- 3 เรื่องที่ทำแล้วจะสบายใจในการแสวงหาสัจธรรม
- ดุอาอฺขอทางนำในความขัดแย้ง
- อิสติฆฟาร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องศึกษา ไม่เฉพาะคนที่ทำผิด เพระาอิสติฆฟารไม่ใช่ลบล้างความผิดอย่างเดียว แต่ป้องกันการทำความชั่วด้วย
- ดุอาอฺที่ท่านนบีสอนศ่อฮาบะฮฺ
จากอบูซัรรฺ อัลฆิฟารี จาก ท่านนบี ﷺ ตามที่ท่านได้รายงานมาจากพระผู้อภิบาล ผู้ทรงเกียรติยิ่ง ได้ตรัสว่า
“โอ้บ่าวของข้า ! ข้าได้ห้ามการอธรรมต่อตัวข้าเอง และข้าทำให้มันเป็นที่ต้องห้ามในระหว่างพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าอย่าได้กระทำอธรรมซึ่งกันและกัน
โอ้บ่าวของข้า ! พวกเจ้าทั้งหลายอยู่ในสภาพผู้หลงผิด เว้นแต่ผู้ที่ข้าให้ทางนำแก่เขา ดังนั้นพวกเจ้าจงขอทางนำจากข้า แล้วข้าจะให้ทางนำแก่พวกเจ้า
โอ้บ่าวของข้า ! พวกเจ้าทั้งหลายอยู่ในสภาพหิว เว้นแต่ผู้ที่ข้าได้ให้อาหารแก่เขา ดังนั้นพวกเจ้าจงขออาหารจากข้า แล้วข้าจะให้อาหารแก่พวกเจ้า
โอ้บ่าวของข้า ! พวกเจ้าทั้งหลายเปลือยกาย เว้นแต่ผู้ที่ข้าได้ให้เครื่องนุ่งห่มแก่เขา ดังนั้นพวกเจ้าจงขอเครื่องนุ่งห่มจากข้า ข้าย่อมให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเจ้า
โอ้บ่าวของข้า ! แท้จริงพวกเจ้าย่อมกระทำผิดทั้งกลางวันและกลางคืน และข้าเท่านั้นให้อภัยโทษแก่ความผิดทั้งหลาย ดังนั้นจงขออภัยจากข้า ข้าย่อมให้อภัยแก่พวกเจ้า
โอ้บ่าวของข้า ! พวกเจ้าไม่สามารถนำมาซึ่งความเสียหายแก่ข้าเลย และพวกเจ้าก็ไม่สามารถนำมาซึ่งประโยชน์ใดๆ แก่ข้าเลย
โอ้บ่าวของข้า ! หากว่า (ตั้งแต่มนุษย์)คนแรก จนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด รวมตัวกันสนับสนุนชายคนหนึ่งซึ่งมีตักวามากที่สุด มันจะไม่เพิ่มอะไรแก่อาณาจักรของข้าเลย
โอ้บ่าวของข้า ! หากว่า (ตั้งแต่มนุษย์)คนแรก จนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด รวมตัวกันสนับสนุนชายคนหนึ่งซึ่งชั่วร้ายที่สุด มันก็จะไม่ลดอะไรในอาณาจักรของข้าเลย
โอ้บ่าวของข้า ! หากว่า (ตั้งแต่มนุษย์)คนแรก จนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์และญินทั้งหมด รวมตัวกันในสถานที่หนึ่ง แล้วขอต่อข้าและข้าให้ทั้งหมด มันจะไม่ลดอะไรจากคลังของข้าแม้แต่น้อย นอกจากเสมือนน้ำที่เกาะเข็มเล่มหนึ่งที่จุ่มลงในทะเล (ที่ลดไปจากน้ำทะเลทั้งหมด)
โอ้บ่าวของข้า ! นั่นคือผลงานของพวกเจ้าทั้งหลาย ข้าได้บันทึกไว้ให้แก่พวกเจ้า แล้วข้าจะตอบแทนพวกเจ้าด้วยผลงานของพวกเจ้า ดังนั้นถ้าใครพบผลตอบแทนดี ก็จงสรรเสริญ(ขอบคุณ)ข้า แต่ถ้าพบอื่นจากความดี ก็อย่าตำหนิใคร นอกจากตัวเจ้าเอง"
หะดีษนี้ (เป็นหะดีษกุดซี*) บันทึกโดยมุสลิม *หะดีษที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้รายงานตามที่ท่านได้รับวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ
وأما سؤال المؤمن من الله الهداية ، فإن الهداية نوعان : هداية مجملة وهي الهداية للإسلام والإيمان وهي حاصلة للمؤمن ، وهداية مفصلة ، وهي هداية إلى معرفة تفاصيل أجزاء الإيمان والإسلام وإعانته على فعل ذلك ، وهذا يحتاج إليه كل مؤمن ليلا ونهارا ، ولهذا أمر الله عباده أن يقرءوا في كل ركعة من صلاتهم قوله : اهدنا الصراط المستقيم [ الفاتحة : 6 ]
