ยึดมั่นในอัซซุนนะฮฺอย่างไร, แบบอย่างจากยุคสะลัฟ,
การเชื่อฟังผู้นำ, เคาะวาริจญฺ, ฟิตนะฮฺในยุคท่านอุษมาน,
คุละฟาอุรรอชิดีน, คิลาฟะฮฺอะลามินฮาญินนุบุวะฮฺ(خِلاَفَةٌ عَلَى مِنْهَاجِ النُّبُوَّةِ) และหน้าที่ของเรา, อัลมะหฺดี
وإنَّه من يَعِشْ مِنْكُم بعدي فَسَيرى اختلافاً كَثيراً ، فَعَلَيكُمْ بِسُنَّتِي وسُنَّةِ الخُلفاء الرَّاشدينَ المهديِّينَ ، عَضُّوا عليها بالنَّواجِذِ ،
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "....แท้จริงผู้ใดที่จะมีอายุยืนนานภายหลังที่ฉันเสียชีวิตไปแล้ว เขาจะพบการเปลี่ยนแปลง(ขัดแย้ง)อย่างมากมาย ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงยึดมั่นในซุนนะฮฺ(แนวทาง)ของฉัน และแนวทางของผู้นำ(เคาะลีฟะฮฺ)ที่จะมาหลังฉัน ซึ่งมีความปรีชาและได้รับคำแนะนำจากอัลลอฮฺตะอาลา, และจงกัดมันด้วยฟันกราม(ยึดมั่นอย่างหนักแน่น)...
- อิมามอิบนุร่อจับได้เริ่มอธิบาย "การเปลี่ยนแปลงในประชาชาติ" ที่ท่านนบีกล่าวในหะดีษ
- ปชช อิสลามจะแตกแยกเป็น 73 จำพวก ทั้งหมดอยู่ในนรก ยกเว้นจำพวกเดียว คือกลุ่มที่เหมือนนบีและศ่อฮาบะฮฺในด้านศาสนา
- หะดีษ 28 นี้นบีสั่งไว้ว่า เมื่อเกิดความขัดแย้งแตกแยก ให้ยึดซุนนะฮฺของท่านและคุละฟาอฺรอชิดีน -- หะดีษนี้มีความชัดเจนว่า จะเกิดความขัดแย้งแน่นอน และศาสนามีทางออกให้ คือ #ยึดมั่นในซุนนะฮฺ, ในอัลกุรอานระบุว่าให้กลับไปหาอัลลอฮฺและร่อซูล
- การยึดมั่นในซุนนะฮฺนี้ มีมุมมองที่แตกต่างกัน
- หลักการในการตีความกุรอานและหะดีษ, อายะฮฺที่ถูกยกเลิก/ไม่ยกเลิก
- ปัญหาเกิดจากคนที่่ตีความกุรอาน/หะดีษ ในเชิงปฏิเสธ ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน เพราะไม่ได้ยึดมั่นซุนนะฮฺของท่านนบี
-- อัซซุนนะฮฺคืออะไร ? --
والسنة : هي الطريقة المسلوكة ، فيشمل ذلك التمسك بما كان عليه هو وخلفاؤه الراشدون من الاعتقادات والأعمال والأقوال ، وهذه هي السنة الكاملة ،
ซุนนะฮฺ คือแนวทาง ของท่านนบีและคุละฟาอฺรอชิดีน ทั้งด้านความเชื่อ การปฏิบัติ คำพูดวาจา -- นี่คือ #ซุนนะฮฺที่สมบูรณ์ คือยึดมั่นทั้งความเชื่อ (อิอฺติกอด) การปฏิบัติ (อะมั้ล) และคำพูด (อักวาล)
- แสดงว่า ซุนนะฮฺที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์
ولهذا كان السلف قديما لا يطلقون اسم السنة إلا على ما يشمل ذلك كله ، وروي معنى ذلك عن الحسن والأوزاعي والفضيل بن عياض .
