"...โอ้บ่าวของข้าทั้งหลาย ! แท้จริงนั่นคือกิจการงานของท่านทั้งหลาย ข้าจะบันทึก(คำนวณ,จดจำ)มันไว้เพื่อพวกท่านทั้งหลาย แล้วข้าจะตอบแทนมันพวกท่านทั้งหลายต่อการกระทำของพวกท่าน(ในวันกิยามะฮฺ) ดังนั้นผู้ใดได้ทำความดีแม่แต่น้อยเขาก็จะได้เห็นมัน และผู้ใดที่ทำความชั่วไว้เขาก็จะได้เห็นมัน" //
-----------------------------
وقوله : " يا عبادي ، إنما هي أعمالكم أحصيها لكم ، ثم أوفيكم إياها "
โอ้บ่าวของข้าทั้งหลาย ! แท้จริงนั่นคือกิจการงานของท่านทั้งหลาย ข้าจะบันทึก(คำนวณ,จดจำ)มันไว้เพื่อพวกท่านทั้งหลาย แล้วข้าจะตอบแทนมันพวกท่านทั้งหลายต่อการกระทำของพวกท่าน(ในวันกิยามะฮฺ) ดังนั้นผู้ใดได้ทำความดีแม่แต่น้อยเขาก็จะได้เห็นมัน และผู้ใดที่ทำความชั่วไว้เขาก็จะได้เห็นมัน"
----------------------------------
- ในวันกิยามะฮฺ อะมั้ลที่เราทำไว้จะมาปรากฏให้เห็น แต่ละคนจะได้เห็นความดีชั่วที่ได้ทำไว้ในดุนยา คนดีจะอวดความดีตนเอง ความชั่วจะอับอายที่ถูกแฉความชั่ว
يعني : أنه سبحانه يحصي أعمال عباده ، ثم يوفيهم إياها بالجزاء عليها ، وهذا كقوله : فمن يعمل مثقال ذرة خيرا يره ومن يعمل مثقال ذرة شرا يره [ الزلزلة : 7 - 8 ] ، وقوله : ووجدوا ما عملوا حاضرا ولا يظلم ربك أحدا [ الكهف : 49 ] ، وقوله يوم تجد كل نفس ما عملت من خير محضرا وما عملت من سوء تود لو أن بينها وبينه أمدا بعيدا [ آل عمران : 30 ] ، وقوله : يوم يبعثهم الله جميعا فينبئهم بما عملوا أحصاه الله ونسوه [ المجادلة : 6 ] . وقوله : " ثم أوفيكم إياها " الظاهر أن المراد توفيتها يوم القيامة كما قال تعالى : وإنما توفون أجوركم يوم القيامة [ آل عمران : 185 ] ويحتمل أن المراد : يوفي عباده جزاء أعمالهم في الدنيا والآخرة كما في قوله : من يعمل سوءا يجز به [ النساء : 123 ] .
