คำพูดสวยงามที่เรียกหัวใจผู้คน (อัลบะลาเฆาะฮฺ)
แบบฉบับคุฏบะฮฺของท่านนบีและศ่อฮาบะฮฺ
ลักษณะผู้ศรัทธาเมื่อได้ฟังคำตักเตือน
- สรุป - หะดีษนี้ศ่อฮี้ฮฺ (เชื่อถือได้)
จากอัลอิรบาฎ อิบนุซาริยะฮฺ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ตักเตือน(เมาอิเซาะฮฺ)พวกเราครั้งหนึ่ง หัวใจของพวกเราได้เกิดความยำเกรง(หวาดกลัว) แล้วดวงตาของเราก็เกิดหลั่งไหลซึ่งน้ำตา
เศาะฮาบะฮฺได้กล่าวกับท่านนบีว่า “โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ ประหนึ่งการตักเตือนของท่านเป็นการตักเตือนอำลา (เป็นการตักเตือนครั้งสุดท้าย เหมือนว่าท่านนบีจะจากไปแล้ว) ดังนั้นได้โปรดสั่งเสียพวกเราเถิด”
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอสั่งเสียพวกท่านให้ยำเกรงอัลลอฮฺ ให้จิตภักดีต่อพระองค์ และสั่งเสียพวกท่านให้ภักดีต่อผู้นำ แม้นว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำของพวกท่านนั้นเป็นทาส เพราะแท้จริงผู้ใดที่จะมีอายุยืนนานภายหลังที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว เขาจะพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงยึดมั่นในซุนนะฮฺ(แนวทาง)ของฉัน และแนวทางของผู้นำ(เคาะลีฟะฮฺ)ที่จะมาหลังฉัน ซึ่งมีความปรีชาและได้รับคำแนะนำจากอัลลอฮฺตะอาลา, และจงกัดมันด้วยฟันกราม(ยึดมั่นอย่างหนักแน่น) แล้วพวกท่านจงระมัดระวังให้ห่างไกลจากสิ่งอุตริกรรม เพราะแท้จริงทุกอุตริกรรมนั้นเป็นการหลงผิด”
فقول العرباض : وعظنا رسول الله صلى الله عليه وسلم موعظة ، وفي رواية أحمد وأبي داود والترمذي : " بليغة " ، وفي روايتهم أن ذلك بعد صلاة الصبح ، وكان النبي صلى الله عليه وسلم كثيرا ما يعظ أصحابه في غير الخطب الراتبة ، كخطب الجمع والأعياد ، وقد أمره الله تعالى بذلك ، فقال : وعظهم وقل لهم في أنفسهم قولا بليغا [ النساء : 63 ] ، وقال : ادع إلى سبيل ربك بالحكمة والموعظة الحسنة [ النحل : 125 ] ،
ที่ท่านอิรบาดได้บอกว่า "ท่านนบีตักเตือนพวกเรา" เป็นข้อตักเตือนที่ซาบซึ้ง
- นบีตักเตือนหลังละหมาดศุบฮิ -- บ่อยครั้งที่นบีตักเตือนศ่อฮาบะฮฺนอกเหนือจากคุฏบะฮฺต่างๆ (เช่น คุฏบะฮฺวันศุกร์, อีด, หลังละหมาดขอฝน, ละหมาดกุซูฟ, อะร่อฟะฮฺ ฯลฯ)
- อัลลอฮฺสั่งใช้ท่านนบีให้ตักเตือนผู้คน
4:63 และจงตักเตือนพวกเขาและจงกล่าวแก่พวกเขาในเรื่องที่เกี่ยวกับตัวของพวกเขาอย่างสาแก่ใจ (ซาบซึ้ง)
16:125 จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม (วิทยปัญญา) และการตักเตือนที่ดี
ولكنه كان لا يديم وعظهم ، بل يتخولهم به أحيانا ، كما في " الصحيحين " عن أبي وائل ، قال : كان عبد الله بن مسعود يذكرنا كل يوم خميس ، فقال له رجل : يا أبا عبد الرحمن ، إنا نحب حديثك ونشتهيه ، ولوددنا أنك حدثتنا كل يوم ، فقال : ما يمنعني أن أحدثكم إلا كراهة أن أملكم ، إن رسول الله صلى الله عليه وسلم كان يتخولنا بالموعظة كراهة السآمة علينا .والبلاغة في الموعظة مستحسنة ، لأنها أقرب إلى قبول القلوب واستجلابها ،
ท่านนบีจะไม่ตักเตือนแบบนี้สม่ำเสมอ แต่จะตักเตือนเป็นครั้งคราว ดังปรากฏในศ่อฮี้ฮฺบุคอรียและมุสลิม และในบันทึก.... ว่า อับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอู๊ด จะสอนพวกเราทุกวันพฤหัส คนๆนึงก็บอกกับท่านว่า โอ้อบูอับดุรเราะหฺมาน เราชอบการพูดของท่าน และเราชอบจริงๆที่จะให้ท่านตักเตือน(นะซีฮัต)ทุกวัน อับดุลลอฮฺอิบนุมัสอู๊ดกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะห้ามท่าน (ที่จะสอนทุกวัน) นอกจากฉันไม่อยากให้พวกท่านเบื่อ เพราะท่านนบีสั่งสอนพวกเราเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้เบื่อข้อตักเตือนของท่าน
9.30
บทเรียน
1- ทุกคนที่มีความรู้ มีหน้าที่ต้องตักเตือน เพราะเป็นผู้ได้รับส่วนหนึ่งจากมรดกของท่านนบี และปฏิบัติตามความรู้ที่ตนเองมี
2- นบีไม่ได้กำหนดรูปแบบของการตักเตือน หรือจำกัดสถานที่และเวลา แต่ทำได้ทุกที่ที่เหมาะสม -- รูปแบบในการสอนศาสนา การตักเตือน
3- ให้เลือกคำพูดที่ดีงาม ซาบซึ้ง ในการตักเตือน เพราะจะเข้าถึงใจ และจะให้ผู้คนตอบรับการดะอฺวะฮฺ
والبلاغة : هي التوصل إلى إفهام المعاني المقصودة ، وإيصالها إلى قلوب السامعين بأحسن صورة من الألفاظ الدالة عليها ، وأفصحها وأحلاها للأسماع ، وأوقعها في القلوب . وكان النبي صلى الله عليه وسلم يقصر خطبتها ، ولا يطيلها ، بل كان يبلغ ويوجز .
