โดย dp6admin
หัวข้อเรื่อง
ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม ครั้งที่ 131 (หะดีษที่ 28/3)
บทบาทของผู้นำและผู้รู้ ที่จะชี้นำชี้แนะผู้ศรัทธา
การตักเตือนอำลา, ฮัจอำลา
นบีบอกว่าให้ละหมาดเหมือนอำลา
หะดีษก่อดีรคุม
รวบรวมคุฏบะฮฺอำลาของท่านนบีในหลายโอกาส
นบีสั่งเสียให้ระวังดุนยา
จุดพบท่านนบีคือ อัลเฮาฎฺ
สถานที่
บ้านทองทา บางกอกน้อย
วันที่บรรยาย
2 ชะอฺบาน 1433
วันที่บรรยาย
ความยาว
61.00 นาที
มีวีดีโอ
ไม่มี
คลิ้กเพื่อรับฟัง/ดาวน์โหลด (คลิ้กขวา บันทึกเป็น.../Save as...)
รายละเอียด

จากอัลอิรบาฎ อิบนุซาริยะฮฺ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ตักเตือน(เมาอิเซาะฮฺ)พวกเราครั้งหนึ่ง หัวใจของพวกเราได้เกิดความยำเกรง(หวาดกลัว) แล้วดวงตาของเราก็เกิดหลั่งไหลซึ่งน้ำตา 
เศาะฮาบะฮฺได้กล่าวกับท่านนบีว่า “โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ ประหนึ่งการตักเตือนของท่านเป็นการตักเตือนอำลา (เป็นการตักเตือนครั้งสุดท้าย เหมือนว่าท่านนบีจะจากไปแล้ว) ดังนั้นได้โปรดสั่งเสียพวกเราเถิด”

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอสั่งเสียพวกท่านให้ยำเกรงอัลลอฮฺ ให้จิตภักดีต่อพระองค์ และสั่งเสียพวกท่านให้ภักดีต่อผู้นำ แม้นว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำของพวกท่านนั้นเป็นทาส เพราะแท้จริงผู้ใดที่จะมีอายุยืนนานภายหลังที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว เขาจะพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงยึดมั่นในซุนนะฮฺ(แนวทาง)ของฉัน และแนวทางของผู้นำ(เคาะลีฟะฮฺ)ที่จะมาหลังฉัน ซึ่งมีความปรีชาและได้รับคำแนะนำจากอัลลอฮฺตะอาลา, และจงกัดมันด้วยฟันกราม(ยึดมั่นอย่างหนักแน่น) แล้วพวกท่านจงระมัดระวังให้ห่างไกลจากสิ่งอุตริกรรม เพราะแท้จริงทุกอุตริกรรมนั้นเป็นการหลงผิด”

- หะดีษสำคัญที่ร่างนโยบายชีวิตของผู้ศรัทธา
- บทบาทของผู้นำและผู้รู้ในสังคม ที่จะชี้นำชี้แนะผู้ศรัทธา และการสนองของศ่อฮาบะฮฺต่อคำสอนของท่านนบี -- บ่งถึงบรรยากาศของเมืองมะดีนะฮฺ ที่พร้อมรับคำสอนจากนบีและนำไปปฏิบัติ
- รูปแบบการตักเตือนและรับคำตักเตือน ของผู้ศรัทธา

- อิบนุร่อจับได้รวบรวม เนื้อหาในการตักเตือนของท่านนบี ﷺ

وفي " مسند " الإمام أحمد عن النعمان بن بشير أنه خطب ، فقال : سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يخطب يقول : أنذرتكم النار ، حتى لو أن رجلا كان بالسوق لسمعه من مقامي هذا ، قال : حتى وقعت خميصة على عاتقه عند رجليه .

- นุอฺมานขึ้นคุฏบะฮฺและกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ยินท่านนบีกล่าวว่า "ข้าพเจ้าเตือนพวกเจ้าในเรื่องนรก จงกลัวนรกเถิด" นบีพูดเสียงดังสองครั้ง จนกระทั่งถ้ามีใครเดินในตลาด (ใกล้มัสยิด) ก็จะได้ยิน ท่าทางของนบีขณะเตือน ทำให้จุบบะฮฺของท่านหล่นลงไป -- นบีจริงใจในการตักเตือน

وفي " الصحيحين " عن عدي بن حاتم قال : قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : اتقوا النار ، قال : ثم وأشاح ، ثم قال : اتقوا النار ، ثم أعرض وأشاح ثلاثا حتى ظننا أنه ينظر إليها ، ثم قال : اتقوا النار ولو بشق تمرة ، فإن لم يجد فبكلمة طيبة .

