคือพระองค์จะอ่านอัลกุรอานสูเราะฮฺอัรเราะหฺมานให้ชาวสวรรค์ด้วยเสียงของพระองค์เอง
- การผูกพันกับอัลกุรอานไม่ได้มีประโยชน์ชั่วคราว
- อัลกุรอานไม่ใช่เพื่อการอ่านให้กับคนตาย
- คนที่หยิบอัลกุรอานเพื่อแก้ปัญหาชั่วคราวในชีวิตมันดี แต่อีกมุมหนึ่งเข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้ให้เกียรติอัลกุรอาน โดยมองว่าอัลกุรอานไม่สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตในทุกเรื่อง
- โลกมุสลิมพร้อมปกป้องอัลกุรอาน แต่ไม่พร้อมในการนำอัลกุรอานมาใช้ในวิถีชีวิต พวกเขามีอัลกุรอานแต่ไม่ถูกใช้ มีอัลกุรอานในใจ มีในสมอง แต่ไม่เคยใช้
- เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่าเรากับอัลกุรอานมีความสัมพันธ์อย่างไร อัลกุรอานไม่ได้มีแค่สามสี่สูเราะฮฺ แต่มี 114 สูเราะฮฺ
- การปฏิเสธเพียงอายะฮฺเดียวในอัลกุรอาน เท่ากับปฏิเสธอัลกุรอานทั้งเล่ม
- กฎหมายมนุษย์เราสามารถเลือกปฏิบัติได้ แต่กฎหมายของอัลลอฮฺเราเลือกไม่ได้
- การเรียนอัลกุรอานอย่างเป็นระบบจะสร้างผู้ศรัทธาให้มีความสมบูรณ์
- คนที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต้องเรียนอะไรบ้าง ต้องรู้อะไรบ้าง เป็นคำถามที่สำคัญ
- เป็นมุสลิมไม่ใช่แค่อยู่ในใบแจ้งเกิด มันไม่เพียงพอกับการที่เราสามารถยืนยันกับอัลลอฮฺว่าเราเป็นผู้ศรัทธา
- บัตรประชาชนที่ระบุศาสนา ไม่ได้เป็นการรับประกันเรื่องของความศรัทธา
- อิมามอิบนุตัยมียะฮฺได้กล่าวว่า ในช่วงที่ท่านอายุหกสิบกว่า (ท่านเสียชีวิตเจ็ดสิบกว่า) เมื่อสามสิบปีที่แล้วข้าพเจ้าได้ฟื้นฟูอิสลามของตัวเองให้ดีที่สุด
- ท่านเป็นอุละมาอ์ตั้งแต่สิบสี่ พออายุถึงสามสิบเพิ่งจะแตกฉาน
- ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นพลังงานของอีมานนอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงให้มันได้เติมเติมมนุษย์อยู่ตลอด นั่นคืออัลกุรอาน
- อีมานไม่ได้เป็นสถานภาพที่มนุษย์สามารถออกแบบด้วยตัวเอง
- อัลกุรอานและวิชาการในสุนนะฮฺของท่านนบีเท่านั้นที่จะเติมเต็มอีมานของเรา
- การผูกพันกับอัลกุรอานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้การเป็นมุอมินของเราสมบูรณ์
- ศึกษาอัลกุรอาน อยู่ใกล้ชิดอัลกุรอาน อ่านอัลกุรอาน เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เรารู้จักอัลลอฮฺมากขึ้น เฉกเช่นที่คนที่รู้จักท่านนบีมากสุดก็ต้องผ่านรู้จักผ่านสุนนะฮฺมากที่สุด
- คนเราในวันกิยามะฮฺจะถูกชุมนุมอยู่ร่วมกับพร้อมบุคคลที่เรารักใคร่เขา
- ใครรักนบี ก็จะได้อยู่กับนบี ใครรักอัลลอฮฺก็จะได้รักอัลลอฮฺ
- อัลลอฮฺให้นบีเลือกว่าจะมีชีวิตต่อหรือให้เสียชีวิตตอนนี้ แต่นบีเลือกการกลับไปหาพระองค์ บะลิรเราะฟีกุลอะอฺลา ที่ข้าพเจ้าต้องการคือ การเลือกที่จะไปอยู่กับพระองค์