- สลัฟรุ่นเก่า (ยุคศ่อฮาบะฮฺ ตาบิอีน ตาบิอิตตาบิอีน) จะใช้คำว่า "ซุนนะฮฺ" ในเรื่องทั้งหมดนี้ -- ซึ่งเป็นนิยามของอัลหะซัน อัลเอาซาอี อัลฟุฎ็อยลฺ
وكثير من العلماء المتأخرين يخص اسم السنة بما يتعلق بالاعتقادات ، لأنها أصل الدين ، والمخالف فيها على خطر عظيم ، وفي ذكر هذا الكلام بعد الأمر بالسمع والطاعة لأولي الأمر إشارة إلى أنه لا طاعة لأولي الأمر في طاعة [ ص: 121 ] الله ، كما صح عنه أنه قال : إنما الطاعة في المعروف .
- อุละมาอฺรุ่นหลัง จะเอาคำว่า "ซุนนะฮฺ มาเจาะจงเรื่ออะกีดะฮฺโดยเฉพาะ เพราะเป็นเรื่องหลักของศาสนา และคนที่ขัดแย้งกับอะกีดะฮฺถือว่าอันตรายมาก
- เชื่อฟังผู้นำ ต้องไม่ขัดกับซุนนะฮฺนบี เชื่อฟังในเรื่องที่ชอบธรรม
وفي " المسند " عن أنس أن معاذ بن جبل قال : يا رسول الله ، أرأيت إن كان علينا أمراء لا يستنون بسنتك ، ولا يأخذون بأمرك ، فما تأمر في أمرهم ؟ فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : لا طاعة لمن لم يطع الله عز وجل .
มุอ๊าซกล่าวกับท่านนบีว่า "ท่านนบีครับ ถ้ามีผู้นำไม่ยึดมั่นในซุนนะฮฺของท่าน และไม่เอาคำสั่งของท่าน ท่านนบีเห็นอย่างไร ?
ท่านนบี "ไม่มีการเชื่อฟังให้แก่คนที่ไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ"
-- สำนวนหะดีษนี้อธิบายได้ 2 แง่มุม
1- คนที่ไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺในบางเรื่อง เช่น ละหมาดซะกาตฮัจ แต่อนูญาตให้มีธนาคารดอกเบี้ย ต้องสอบถามให้ละเอียดก่อนตัดสิน... -- คนที่ไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺบางเรื่อง ก็ไม่ต้องเชื่อฟังเขาเลย
2- ไม่เชื่อฟังเฉพาะในเรื่องที่เขาไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺและร่อซูล
-- ค่อวาริจ กบฏไ ม่ยอมรับผู้นำ แม้จะเป็นศ่อฮาบะฮฺหรือผู้รู้ ฆ่าศ่อฮาบะฮฺและลูกหลาน
-- ค่อวาริจไม่เชื่อฟังท่านอุษมาน อิบนุอัฟฟาน โดยอ้างหลักการศาสนา แต่มีความคลาดเคลื่อนในการเข้าใจตัวบทหลักฐาน ไม่ได้เอาจากสะละฟุซซอลิหฺ
- การใช้ดอกเบี้ยในธนาคารอิสลามฯ, บัยอุลอีนะฮฺ, ดอกเบี้ยทางอ้อม
49.35 ผู้นำใช้ในสิ่งที่ไม่ขัดหลักการศาสนา ก็ต้องเชื่อฟัง, ผู้ที่เพี้ยนในเรื่องอะกีดะฮฺก็ต้องเชื่อฟัง
- มุอฺตะซิม (ผู้นำในยุคอิมามอะหมัด) เป็นมุอฺตะซิละฮฺ (นอกเแนวซุนนะฮฺชัดเจน) แต่อิมามอะหมัดถือว่าเป็นผู้นำที่ต้องเชื่อฟัง อนุญาตให้ไปออกจิฮาดกับเขาได้
وخرج ابن ماجه من حديث ابن مسعود أن النبي صلى الله عليه وسلم قال : سيلي أموركم بعدي رجال يطفئون من السنة ويعملون بالبدعة ، ويؤخرون الصلاة عن مواقيتها فقلت : يا رسول الله إن أدركتهم ، كيف أفعل ؟ قال : لا طاعة لمن عصى الله .