นบีตักเตือนว่า "จงกลัวนรกเถิด" แล้วนบีก็หันหน้าและกล่าว "จงกลัวนรกเถิด"  จนกระทั่งศ่อฮาบะฮฺสงสัยว่าที่นบีหันหน้านั้นท่านกำลังเห็นนรกอยู่รึเปล่า
ครั้งที่ 4 นบีบอกว่า "จงกลัวนรกเถิด แม้ว่าจะทำให้เราห่างจากนรกด้วยการบริจาคอินทผลัมครึ่งเมล็ดก็ตาม, (ถ้าไม่มีอินทผลัม) มิเช่นนั้นก็ด้วยคำพูดที่ดีงาม"
-- เช่น กล่าว จะซากัลลอฮุค็อยร็อน/ขอบคุณ

وخرجه الإمام أحمد من حديث عبد الله بن سلمة عن علي ، أو عن الزبير بن العوام ، قال : كان رسول الله صلى الله عليه وسلم يخطبنا ، فيذكرنا بأيام الله ، حتى يعرف ذلك في وجهه ، وكأنه نذير قوم يصبحهم الأمر غدوة ، وكان إذا كان حديث عهد بجبريل لم يتبسم ضاحكا حتى يرتفع عنه .

16.4 ศ่อฮาบะฮฺ (ท่านอะลี อิบนุอบีฏอลิบ หรืออัซซุบัยรฺ) รายงานว่า ท่านนบีคุฏบะฮฺให้พวกเราฟัง ก็จะตักเตือนใน *บรรดาวันของอัลลอฮฺ* จนพวกเรารู้กสึกถึงความเคร่งเครียดของท่านนบีจากใบหน้าของท่าน เสมือนนบีเป็นทหารคนหนึ่งที่ถูกส่งไปหาเบาะแสของศัตรู และมีหลักฐานว่ากองทัพศัตรูใกล้จะบุกเมืองแล้ว (เตือนอย่างจริงจัง)
-- *บรรดาวันของอัลลอฮฺ* เป็นสำนวนในกุรอาน หมายถึงเหตุการณ์ลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือกลุ่มชนก่อนๆ
- หลังจากท่านนบีพบท่านจิบรีล (รับวะฮียฺ) ท่านจะไม่ยิ้มหรือหัวเราะ -- แสดงเนื้อหาของวะฮี ทำให้ท่านนบีไม่ยิ้ม เคร่งเครียด 
- ปัญหาของสังคมที่ได้รับคำตักเตือน แต่ไม่ได้ประโยชน์คือ ไม่ให้ความสำคัญ, เห็นเป็นเรื่องตลกเรื่องเล่น, ไม่จริงใจในการรับคำตักเตือน

وخرج الطبراني والبزار من حديث جابر ، قال : كان النبي صلى الله عليه وسلم إذا أتاه الوحي ، أو وعظ ، قلت : نذير قوم أتاهم العذاب ، فإذا ذهب عنه ذلك ، رأيته أطلق الناس وجها ، وأكثرهم ضحكا ، وأحسنهم بشرا ، صلى الله عليه وسلم .
- ขณะที่มีวะฮียฺมาจากอัลลอฮฺ - นบีจะตักเตือนเสมือนชาวเมืองคนหนึ่งได้เห็นอะซาบที่อัลลอฮฺกำลังลงโทษก็มาเตือนผู้คน ครั้นเมื่อสถานการณ์นั้นผ่านไปแล้ว ก็จะเห็นท่านนบียิ้มแย้มแจ่มใสหัวใจ มีอัธยาศัยดีที่สุดในมวลมนุษย์ทั้งหลาย

--------------------------------28.25
وقولهم : " يا رسول الله ، كأنها موعظة مودع ، فأوصنا " 
เศาะฮาบะฮฺได้กล่าวกับท่านนบีว่า “โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ ประหนึ่งการตักเตือนของท่านเป็นการตักเตือนอำลา (เป็นการตักเตือนครั้งสุดท้าย เหมือนว่าท่านนบีจะจากไปแล้ว) ดังนั้นได้โปรดสั่งเสียพวกเราเถิด”
--------------------------------