99:7-8 ดังนั้นผู้ใดกระทำความดีหนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน * ส่วนผู้ใดกระทำความชั่วหนักเท่าละอองธุลีเขาก็จะเห็นมัน
18:49 และพวกเขาได้พบสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ปรากฏอยู่ต่อหน้าและพระผู้เป็นเจ้าของเจ้ามิทรงอธรรมต่อผู้ใดเลย
3:30 วันที่แต่ละชีวิตพบความดีที่ตนได้ประกอบไว้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้า และความชั่วที่ตนได้ประกอบไว้ด้วย แต่ละชีวิตนั้นชอบ หากว่าระหว่างตนกับความชั่วนั้นจะมีระยะทางที่ห่างไกล และอัลลอฮ์ทรงเตือนพวกเจ้าให้ยำเกรงพระองค์ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงกรุณาปราณีต่อปวงบ่าวทั้งหลาย
58:6 วันที่อัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาทั้งหมดฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วพระองค์จะทรงแจ้งให้พวกเขาทราบถึงสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติไว้ อัลลอฮฺทรงประเมินมันไว้อย่างครบถ้วน แต่พวกเขาลืมมัน
وقد روي عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه فسر ذلك بأن المؤمنين يجازون بسيئاتهم في الدينا ، وتدخر لهم حسناتهم في الآخرة ، فيوفون أجورها . وأما الكافر فإنه يعجل له في الدنيا ثواب حسناته ، وتدخر له سيئاته ، فيعاقب بها في الآخرة ، وتوفية الأعمال هي توفية جزائها من خير أو شر ، فالشر يجازى به مثله من غير زيادة ، إلا أن يعفو الله عنه ، والخير تضاعف الحسنة منه بعشر أمثالها إلى سبعمائة ضعف إلى أضعاف كثيرة لا يعلم قدرها إلا الله ،
นบีสอนให้ขอดุอาอฺว่า "ร็อบบะนาอาตินาฟิดดุนยาหะสะนะฮฺ วะฟิลอาคิเราะติหะสะนะ วะกินาอะซาบันนาร" อย่าขอให้อัลลอฮฺชำระบาปของเราในโลกนี้ ให้ขอดุอาอฺและหวังว่าอัลลอฮฺจะยกโทษให้
- การตอบแทนอะมั้ล สำหรับผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธ
- ความเมตตาของอัลลอฮฺในการบันทึกความดี-ความชั่ว ความดีได้บันทึ 10-700 เท่า ความชั่วบันทึกเท่าที่ได้ทำ
- เมื่อทำความดี ให้ขอบคุณอัลลอฮฺ เพราะล้วนมาจากอัลลอฮฺ แต่ความชั่วนั้นมาตัวมนุษย์เอง
كما قال الله عز وجل : إنما يوفى الصابرون أجرهم بغير حساب [ الزمر : 10 ] . وقوله : " فمن وجد خيرا فليحمد الله ، ومن وجد غير ذلك ، فلا يلومن إلا نفسه " إشارة إلى أن الخير كله من الله فضل منه على عبده ، من غير استحقاق له ، والشر كله من عند ابن آدم من اتباع هوى نفسه ، كما قال عز وجل : ما أصابك من حسنة فمن الله وما أصابك من سيئة فمن نفسك [ النساء : 79 ] ،
وقال علي رضي الله عنه : لا يرجون عبد إلا ربه ، ولا يخافن إلا ذنبه ، فالله سبحانه إذا أراد توفيق عبد وهدايته أعانه ووفقه لطاعته ، فكان ذلك فضلا منه ، وإذا أراد خذلان عبد ، وكله إلى نفسه ، وخلى بينه وبينها ، فأغواه الشيطان لغفلته عن ذكر الله ، واتبع هواه ، وكان أمره فرطا ، وكان ذلك عدلا منه ، فإن الحجة قائمة على العبد بإنزال الكتاب ، وإرسال الرسول ، فما بقي لأحد من الناس على الله حجة بعد الرسل .
- ท่านอะลี - อย่าหวังอะไร นอกจากอัลลอฮฺ และอย่ากลัวอะไร นอกจากความผิดของตนเอง (เพราะไม่มีอะไรทำร้ายเรา นอกจากความผิดของเราเอง)