50.45 ท่านนบี กล่าว่า "จะปกครองกิจการของพวกท่านภายหลังจากฉัน บุรุษที่เขาจะดับรัศมีบางส่วนของซุนนะฮฺและปฏิบัติด้วยมาตรการของบิดอะฮฺบางประการ และจะละหมาดล่าช้า" อับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอู๊ด ถามว่า "ถ้าข้าพเจ้าทันยุคนั้น ควรทำอย่างไรครับ"
ท่านนบีตอบว่า "ไม่มีการเชื่อฟังสำหรับคนที่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺ"
-----------------------
-- ซุนนะฮฺของคุละฟาอฺรอชิดีน --
وفي أمره صلى الله عليه وسلم باتباع سنته ، وسنة خلفائه الراشدين بعد أمره بالسمع والطاعة لولاة الأمور عموما دليل على أن سنة الخلفاء الراشدين متبعة ، كاتباع سنته ، بخلاف غيرهم من ولاة الأمور .
ซุนนะฮฺของคุละฟาอฺรอชิดีนเป็นแนวทางที่ต้องปฏิบัติของผู้นำโดยเฉพาะ มีตำแหน่งมีคุณค่าเสมือนซุนนะฮฺของท่านนบี อื่นจากนั้น (หลังจาก 4 ท่าน) ไม่รวมในหะดีษนี้
-- หลักฐานที่ว่าต้องปฏิบัติตามศ่อฮาบะฮฺ --
وفي " مسند الإمام أحمد " و " جامع الترمذي " عن حذيفة قال : كنا عند النبي صلى الله عليه وسلم جلوسا ، فقال : إني لا أدري ما قدر بقائي فيكم ، فاقتدوا بالذين من بعدي - وأشار إلى أبي بكر وعمر - وتمسكوا بعهد عمار ، وما حدثكم ابن [ ص: 122 ] مسعود فصدقوه وفي رواية : تمسكوا بعهد ابن أم عبد ، واهتدوا بهدي عمار فنص صلى الله عليه وسلم في آخر عمره على من يقتدى به من بعده ، والخلفاء الراشدون الذين أمر بالاقتداء بهم هم أبو بكر وعمر وعثمان وعلي ، فإن في حديث سفينة عن النبي صلى الله عليه وسلم : الخلافة بعدي ثلاثون سنة ، ثم تكون ملكا ، وقد صححه الإمام أحمد واحتج به على خلافة الأئمة الأربعة .
- หนังสือสุนันติรมิซียฺ (จามิอุสสุนัน), สุนันกุบรอ สุนันศุฆรอ
สุนัน - พหูพจน์ของ ซุนนะฮฺ หมายถึง แนวทางต่างๆของท่านนบี
- หุซัยฟะฮฺและศ่อฮาบะฮฺนั่งอยู่กับท่านนบี ท่านนบีได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเวลาที่จะอยู่กับพวกท่านมีอีกเท่าไหร่ ดังนั้นพวกท่านจงปฏิบัติตามเชื่อฟัง 2 คนหลังยุคของฉัน (นบีชี้อบูบักรและอุมัร), จงยึดมั่นในสัญญาของอัมมารอิบนุยาซิร, สิ่งที่อับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอู๊ดบอกพวกท่าน จงเชื่อฟังเขา"
อีกสำนวน ท่านนบีบอกว่า "จงยึดมั่นในสัญญามั่น(สัตยาบัน)ของอิบนุอุมมิอับดฺ(อับดุลลอฮฺ อิบนุมัสอู๊ด) และจงยึดมั่นในสภาพของอัมมรอิบนุยาซิร"
-- หะดีษนี้เป็นหลักฐานชัดเจนให้ตามท่านอบูบักรและท่านอุมัร -- โต้แย้งชีอะฮฺที่บอกว่าให้ตามท่านอะลี (หลังจากท่านนบีจากไป)
- นบีป่วยไม่สามารถเป็นอิมาม นบีให้ท่านอบูบักรเป็นอิมามนำละหมาดแทนท่าน
- คุละฟาอฺรอชิดีน คือ อบูบักร อุมัร อุษมาน อะลี