يدل على أنه كان صلى الله عليه وسلم قد أبلغ في تلك الموعظة ما لم يبلغ في غيرها ، فلذلك فهموا أنها موعظة مودع ، فإن المودع يستقصي ما لم يستقص غيره في القول والفعل ، ولذلك أمر النبي صلى الله عليه وسلم أن يصلي صلاة مودع ، لأنه من استشعر أنه مودع بصلاته ، أتقنها على أكمل وجوهها . 

- อิบนุร่อจับ - แสดงว่าในครั้งนั้นท่านนบีเตือนอย่างซาบซึ้งอย่างที่ไม่เคยเตือนมาก่อน ศฮบ.จึงได้รู้สึกว่าเป็นการตักเตือนของผู้ที่จะอำลา -- เพราะมีเนื้อหาครอบคลุม ละเอียดรอบคอบ
30.30 - ฉะนั้น ท่านนบีสั่งพวกเราให้ละหมาดเสมือนเป็นการละหมาดอำลา (ครั้งสุดท้าย), อย่าพูดคำพูดใดที่จะทำให้ท่านขอโทษในคำพูดนั้น, และจงรวบรวมความรู้สึกขาดความหวังต่อสิ่งที่อยู่ในมือของผู้คน (อย่าอยากได้ของคนอื่น ให้หวังต่ออัลลอฮฺเท่านั้น)
- มนุษย์มีความหวังยาวกว่าอายุขัยของเขา ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่มีจริง
- อัลลอฮฺทรงเมตตาผู้ที่มีสะมาฮะฮฺ(อัธยาศัยดี) ในการซื้อขาย และเมื่อขัดแย้งกันก็ตกลงกันด้วยดี
42.3 - นบีบอกว่าให้ละหมาดเหมือนอำลา -- จะทำให้มีคุชูอฺ และละหมาดอย่างดีที่สุด

คุฏบะฮฺอื่นๆ ที่นบีส่งสัญญาณว่าใกล้จะจากไปแล้ว

-- หะดีษก่อดีรคุม--

ولربما كان قد وقع منه صلى الله عليه وسلم تعريض في تلك الخطبة بالتوديع ، كما عرض بذلك في خطبته في حجة الوداع ، وقال : لا أدري ، لعلي لا ألقاكم [ ص: 115 ] بعد عامي هذا وطفق يودع الناس ، فقالوا : هذه حجة الوداع ، ولما رجع من حجه إلى المدينة ، جمع الناس بماء بين مكة والمدينة يسمى خما ، وخطبهم ، وقال : يا أيها الناس ، إنما أنا بشر مثلكم يوشك أن يأتيني رسول ربي فأجيب ثم حض على التمسك بكتاب الله ، ووصى بأهل بيته ، خرجه مسلم .

- หะดีษนี้นบีพูดเหมือนอำลา เช่นเดียวกับคุฏบะฮฺอะร่อฟะฮฺตอนฮัจอำลา -- ท่านนบีกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะได้พบพวกท่านอีกไหมในปีต่อไป -- ปีนั้นท่านนบีสลามอำลาผู้คน เมื่อกลับจากฮัจไปมะดีนะฮฺ นบีได้รวบรวมผู้คน ใกล้บ่อน้ำ(หรือตาน้ำ) ระหว่างมะดีนะฮฺกับมักกะฮฺ ชื่อ "คุม" (ก่อดีรคุม)  - เรียกว่าหะดีษก่อดีรคุม ชีอะฮฺชอบยกมา เพราะมีการกล่าวถึงอะฮฺลุลบัยตฺ แต่เนื้อหาหะดีษของชีอะฮฺต่างจากซุนนะฮฺ ซึ่งอิบนุร่อจับได้ยกเนื้อหาหะดีษที่ถูกต้องซึ่งบันทึกโดยอิมามมุสลิมดังนี้