- ถ้าอัลลอฮฺทรงประสงค์จะช่วยบ่าวคนหนึ่งแล้ว พระองค์จะช่วยเหลือ การทำความดี แสดงว่าอัลลอฮฺช่วยเหลือเขาและโปรดปรานเขาให้ทำความดี
- คนที่หลงลืมจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ชัยฏอนจะทำให้เขาหลง
- ตรวจสอบผู้รู้อย่างไร ? ยึดกุรอานหะดีษเป็นหลัก
فقوله بعد هذا : " فمن وجد خيرا ، فليحمد الله ، ومن وجد غير ذلك فلا يلومن إلا نفسه "
إن كان المراد : من وجد ذلك في الدنيا ، فإنه يكون حينئذ مأمورا بالحمد لله على ما وجده من جزاء الأعمال الصالحة الذي عجل له في الدنيا
كما قال : من عمل صالحا من ذكر أو أنثى وهو مؤمن فلنحيينه حياة طيبة ولنجزينهم أجرهم بأحسن ما كانوا يعملون [ النحل : 97 ] ،
43.36 - หะดีษกุดซียที่อัลลอฮฺตรัสว่า "ใครที่พบความดี ก็ให้ขอบคุณอัลลอฮฺ" - หมายถึงในดุนยานี้ เมื่อเราได้ทำความดี สามารถเลิกความชั่วได้ ให้ขอบคุณอัลลอฮฺ ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า
16:97 ผู้ใดปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้นเราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขา ที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้
ويكون مأمورا بلوم نفسه على ما فعلت من الذنوب التي وجد عاقبتها في الدنيا ، كما قال تعالى : ولنذيقنهم من العذاب الأدنى دون العذاب الأكبر لعلهم يرجعون [ السجدة : 21 ] ، فالمؤمن إذا أصابه في الدنيا بلاء ، رجع إلى نفسه باللوم ، ودعاه ذلك إلى الرجوع إلى الله بالتوبة والاستغفار ،
- "ถ้าเจออะไรที่ไม่ดี ก็ให้ตำหนิตนเอง ไม่ใช่ตำหนิคนอื่น"
32:21 และแน่นอน เราจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษอันใกล้ (ในโลกนี้) ก่อนการลงโทษอันยิ่งใหญ่ (ในปรโลก)เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิด
- มุอฺมินเมื่อประสบบททดสอบจะตำหนิตนเอง และเตาบัต อิสติฆฟาร
وفي " المسند " " وسنن أبي داود " عن النبي صلى الله عليه وسلم قال : " إن المؤمن إذا أصابه سقم ، ثم عافاه الله منه ، كان كفارة لما مضى من ذنوبه ، وموعظة له فيما يستقبل من عمره ، وإن المنافق إذا مرض وعوفي ، كان كالبعير عقله أهله وأطلقوه ، لا يدري لم عقلوه ولا لم أطلقوه " .
- ท่านนบีกล่าวว่า "มุอฺมินที่ประสบความเจ็บปวด(หรือบททดสอบ) และอัลลอฮฺรักษาเขาให้หาย การเจ็บป่วยนั้นเป็นการลบล้างความชั่วในอดีต และเป็นการตักเตือนเขาในอนาคต แต่มุนาฟิกเมื่อเขาป่วย มันเหมือนอูฐ ที่เจ้าของอูฐผูกหรือปล่อย มันก็ไม่รู้เรื่อง (ไม่ได้บทเรียนให้สำนึกจากความเจ็บป่วยนั้น)" -- ทุกสิ่งที่เราประสบมันมีเหตุผลจากการกระทำของเขา ดังนั้นต้องคิด และแก้ไข
وقال سلمان الفارسي : إن المسلم ليبتلى ، فيكون كفارة لما مضى ومستعتبا فيما بقي ، وإن الكافر يبتلى ، فمثله كمثل البعير أطلق ، فلم يدر لم أطلق ، وعقل فلم يدر لم عقل ؟ وإن كان المراد من وجد خيرا أو غيره في الآخرة ، كان إخبارا منه بأن الذين يجدون الخير في الآخرة يحمدون الله على ذلك ، وأن من وجد غير ذلك يلوم نفسه حين لا ينفعه اللوم ، فيكون الكلام لفظه لفظ الأمر ، ومعناه الخبر ، كقوله صلى الله عليه وسلم : من كذب علي متعمدا ، فليتبوأ مقعده من النار والمعنى أن الكاذب عليه يتبوأ مقعده من النار .