- นบีไม่ได้อยู่กับอัลลอฮฺตลอดเวลาหลังเสียชีวิต แต่นบีก็ยังคงอยู่กุบูร แต่ความใกล้ชิดกับพระองค์จะเป็นที่ประจักษ์
- ดวงวิญญาณบางคนจะอยู่ในท้องของนกสีเขียว ไม่ต้องอยู่ในกุบูร คนเหล่านั้นคือ บรรดานบี ชะฮีด คือกลุ่มคนที่อัลลอฮฺอนุญาตให้เฉพาะ
- เป็นความโปรดปรานที่อัลลอฮฺให้กับชาวสวรรค์ในกุบูร อัลลอฮฺจะเปิดประตูให้เห็นปลายทางของเขานั่นคือสวนสวรรค์
- พวกเขาจะขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺรีบเร่งให้ถึงวันกิยามะฮฺ
- ผู้ศรัทธาจะรู้สึกว่าช่วงเวลาที่อยู่ในกุบูรเหมือนช่วงหลังอัศริถึงมัฆริบ
- กว่าจะได้รับการมั่นใจว่าเป็นชาวสวรรค์ มันจะมีภารกิจเล็กน้อยในดุนยา สำคัญคือการได้มีอะไรมาการันตีชีวิตหลังความตายว่าเราเป็นพรรคพวกของอัลลอฮฺ
- เราอยากมีเส้นสายในวันกิยามะฮฺ จะได้ไม่ต้องกังวลช่วงที่มลาอิกะฮฺสอบสวน
- ชาวอัลกุรอานคือชาวของอัลลอฮฺ และเป็นคนพิเศษ
- เราจะเป็นพรรคพวกของอัลกุรอานอย่างไร มันก็ต้องสร้างกติกาในชีวิตของเรา โดยให้อัลกุรอานมีตำแหน่งสูงสุดในชีวิตของเรา
- อัลกุรอานสำคัญกว่าเกมส์ไหม ?
- อัลกุรอานสำคัญกว่าหนังสือทั่วไปไหม ?
- อัลกุรอานสำคัญกว่าเงินทอง พ่อแม่ ตำแหน่ง
- เราหลอกชาวโลกได้ แต่ไม่สามารถหลอกอัลลอฮฺได้
- เราอาจจะเชี่ยวชาญและรู้ดีเกี่ยวกับรายละเอียดอาชีพของตัวเองไม่ผิด แต่จะผิดมากถ้าเราไม่รู้จักอัลกุรอาน ไม่รู้ว่ารายละเอียดของมันคืออะไร
- เราจะต้องคุ้นชินกับสูเราะฮฺฟุศศิลัต สูเราะฮฺอัซซุมัร รู้จักชื่อนบีในอัลกุรอาน เป็นต้น เพราะเป็นสูเราะฮฺที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย เพื่อให้รู้สึกว่าอัลกุรอานคือเนื้อหาที่เราต้องเข้าใจทั้งหมด
- เราต้องคุ้นเคยกับอัลกุรอาน มากกว่าชาวบ้านทั่วไป บางทีพวกเขาอ่านทุกวัน มากกว่าเรา
- การเรียนรู้อัลกุรอานจะทำให้ปรับทัศนคติ แนวทาง มุมมอง
- คนที่อยู่ใกล้กับอัลกุรอานจะเป็นคนที่สับสนน้อยที่สุด
- คนที่อยู่กับอัลกุรอาน เขาจะมีคำตอบในชีวิต โดยเฉพาะการศึกษาอัลกุรอานอย่างเป็นระบบ
- อัลกุรอานจะเป็นผู้ที่ปรับมาตรฐานของชีวิตในเรื่องมารยาท และข้อปฏิบัติต่างๆ
- คนที่ศึกษาอัลกุรอานตลอดเวลา จะเห็นได้ชัดจากวิถีชีวิตของเขา เหมือนที่นบีเป็นอัลกุรอานที่เดินได้
- เราสามารถชี้ใครได้บ้างว่าเป็นตัวแทนของอัลกุรอาน ตัวเราต้องทำให้ได้
- สถิติของอัลกุรอานที่ดีที่สุด ไม่ใช่การท่อง แต่คือการนำไปใช้ในชีวิต
- ผู้รู้บางคนได้บอกว่า คนที่ท่องจำอัลกุรอานอย่างเดียว มีค่าเท่ากับการตีพิมพ์อัลกุรอานเพิ่มอีกเล่มหนึ่ง
- เราตีพิมพ์อัลกุรอานเป็นล้านเล่ม ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ถ้ามันไม่ได้ซึมซับในชีวิต อัลกุรอานต้องสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้
- ชาวสะลัฟไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะเรียกคนที่ท่องจำอัลกุรอานว่าเป็นหาฟิซ เพราะมันมาจากคำว่า หะฟิเซาะฮฺ หมายถึง การปกป้อง ซึ่งคนที่ท่องจำได้อย่างเดียวไม่สามารถปกป้องอัลกุรอานได้
- ถ้าพี่น้องขอความช่วยเหลือจากเรา จงให้ความช่วยเหลือเขา แต่โลกมุสลิมเห็นพี่น้องเราถูกฆ่า แต่ก็เลือกที่จะอยู่เคียงข้างศัตรู
- การที่เลือกอนุญาตในสิ่งที่อัลกุรอานต้องห้าม เท่ากับการฉีกอัลกุรอาน
- ถ้าเราประณามไม่ได้ เราจะต้องไม่ปรากฏในพื้นที่ที่เขาทำลายอัลกุรอาน
- ลาตะกุนหะฟิซุลกุรอาน วะลากินวะอัลกุรอาน เพราะมันแค่การท่องจำขึ้นใจ
- มีคนหนึ่งตั้งชื่อว่าดาวุด ในเว็บบอร์ดอานัลมุสลิม ไม่มีใครสงสัยว่าเขาไม่ใช่มุสลิม แต่เป็นยิว ซึ่งเขาเก่งเรื่องอัลกุรอานและหะดีษมาก เป็นนักมุสตัชริก เขาท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่ม และอ่านหนังสือหะดีษเกือบทุกเล่ม แต่แม่นยำเรื่องหนังสือมุวัตเตาะ และมักอยู่ในห้องสมุดรวบรวมหนังสือโบราณที่เมืองก็อยเราะวาน
- ถ้าเราสามารถตอบได้ว่าอัลกุรอานสำคัญกว่าสำหรับเราเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือเราเป็นชาวอัลลอฮฺ และเป็นชาวพิเศษ เพราะมีชาวอัลลอฮฺประเภทอื่นเช่น มุญาฮิดีน แต่ไม่ใช่คนพิเศษ
- ความพิเศษเกิดจากความใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องกับอัลลอฮฺ นั่นคือพระดำรัสของอัลลอฮฺ
- มันไม่มีอะไรที่เราจะได้สัมผัสอัลกุรอานนอกจากเราต้องทดลองด้วยตัวเอง
- อัลกุรอานคือสิ่งที่เราต้องเสนอตัวเองกับอัลลอฮฺ พระองค์ต้องเห็นท่านศึกษาอัลกุรอาน นำไปใช้ในชีวิต ปรับปรุงชีวิต ให้อัลลอฮฺเห็น ว่าเราเป็นคนน้อมรับอัลกุรอานมาใช้ในชีวิตจริง
- วิถีชีวิตของเราจะเป็นปริญญาบัตรที่เราจะยื่นได้ว่าเราอยู่กับอัลกุรอาน
- อัลกุรอานไม่ได้มีเฉพาะวันอังคาร วันอื่นก็มี เดือนอื่นก็มี ที่อื่นก็มี
- ที่สำคัญอัลกุรอานจะต้องมีในชีวิตของเรา
- ถ้าชีวิตของเราหาอัลกุรอานไม่ได้ วันนั้นเราจะเสียใจที่สุด
- ถ้าเราเป็นคนขยันทำอิบาดะฮฺ ละหมาดกลางคืน จะไม่มีอะไรที่เรามีความสุขมากกว่าการที่เราหยิบอัลกุรอานมาอ่าน
- ถ้าเราเป็นคนทำงานศาสนา ไม่มีอะไรที่เราจะมีความสุขมากกว่าการที่เราได้ใช้อัลกุรอานมาใช้ มาเผยแพร่
- สูเราะฮฺยูนุสเป็นสูเราะฮฺที่ใช้ในการหักล้างข้ออ้างของพวกปฏิเสธศรัทธา
- ตรรกะในสูเราะฮฺนี้ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
- อิมามมาลิกได้อ่านอายะฮฺที่ 32 "นั่นแหละคืออัลลอฮฺ พระเจ้าที่แท้จริงของพวกท่าน ดังนั้นหลังจากความจริงแล้ว มีอะไรเล่านอกจากความหลงผิด แล้วทำไมพวกท่านจึงถูกหันเหออกไป"
- ไพ่ โดมิโน ลูกเต๋า คือการพนัน อันนัรดะชีร (النردشير) หมายถึงลูกเต๋า คนที่เล่นลูกเต๋า กำลังจะเตรียมกินเนื้อสุกร เสมือนคนที่เอามือไปจิ้มเนื้อและไขมันสุกร คือ พร้อมที่จะปรุงกิน มันคือการเสี่ยงทาย ทั้งหมดเล่นไม่ได้