21.0 อะไรคือคำพูดสวยงามที่เรียกหัวใจผู้คน (อัลบะลาเฆาะฮฺ) ?
- คือ ความสามารถที่จะให้ผู้คนเข้าใจเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร แล้วนำเนื้อหาเหล่านี้ไปสู่หัวใจผู้ฟังด้วยคำพูดที่สวยงามที่สุด และสามารถทะลุหัวใจได้
وفي " صحيح مسلم " عن جابر بن سمرة قال : كنت أصلي مع النبي صلى الله عليه وسلم ، [ ص: 112 ] فكانت صلاته قصدا ، وخطبته قصدا .
وخرجه أبو داود ولفظه : كان رسول الله صلى الله عليه وسلم لا يطيل الموعظة يوم الجمعة ، إنما هو كلمات يسيرات .
وخرجه مسلم من حديث أبي وائل قال : خطبنا عمار فأوجز وأبلغ ، فلما نزل ، قلنا : يا أبا اليقظان لقد أبلغت وأوجزت ، فلو كنت تنفست ، قال : إني سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول : إن طول صلاة الرجل ، وقصر خطبته ، مئنة من فقهه ، فأطيلوا الصلاة ، وأقصروا الخطبة ، فإن من البيان سحرا .
แบบฉบับคุฏบะฮฺของท่านนบีและศ่อฮาบะฮฺ แบบฉบับคุฏบะฮฺของท่านนบีและศ่อฮาบะฮฺ
- คุฏบะฮฺของท่านนบีจะไม่ยาว ท่านใช้คำพูดสั้นๆ ที่มีความหมายมากมาย และสำนวนสวยงาม
- อัมมาร อิบนุยาซิร ได้กล่าวคุฏบะฮฺสั้นๆ มีเนื้อหาเข้มข้น เมื่อลงจากมิมบัร ลูกศิษย์ได้บอกว่า ท่านพูดเข้มข้นและสั้นๆ ท่านน่าจะอธิบายยาวหน่อย
ท่านตอบว่า - ฉันได้ยินท่านนบีกล่าวว่า แท้จริงการละหมาดยาวนานของคนหนึ่งคนใดและคุฏบะฮฺสั้น เป็นสัญญาณว่าคนเหล่านั้นมีความรู้ ดังนั้นพวกท่านจงละหมาดให้นานและคุฏบะฮฺให้สั้น เพราะแท้จริงส่วนนึ่งของคำพูดย่อมมีไสยศาสตร์ -- อุละมาอฺเรียกว่าไสยศาสตร์ที่หะล้าล
- ไสยศาสตร์ที่หะล้าล คือคำพูดที่สวยงาม ซาบซึ้ง ผู้คนฟังแล้วรับการตักเตือนและเปลี่ยนแปลงชีวิต -- บางคนพูดสั้นๆ แต่ทำให้คนเปลี่ยนแปลงชีวิตเลย ฮิดายะฮฺอยู่ที่อัลลอฮฺ
وخرج الإمام أحمد وأبو داود من حديث الحاكم بن حزن ، قال : شهدت مع رسول الله صلى الله عليه وسلم الجمعة فقام متوكئا على عصا أو قوس ، فحمد الله ، وأثنى عليه كلمات خفيفات طيبات مباركات .