54.05 - ซัลมาน อัลฟาริซี - มุอฺมินจะถูกทดสอบ เพื่อกัฟฟาเราะฮฺ(ลบล้าง)ความชั่วในอดีตของเขา และตักเตือนในเรื่องที่อาจเกิดในอนาคต แต่ผู้ปฏิเสธศรัทธา เมื่อถูกทดสอบก็เหมือนอูฐ จะผูกหรือปล่อย มันก็ไม่รู้เรื่อง
- ชาวสวรรค์เมื่อได้เข้าสวรรค์จะกล่าว "อัลฮัมดุลิลลาฮฺ" ในสวรรค์ไม่มีความลำบากความเหน็ดเหนื่อยใดๆ
وقد أخبر الله تعالى عن أهل الجنة أنهم يحمدون الله على ما رزقهم من فضله ، فقال : ونزعنا ما في صدورهم من غل تجري من تحتهم الأنهار وقالوا الحمد لله الذي هدانا لهذا وما كنا لنهتدي لولا أن هدانا الله [ الأعراف : 43 ]
وقال : وقالوا الحمد لله الذي صدقنا وعده وأورثنا الأرض نتبوأ من الجنة حيث نشاء [ الزمر : 74 ] ،
وقال : وقالوا الحمد لله الذي أذهب عنا الحزن إن ربنا لغفور شكور الذي أحلنا دار المقامة من فضله لا يمسنا فيها نصب ولا يمسنا فيها لغوب [ فاطر : 34 - 35 ] ،
وأخبر عن أهل النار أنهم يلومون أنفسهم ، ويمقتونها أشد المقت ،
فقال تعالى : وقال الشيطان لما قضي الأمر إن الله وعدكم وعد الحق ووعدتكم فأخلفتكم وما كان لي عليكم من سلطان إلا أن دعوتكم فاستجبتم لي فلا تلوموني ولوموا أنفسكم [ إبراهيم : 22 ] ،
وقال تعالى : إن الذين كفروا ينادون لمقت الله أكبر من مقتكم أنفسكم إذ تدعون إلى الإيمان فتكفرون [ غافر : 10 ] .
40:10 แท้จริงบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธานั้นจะมีเสียงตะโกนบอกว่า การเกลียดชังของอัลลอฮฺนั้นยิ่งใหญ่กว่าการเกลียดชังของพวกเจ้าต่อตัวของพวกเจ้าเอง เมื่อพวกเจ้าถูกเรียกร้องสู่การศรัทธา แล้วพวกเจ้าก็ได้ปฏิเสธศรัทธา
وقد كان السلف الصالح يجتهدون في الأعمال الصالحة ؛ حذرا من لوم النفس عند انقطاع الأعمال على التقصير .
- บรรดาสลัฟจะขยันทำความดี เพื่อที่จะไม่ตำหนิตนเองในวันกิยามะฮฺ
وفي " الترمذي " عن أبي هريرة مرفوعا : " ما من ميت يموت إلا ندم ، إن كان محسنا ندم على أن لا يكون ازداد ، وإن كان مسيئا ندم أن لا يكون استعتب " .
ท่านนบี "ไม่มีคนตายคนใดที่ตายแล้ว เว้นแต่จะต้องเสียใจ ถ้าเป็นคนดีก็เสียใจว่าทำความดีน้อยไป (ในดุนยา) ถ้าเป็นคนชั่วก็เสียใจว่าทำไมตอนอยู่ดุนยาไม่รับข้อตักเตือน"
وقيل لمسروق : لو قصرت عن بعض ما تصنع من الاجتهاد ، فقال : والله [ ص: 55 ] لو أتاني آت ، فأخبرني أن لا يعذبني ، لاجتهدت في العبادة ، قيل : كيف ذاك ؟ قال : حتى تعذرني نفسي إن دخلت النار أن لا ألومها ، أما بلغك في قول الله تعالى : ولا أقسم بالنفس اللوامة ؟ [ القيامة : 2 ]
إنما لاموا أنفسهم حين صاروا إلى جهنم ، فاعتنقتهم الزبانية ، وحيل بينهم وبين ما يشتهون ، وانقطعت عنهم الأماني ، ورفعت عنهم الرحمة ، وأقبل كل امرئ منهم يلوم نفسه . وكان عامر بن عبد قيس يقول : والله لأجتهدن ثم والله لأجتهدن ، فإن نجوت فبرحمة الله ، وإلا لم ألم نفسي . وكان زياد مولى ابن عياش يقول لابن المنكدر ولصفوان بن سليم : الجد الجد والحذر الحذر ، فإن يكن الأمر على ما نرجو كان ما عملتما فضلا ، وإلا لم تلوما أنفسكما . وكان مطرف بن عبد الله يقول : اجتهدوا في العمل ، فإن يكن الأمر كما نرجو من رحمة الله وعفوه ، كانت لنا درجات في الجنة ، وإن يكن الأمر شديدا كما نخاف ونحاذر ، لم نقل : ربنا أخرجنا نعمل صالحا غير الذي كنا نعمل [ فاطر : 37 ] ، نقول : قد عملنا فلم ينفعنا ذلك .