- เกมไหนที่มันมีความเสี่ยงทาย ห้ามเล่นทั้งหมด
- แต่หมากรุกไม่ใช่การเสี่ยงทาย แต่ท่านอาลีได้เห็นคนเล่นหมากรุก ท่านอาลีจึงอ่านอายะฮฺ ماهذه التماثيل التي أنتم لها عاكفون "รูปปั้นเหล่านี้ที่พวกท่านพากันเคารพบูชามันอยู่คืออะไร"
- อิมามมาลิกถูกถามเกี่ยวกับหมากรุก ท่านจึงอ่านอายะฮฺที่ 32 (นั่นแหละคืออัลลอฮฺ พระเจ้าที่แท้จริงของพวกท่าน ดังนั้นหลังจากความจริงแล้ว มีอะไรเล่านอกจากความหลงผิด แล้วทำไมพวกท่านจึงถูกหันเหออกไป) เพื่อให้แง่คิดว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าในวันกิยามะฮฺจะอยู่ในฝั่งความดีหรือความเท็จ โดยให้เราตัดสินด้วยสัญชาตญาณ
- นบีเคยพูดเล่นกับหญิงชราคนหนึ่งว่า นี่เธอคนแก่ไม่ได้เข้าสวรรค์ หญิงชราคนนั้นร้องไห้ นบีจึงบอกว่า ทุกคนที่เข้าสวรรค์จะเป็นคนหนุ่มสาว
- การพูดเล่น แต่เนื้อหาจริง ถือว่าเป็นความจริง
- การยิงธนู ขี่ม้า ว่ายน้ำ และทุกอย่างที่คล้ายคลึงกัน ศาสนาสนับสนุน แต่ไม่ใช่กีฬาที่ทำให้คนพิการ
- อัลกุรอานคือไฟฉาย เพื่อให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร
- ตาเรามีอยู่แล้ว แต่อัลกุรอานจะได้ทำให้เราเห็นว่าอะไรคือได้ไม่ได้
- อายะฮฺ 32 พูดถึงพวกปฏิเสธศรัทธาไม่ยอมรับอัลลอฮฺ พวกเขาเลือกที่จะตั้งภาคี อัลลอฮฺจึงไม่ช่วยเหลือเขาแล้ว
- อายะฮฺที่ 33 พูดถึงการตัดสินสำหรับคนที่เลือกทางที่ไม่ใช่ทางของอัลลอฮฺ
- อัลลอฮฺไม่ได้ห้ามให้เขาศรัทธา แต่อัลลอฮฺกำลังบอกว่า ตราบใดที่เขายังไม่พร้อมศรัทธา
- มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ที่จะศึกษา ก่อนที่จะฟันธงเลือกข้าง
- ต้องเปิดใจก่อน แล้วอัลลอฮฺจะช่วย เราต้องเห็นใจพี่น้องต่างศาสนิก คนที่เปิดใจรับฟัง เราต้องใจเย็น
- บางทีพี่น้องต่างศาสนิกที่กำลังศึกษาอิสลามอยู่ เราไม่ควรเร่งรัดเขา เพราะความศรัทธาควรเป็นการศรัทธาที่รอบคอบ
- ชัยคอับดุลมะญีด อัซซินดานีย์ พูดถึงแพทย์คนหนึ่งเป็นคนไทย ในงานสัมมนาวิทยาศาสตร์พูดถึงเรื่องการกำเนิดทารก จึงเชิญชวนรับอิสลาม แต่สุดท้ายเขากลับเป็นพุทธเดิม
- คนที่ต้องเปิดใจ อัลลอฮฺจะช่วย คนที่ไม่เปิดใจ อัลลอฮฺก็จะไม่ช่วยให้เขาศรัทธา
- ส่วนคนที่ศรัทธาแล้ว รู้ว่าเรื่องนี้บาป แต่ไม่ยอมที่จะเปิดใจ ด้วยการศึกษามากขึ้น ปิดโอกาสตัวเอง เขาก็ต้องทำบาปต่อ
- บาปบุญขึ้นอยู่กับว่าเรารู้ว่ามันเป็นบทบัญญัติหรือไม่
- ถ้าเรารู้ว่าสิ่งใดบาป เราไม่ทำ แสดงว่าทุกเวลาก่อนหน้านั้นที่เราไม่ทำบาปนั้นคือเราได้บุญ ทุกเวลาที่ผ่านพ้นได้บุญตลอด มันคือผลของความเชื่อ ที่ส่งผลต่อผลบุญของผู้ศรัทธา
- คนที่อยากทำความชั่วแต่อยากเลิก อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แค่เปิดใจ อัลลอฮฺจะช่วย