- หะดีษสะฟีนะฮฺ ท่านนบีบอกว่า "คิลาฟะฮฺหลังชีวิตของฉัน 30 ปี, จากนั้นเป็นระบบกษัตริยฺ (ไม่ใช่ชูรอ)..." -- รวมคุละฟาอฺรอชิดีน 4 ท่าน 30 ปีพอดี
-- อัลหะซัน อิบนุอะลี ถูกแต่งตั้งหลังจากอะลี โดยไม่ใช่เอกฉันท์ ภายหลังท่านยอมให้มุอาวิยะฮเป็นผู้นำ (ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้ผ่านชูรอ) ยกเว้นในสมัยอุมัร อิบนุอับดิลอะซีซ ซึ่งได้รับแต่งตั้ง แต่ท่านลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้ง แล้วได้รับเลือกมาเป็นผู้นำ
ที่ท่านนบีกล่าวว่า "...จากนั้นเป็นระบบกษัตริยฺ..." มีนัยของ 2 ประการ
1- ยอมรับในระบบกษัตริย์ ผิดในด้านที่ไม่ผ่านชูรอ แต่ไม่ได้ผิดหลักการอย่างสิ้นเชิง
2- ยอมรับในระบบกษัตริย์และตำหนิว่าไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์
- คุละฟาอฺรอชิดีน นับเฉพาะ 4 ท่าน หรือรวมค่อลีฟะฮฺรุ่นหลังที่มีคุณสมบัติเหมาะสมด้วย ? รวม อุมัร อิบนุอับดิลอะซีซ ด้วยไหม ?
ونص كثير من الأئمة على أن عمر بن عبد العزيز خليفة راشد أيضا ، ويدل عليه ما خرجه الإمام أحمد من حديث حذيفة عن النبي صلى الله عليه وسلم ، قال : تكون فيكم النبوة ما شاء الله أن تكون ، ثم يرفعها الله إذا شاء أن يرفعها ، ثم تكون خلافة على منهاج النبوة ، فتكون ما شاء الله أن تكون ، ثم يرفعها الله إذا شاء أن يرفعها ، ثم تكون ملكا عاضا ما شاء الله أن تكون ، ثم يرفعها إذا شاء أن يرفعها ، ثم تكون ملكا جبرية ، فتكون ما شاء الله أن تكون ، ثم يرفعها إذا شاء أن يرفعها ، ثم تكون خلافة على منهاج النبوة ثم سكت . فلما ولي عمر بن عبد العزيز ، دخل عليه رجل ، فحدثه بهذا الحديث ، فسر به ، وأعجبه .
- คุลาฟะฮฺรอชิดีน (30 ปี)
- มุลกับจะบะรียะฮฺ - อุมาวียะฮฺ (132 ปี) - ระบบกษัตริย์ที่เข้มงวด รักษาให้กษัตริย์อยู่ในตระกูลตน,
- อับบาซียะฮฺ (600 ปี),
- อุสมานียะฮฺ
- คิลาฟะฮฺ อะลามินฮาจินนุบูวะฮฺ -- ควรจะเกิดขึ้นก่อนมีอัลมะหฺดี
-- อย่าขัดขวางการปกครองอิสลาม, อย่าสร้างอุปสรรค หรือทำลายคนที่จะสร้างคิลาฟะฮฺอะลามินฮาจินนุบูวะฮฺ
وكان محمد بن سيرين أحيانا يسأل عن شيء من الأشربة ، فيقول : نهى عنه إمام هدى : عمر بن عبد العزيز .
มุฮัมมัด อิบนุซีรีน ถูกถามเกี่ยวกับเครื่องดื่มบางอย่าง (น้ำหมัก*) ท่านตอบว่า "อิมามที่อยู่ในทางนำห้ามกิน (หมายถึง อุมัร อิบนุอับดิลอะซีซ)
- *น้ำผลไม้ที่ต้มแล้วหมัก (อิรัก) จะเข้มและเริ่มเปรี้ยว ถ้ากินนิดเดียวไม่เมา แต่กินเยอะจะเมา อุละมาอฺอิรักหลายท่านว่ากินได้
- ข้าวหมาก กินได้ไหม ?
-------------------------------------
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 99 views