- อัลฮากัม - ข้าพเจ้าได้ร่วมละหมาดกับท่านนบี ท่านยึนบนมิมบัรโดยพิงไม้เท้าหรือธนู (--การกำหนดรูปแบบคุฏบะฮฺ โดยต้องถือไม่ตุก๊ะ ? นบีไม่เน้นรูปแบบอิบาดะฮฺ แต่เน้นที่เนื้อหา) เริ่มด้วยการสรรเสริญอัลลอฮฺ แล้วสดุดีด้วยคำพูดเบาๆ ดีๆ มีบะร่อกัต
وخرج أبو داود عن عمرو بن العاص أن رجلا قام يوما ، فأكثر القول ، فقال عمرو : لو قصد في قوله ، لكان خيرا له ، سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول : لقد رأيت - أو أمرت - أن أتجوز في القول ، فإن الجواز هو خير .
- คนนึงได้พูดปราศรัยต่อหน้า อัมร อิบนุอาศ แล้วพูดมาก ท่านได้กล่าวว่า ถ้าเขาพูดสั้นๆ ปานกลาง ย่อมดีสำหรับเขา ฉันได้ยินท่านนบีกล่าวว่า "ข้าพเจ้าถูกใช้ให้พูดสั้นๆ ปานกลาง เพราะการพูดสั้นๆปานกลางนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดี"
-----------------------------------------
وقوله : " ذرفت منها العيون ووجلت منها القلوب " هذان الوصفان بهما مدح الله المؤمنين عند سماع الذكر كما قال تعالى : إنما المؤمنون الذين إذا ذكر الله وجلت قلوبهم [ الأنفال : 2 ] وقال : وبشر المخبتين الذين إذا ذكر الله وجلت قلوبهم [ الحج : 34 - 35 ] وقال : ألم يأن للذين آمنوا أن تخشع قلوبهم لذكر الله وما نزل من الحق [ الحديد : 16 ] ، وقال : الله نزل أحسن الحديث كتابا متشابها مثاني تقشعر منه جلود الذين يخشون ربهم ثم تلين جلودهم وقلوبهم إلى ذكر الله [ الزمر : 23 ] ، وقال تعالى : وإذا سمعوا ما أنزل إلى الرسول ترى أعينهم تفيض من الدمع مما عرفوا من الحق [ المائدة : 83 ] .
----------------------------
จากหะดีษนี้ -- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ตักเตือน(เมาอิเซาะฮฺ)พวกเราครั้งหนึ่ง หัวใจของพวกเราได้เกิดความยำเกรง(หวาดกลัว) แล้วดวงตาของเราก็เกิดหลั่งไหลซึ่งน้ำตา -- นี่คือผลของคำพูดที่มีผลต่อผู้คน บางทีเห็นผลทันที
----------------------------
- ต้องหาโอกาสในการตักเตือนที่เหมาะสม เช่น ไม่เตือนขณะเขากำลังทำความชั่ว, เตือนขณะเสียใจที่ทำความผิด, เตือนขณะเขาอยู่คนเดียว ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าถูกประจาน หรือเตือนขณะคุฏบะฮฺต่อหน้าผู้คน แต่ไม่เจาะจงคนหนึ่งคนใด
- ความบริสุทธิ์ใจ สำคัญมากในการตักเตือนผู้อื่น
- "หัวใจของพวกเราได้เกิดความยำเกรง(หวาดกลัว)" น้ำตาไหล,ขนลุก -- เป็นลักษณะของผู้ศรัทธา ดังเช่นอายะฮฺนี้
8:2 “แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธานั้น คือ ผู้ที่เมื่ออัลลอฮฺถูกกล่าวขึ้นแล้ว หัวใจของพวกเขาก็หวั่นเกรงn style="color:#993300">
- อะฮฺนัฟ อิบนุก๊อยสฺ มีความอดทนสูงมาก
- โจรที่เข้าปล้นบ้านแล้วได้ยินอายะฮฺ "ยังไม่ถึงเวลาหรือ...."
- ซัลมาน อัลฟาริซียฺ
56.30
وكان صلى الله عليه وسلم يتغير حاله عند الموعظة ، كما قال جابر : كان النبي صلى الله عليه وسلم إذا خطب ، وذكر الساعة ، اشتد غضبه ، وعلا صوته ، واحمرت عيناه ، كأنه منذر جيش يقول : صبحكم ومساكم . خرجه مسلم بمعناه .
ตอนท่านนบีตักเตือนหรือคุฏบะฮฺ ท่านจะมีอาการเปลี่ยนแปลง ท่านจะโมโห เสียงดัง ตาแดง เปรียบเสมือนเป็นคนที่มาเตือนกองทัพว่าศัตรูกำลังบุกเมือง
وفي " الصحيحين " عن أنس أن النبي صلى الله عليه وسلم خرج حين زاغت الشمس ، فصلى الظهر ، فلما سلم ، قام على المنبر ، فذكر الساعة ، وذكر أن بين يديها أمورا عظاما ، ثم قال : من أحب أن يسأل عن شيء فليسأل عنه ، فوالله لا تسألوني عن شيء إلا أخبرتكم به في مقامي هذا ، قال أنس : فأكثر الناس البكاء وأكثر رسول الله صلى الله عليه وسلم أن يقول : سلوني ، فقام إليه رجل فقال : أين مدخلي يا رسول الله ، قال : النار وذكر الحديث .
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 172 views