- ปัญหาต่างๆ ในชีวิตของเรา เราหาคำตอบในการแก้ปัญหาในรูปแบบต่างๆ บางคนดูละคร บางคนฟังไลฟ์โคช แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง และมันไม่ใช่แสงสว่างของอัลกุรอาน
- เราต้องให้อัลกุรอานมีส่วนช่วยในการปรับปรุงชีวิตของเรา อ่าน ศึกษา
- อัลกุรอานเสมือนน้ำมันหล่อลื่นให้สมองสดใส ควรอ่านทุกเวลา เมื่อเรามีปัญหา อ่านหนังสือไม่เข้าใจ ก็แวะมาอ่านอัลกุรอาน
- ขอให้เราเป็นกลุ่มชนที่อัลลอฮฺเมตตา ให้เรามีความบริสุทธิ์เพียงพอกับการเป็นภาชนะที่อัลกุรอานสามารถเข้าไปให้มันเอิบอิ่ม ด้วยกับหิกมะฮฺและองค์ความรู้ที่สดใส ให้นำชีวิตเราไปสู่ความถูกต้อง
- ขอให้อัลลอฮฺให้เกียรติฝากอัลกุรอานในตัวเอง เพื่อนำเสนอให้คนอื่น เพื่อให้คนลิ้มความหวานของอัลกุรอาน
- ขออย่าให้อัลกุรอานสาปแช่งเรา อย่าให้เราละทิ้งอัลกุรอาน ขอให้เรามีอัลกุรอานเป็นทนายความ ขอให้เราได้รับความโปรดปรานให้เข้าใจอัลกุรอาน และสามารถปฏิบัติได้
## ช่วงตอบคำถาม
* การไม่มีอยู่ของอัลกุรอานในช่วงใกล้วันกิยามะฮฺ คือการทำให้อัลกุรอานสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง คนที่เคยท่องจำอัลกุรอาน ตื่นเช้ามาจะไม่มีความจำใดๆ เกี่ยวกับอัลกุรอาน แม้กระทั่งสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ และแม้กระทั่งอัลกุรอานที่เป็นข้อความในมุศหัฟก็จะหายไปเหลือแต่กระดาษหน้าเปล่า
* คนที่ยังคงทำความผิด แต่เชื่อว่ามันเป็นความผิด มีโอกาสที่อัลลอฮฺจะช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความผิดนั้น เพราะเขาเปิดใจยอมรับ พร้อมที่จะให้อัลลอฮฺช่วย แม้เขาจะไม่สามารถฝืนในการทำมันก็ตาม
* มีคนอียิปต์คนหนึ่งฝันว่า มีคนให้เขาพาคนๆ หนึ่งที่อยู่ละแวกใกล้บ้าน แต่เป็นคนที่ไม่เอาไหนในเรื่องศาสนา ไปทำพาสปอร์ตเพื่อไปทำอุมเราะฮฺ พอเขาตื่นขึ้นมาก็นึกว่าฝันปกติ แต่คืนที่สองก็ฝันตามเดิม ต่อมาคืนที่สามก็ฝันอีก เขาจึงตัดสินใจไปหาชายคนนั้น แล้วพาเขาไปทำพาสปอร์ตและพาไปอุมเราะฮฺ หลังจากที่พาไปทำอุมเราะฮฺ โดยปกติหลังอิชาอ์ชายคนนั้นก็จะอยู่ต่ออีกหน่อย เฏาะวาฟบ้าง ทำอิบาดะฮฺอื่นๆ บ้าง หลังจากนั้นก็กลับ แต่อยู่มาคืนหนึ่ง คนที่พาเขาไปก็กลับที่พักก่อน ก็รอที่พักแต่ชายคนนั้นก็ยังไม่กลับ จึงไปหาที่มัสญิดหะรอม ปรากฏว่าชายคนนั้นเสียชีวิต หลังจากกลับบ้าน คนที่พาไปจึงไปแจ้งภรรยาเขา แต่นางกลับตอบว่าอ้าวหรอ ประมาณไม่ตกใจอะไรเลย คนนั้นจึงถามว่า ช่วยเล่าหน่อยชายคนนี้เขาเป็นยังไง เพราะดูผิวเผินแทบจะไม่เอาอะไรกับศาสนาเลย ภรรยาเขาจึงบอกว่า ฉันฟังเขาพูดถึงบ่อยว่า เขาอยากไปอุมเราะฮฺและอยากเสียชีวิตในมัสญิดหะรอม - เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราอย่ามองคนแค่ภายนอก ความผิดบางอย่างที่เราเห็น เขาอาจจะมีอะไรที่พิเศษระหว่างเขากับอัลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 234 views