1.20 สรุปความสำคัญของหะดีษนี้ - เป็นสารสำคัญมากจากอัลลอฮฺ เป็นนโยบายสำคัญในชีวิตเราที่จะต้องยึดไว้คือ "อัลลอฮฺจะไม่ซุหลุ่ม เราขัดสน ต้องการอัลลอฮฺ พระองค์ทรงมั่งคั่งมั่งมี เมื่อขอจะให้แน่นอน
สรุปจากส่วนหนึ่งของการบรรยายโดย ชัยคฺ ริฎอ อะหมัด สมะดี http://www.youtube.com/watch?v=aQTQ22lpJrY
... ถ้าอัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะช่วยบ่าวคนหนึ่งคนใดของพระองค์ โดยให้ทางนำแก่เขา พระองค์จะให้ความช่วยเหลือแก่เขา ซึ่งหมายความว่าการที่อัลลอฮฺทรงช่วยเหลือนั้นเป็นความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ถ้าพระองค์ประสงค์ที่จะปล่อยบ่าวของพระองค์ พระองค์ก็จะทรงมอบการบริหารดูแลบ่าวของพระองค์ให้กับตัวของเขาเอง โดยให้ตัวของเขาดูแลตัวของเขาเอง โดยปราศจากความช่วยเหลือของพระองค์ และปล่อยให้บ่าวไปจัดการตัวเองกับนัฟซูของเขา
และชัยฏอนก็จะทำให้เขาหลง เพราะเขานั้นหลงลืมจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และปฏิบัติตามอารมณ์ของตัวเอง .. ซึ่งกิจการของเขาก็จะไม่มีชิ้นดี กระจัดกระจาย (คือไม่ประสบความสำเร็จ ณ ที่อัลลอฮฺ) ซึ่งนี่เป็นความยุติธรรมของอัลลอฮฺ มิใช่ความอยุติธรรมของพระองค์แต่อย่างใด เหตุเพราะเขาลืมอัลลอฮฺ และไม่พึ่งพาต่อพระองค์
คนที่ลืมพระองค์ ไม่ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ โดยดำเนินการต่างๆ ไปด้วยตัวของเขาเอง ท้ายที่สุดเขาย่อมพบว่า เขาไม่สามารถทำ (การงาน) ได้สำเร็จ ด้วยเพราะมี “ศัตรูเยอะ” มี “ชัยฎอน” มี “อารมณ์” อะไรต่อมิอะไรมากมาย โดยที่เขาต้องสู้อยู่คนเดียว และไม่ขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ แน่นอนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจาก "การเลือกทางของเขาเอง"
เมื่ออัลลอฮฺประทานลงมาซึ่ง “คัมภีร์ของพระองค์” นั่นก็คือ “คู่มือ (ชีวิตของเรา)” อัลลอฮฺทรงแจ้งให้เรา ศึกษาคู่มือนี้ให้ดี และให้ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ให้เราสามารถปฏิบัติตามคู่มือนี้ แต่เรากลับเอาคู่มือนี้มาอ่านเองทำเอง โดยไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ลืมอัลลอฮฺ ไม่ขอดุอาอฺจากพระองค์ ทำเอง.. ทำความดีเอง แต่ไม่รู้สึกถึงบุญคุณของอัลลอฮฺ และไม่พึ่งพาอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา เช่นนี้เขาย่อมไม่รอด (คือไม่ประสบความสำเร็จ)
ที่มา : การครองคู่ในอิสลาม
http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=218165891629857&id=182…;
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 62 views