"ฮิดายะฮฺ" มี 2 ประเภท คือ ฮิดายะฮฺทั่วไป (ให้เป็นมุสลิม) และ ฮิดายะฮฺเฉพาะ(มีรายละเอียด)
อัลลอฮฺสั่งให้ขอทางนำในทุกเวลาละหมาด ในซูเราะฮฺอัลฟาติฮะฮฺ
3 เรื่องที่ทำแล้วจะสบายใจในการแสวงหาสัจธรรม
1- เชื่อว่าทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจต่อสัจธรรม และเราก็ต้องบริสุทธิ์ใจด้วย (อิคลาศ)
2- อย่าให้คนหนึ่งคนใด หรือลักษณะใดๆ เป็นสัญลักษณ์แห่งความจริง เช่น เรียนนาน, เครายาว, ใส่โต๊บ ฯลฯ
3- ตัวบทหลักฐาน ท่านนบีกล่าวว่า "จงกัดด้วยฟันกราม แล้วท่านจะรอด" -- ใครพูดด้วยอารมณ์ ใครพูดด้วยตัวบทหลักฐาน เราต้องพิจารณา
ดุอาอฺขอทางนำในความขัดแย้ง
كان النبي صلى الله عليه وسلم يقول في دعائه بالليل : " اهدني لما اختلف فيه من الحق بإذنك ، إنك تهدي من تشاء إلى صراط مستقيم "
ولهذا يشمت العاطس ، فيقال له : " يرحمكم الله " فيقول : " يهديكم الله " كما جاءت به السنة بذلك ،
وإن أنكره من أنكره من فقهاء العراق ظنا منهم أن المسلم لا يحتاج أن يدعى له بالهدى ، وخالفهم جمهور العلماء اتباعا للسنة في ذلك . وقد أمر النبي صلى الله عليه وسلم عليا أن يسأل الله السداد والهدى ، وعلم الحسن أن يقول في قنوت الوتر : " اللهم اهدني فيمن هديت " .
- ให้ขอทางนำแม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น เมื่อจาม ให้กล่าว "อัลฮัมดุลิลลาฮฺ" ผู้ได้ยินให้กล่าว "ยัรฮัมกุมุลลอฮฺ" และให้ผู้จามกล่าว "ยะหฺดีกุมุลลอฮฺ"
- มีผู้รู้ชาวอิรักบางท่านเห็นว่าหะดีษนี้ไม่ศ่อฮี้ฮฺ แต่อุละมาอฺส่วนมากเห็นว่าศ่อฮี้ฮฺ
- อย่าคิดแม้วินาทีเดียวว่าเราสามารถครองฮิดายะฮฺได้ด้วยตัวเอง เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้รับทางนำหากอัลลอฮฺไม่ประสงค์
- ท่านนบีสอนดุอาอฺแก่อะลี อิบนุอบีฏอลิบให้ขอดุอาอฺให้ประสบความถูกต้องและทางนำ และสอนอัลหะซัน(ลูกของท่านอะลี) ให้กล่าวดุอาอฺกุนูตในละหมาดวิตรฺว่า "อัลลอฮุมมะหฺดินี ฟีมันหะดัยตฺ" -- โอ้อัลลอฮฺ โปรดฮิดายะฮฺให้ฉันอยู่ในหมุ่ผู้ได้รับทางนำจากพระองค์
33.55
--------------------------------
يا عبادي إنكم تخطئون بالليل والنهار وأنا أغفر لكم ذنوبكم جميعا فاستغفروني أغفر لكم
"โอ้บ่าวของข้า ! แท้จริงพวกเจ้าย่อมกระทำผิดทั้งกลางวันและกลางคืน และข้าเท่านั้นให้อภัยโทษแก่ความผิดทั้งหลาย
ดังนั้นจงขออภัยจากข้า ข้าย่อมให้อภัยแก่พวกเจ้า"
-------------------------------
[ ص: 41 ] وأما الاستغفار من الذنوب ، فهو طلب المغفرة ، والعبد أحوج شيء إليه ، لأنه يخطئ بالليل والنهار ، وقد تكرر في القرآن ذكر التوبة والاستغفار ، والأمر بهما ، والحث عليهما ،
อิสติฆฟารคือการขอ ขอให้อัลลอฮฺให้อภัย และบ่าวของอัลลอฮฺต้องการมากในเรื่องนี้ เพราะบ่าวทำความผิดทั้งกลางวันและกลางคืน หลักฐานจากกุรอานที่ย้ำให้บ่าวขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺมีมากมาย
وخرج الترمذي ، وابن ماجه من حديث أنس عن النبي صلى الله عليه وسلم ، قال : كل بني آدم خطاء ، وخير الخطائين التوابون .