นบีกล่าวกับผู้คนว่า "โอ้มนุษย์ทั้งหลาย แท้จริงข้าพเจ้าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ใกล้เหลือเกินที่จะมีตัวแทนจากอัลลอฮฺมาเรียกฉัน (คือมะละกุ้ลเมาต์) ข้าพเจ้าก็ต้องตอบรับ และนบีสั่งเสียให้ยึดมั่นในกิตาบุลลอฮฺ และให้ช่วยดูแลครอบครัวของท่านด้วย (อะฮฺลุลุบัยตฺ)"
-- แต่ชีอะฮฺกลับรายงานว่า "ท่านนบีฝากไว้ 2 สิ่งที่มีน้ำหนักคือ กิตาบุลลอฮฺและลูกหลานของท่านนบี" (คือให้ยึในอัลกุรอานและคำพูดคำสอนของลูกหลานท่านนบี) -- สำนวนนี้คลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้องแน่นอน ไม่สอดคล้องกับหะดีษอื่นๆ

48.4
-- คุฏบะฮฺหลังสงครามอุฮุด --

وفي " الصحيحين " ولفظه لمسلم عن عقبة بن عامر قال : صلى رسول الله صلى الله عليه وسلم على قتلى أحد ، ثم صعد المنبر كالمودع للأحياء والأموات ، فقال : إني فرطكم على الحوض ، فإن عرضه ، كما بين أيلة إلى الجحفة ، وإني لست [ ص: 116 ] أخشى عليكم أن تشركوا بعدي ، ولكن أخشى عليكم الدنيا أن تنافسوا فيها ، وتقتتلوا ، فتهلكوا كما هلك من كان قبلكم ، قال عقبة : فكانت آخر ما رأيت رسول الله صلى الله عليه وسلم على المنبر .

- ท่านนบีละหมาดจะนาซะฮฺให้แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามอุฮุด (อุละมาอฺบางท่านเห็นว่าไม่ละหมาดจะนาซะฮฺให้ผู้ตายชะฮีด, ศ็อลลาตรงนี้คือดุอาอฺให้) เสร็จแล้วนบีขึ้นมิมบัรพูดด้วยสำนวนเสมือนกำลังอำลาทั้งคนเป็นและคนตาย
- ท่านนบีกล่าวว่า "โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะรีบไปก่อน ไปอยู่ใกล้ชิดกับบ่อน้ำ (ของท่านนบี) ความกว้างของบ่อน้ำเท่ากับระยะระหว่างอัยละฮฺ(บัยตุลมักดิส)และจุหฺฟะฮฺ (มีกอต) -- (ระยะประมาณ 1000 กม.) ข้าพเจ้าไม่กลัวว่าพวกเจ้าจะตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ หลังจากข้าพเจ้าเสียชีวิตแล้ว แต่ข้าพเจ้ากลัวดุนยา ที่พวกเจ้าจะแข่งขันกัน แล้วจะฆ่ากัน พวกเจ้าก็จะหายนะ ดังเช่นประชาชาติยุคก่อนได้หายนะกัน" 
ศ่อฮาบะฮฺกล่าวว่า นี่คือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินท่านนบีพูดบนมิมบัร

وخرج الإمام أحمد ولفظه : صلى رسول الله صلى الله عليه وسلم على قتلى أحد بعد ثمان سنين كالمودع للأحياء والأموات ، ثم طلع المنبر ، فقال : إني فرطكم ، وأنا عليكم شهيد ، وإن موعدكم الحوض ، وإني لأنظر إليه ، ولست أخشى عليكم الكفر ، ولكن الدنيا أن تنافسوها .

- หลังจากสงครามอุฮุด นบีกล่าวบนมิมบัรว่า "ข้าพเจ้าจะไปก่อน ข้าพเจ้าเป็นสักขีพยานต่อพวกท่าน จุดพบระหว่างข้าพเจ้ากับพวกท่านคือ บ่อน้ำ (อัลเฮาฎฺ) ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังมองยังบ่อน้ำ แล้วข้าพเจ้าไม่กลัวพวกเจ้าจะกุฟรฺ(ปฏิเสธศรัทธา) แต่ทว่าข้าพเจ้ากลัวเรื่องดุนยา ที่พวกเจ้าจะแข่งขัน สู้รบกัน (เพื่อมัน)" -- ใครที่จะได้ดื่มจากบ่อน้ำ เราควรจะศึกษาอย่างยิ่ง

 

WCimage
หะดีษ 28/3 คำสั่งเสียจากท่านนบี ﷺ (ตักเตือนอำลา)