ท่านนบีกล่าวว่า "ลูกหลานอาดัมทั้งหมดช่างทำผิดมากเหลือเกิน ผู้ทำผิดที่ประเสริฐคือคืนที่เตาบัตบ่อย (เตาวาบีน)"
وخرج البخاري من حديث أبي هريرة عن النبي صلى الله عليه وسلم قال : والله إني لأستغفر الله وأتوب إليه كل يوم سبعين مرة وخرجه النسائي ، ولفظه إني لأستغفر الله وأتوب إليه كل يوم مائة مرة .
ท่านนบีกล่าวว่า "สาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ข้าพเจ้าขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺและเตาบัตต่อพระองค์ในหนึ่งวันมากกว่าเจ็ดสิบครั้ง" และมีอีกรายงานว่า 100 ครั้ง
- นบีไม่ทำบาปใหญ่ แทบไม่มีความผิด ท่านอิสติฆฟารแล้วจะได้อะไร ?
- จงกลับตัวต่อพระเจ้าและขออภัยโทษต่อพระองค์
وخرج مسلم من حديث الأغر المزني سمع النبي صلى الله عليه وسلم يقول : يا أيها الناس توبوا إلى ربكم ، فإني أتوب إليه في اليوم مائة مرة وخرجه النسائي ولفظه : يا أيها الناس توبوا إلى ربكم واستغفروه ، فإني أتوب إلى الله وأستغفره كل يوم مائة مرة .
وخرج الإمام أحمد من حديث حذيفة قال : كان في لساني ذرب على أهلي لم أعده إلى غيره ، فذكرت ذلك للنبي صلى الله عليه وسلم ، فقال : أين أنت من الاستغفار يا حذيفة ، إني لأستغفر الله كل يوم مائة مرة . ومن حديث أبي موسى عن النبي [ ص: 42 ] صلى الله عليه وسلم ، قال : إني لأستغفر الله مائة مرة وأتوب إليه . وخرج النسائي من حديث أبي موسى ، قال : كنا جلوسا فجاء النبي صلى الله عليه وسلم ، فقال : ما أصبحت غداة قط إلا استغفرت الله مائة مرة . وخرج الإمام أحمد ، وأبو داود ، والترمذي والنسائي ، وابن ماجه من حديث ابن عمر ، قال : إن كنا لنعد لرسول الله صلى الله عليه وسلم في المجلس الواحد مائة مرة يقول : رب اغفر لي وتب علي إنك أنت التواب الرحيم . وخرج النسائي من حديث أبي هريرة ، قال : لم أر أحدا أكثر أن يقول : أستغفر الله وأتوب إليه من رسول الله صلى الله عليه وسلم .
- หากทำผิดทำไม่ดีต่อคนในครอบครัว ก็ให้อิสติฆฟาร
- ทำความผิดบ่อย ให้อิสติฆฟารและเตาบะฮฺ
وخرج الإمام أحمد من حديث عائشة عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه كان يقول : اللهم اجعلني من الذين إذا أحسنوا استبشروا ، وإذا أساءوا استغفروا ، وسنذكر بقية الكلام في الاستغفار فيما بعد إن شاء الله تعالى .
ดุอาอฺที่ท่านนบีสอนศ่อฮาบะฮฺ
اللهم اجعلني من الذين إذا أحسنوا استبشروا ، وإذا أساءوا استغفروا ،
โอ้อัลลอฮฺ โปรดให้ฉันอยู่ในหมู่ผู้ที่เมื่อทำความดีเขามีกำลังใจ (ไม่สิ้นหวัง มีความหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ)
และเมื่อทำบาป ก็ไม่สิ้นหวัง (ว่าอัลลอฮฺจะยกโทษให้) -- ทำบาปมากแค่ไหน เมื่อเตาบัตและขออภ้ยโทษ อัลลอฮฺก็จะยกโทษให้
56.20
อิสติฆฟาร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องศึกษา ไม่เฉพาะคนที่ทำผิด เพระาอิสติฆฟารไม่ใช่ลบล้างความผิดอย่างเดียว แต่ป้องกันการทำความชั่วด้วย เพราะอิสติฆฟารทำให้ท่านมีความสัมพันธ์กับอัลลอฮฺ กล่าวอิสติฆฟารแล้วให้รำลึกความหมายและนึกถึงความผิดที่เราทำไปด้วย นี่เป็นจุดเริ่มของการเตาบัตตัวอย่างแท้จริง
- อย่ามองว่าความผิดของเราเป็นเรื่องเล็ก ให้นึกถึงเสมอ จะช่วยให้เราไม่ทำผิดอีก
- ฉายาของผู้รู้ "คอดิมุล-" "ผู้รับใช้-" รับใช้ความรู้ รับใช้คำสอนศาสนา แสดงความต่ำต้อย ถ่อมตน ทำให้ไม่ยโสในความรู้
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 101 views