- อิบนุร่อจับเห็นว่า ทัศนะของท่านอุมัรที่ตรงกับศ่อฮาบะฮฺส่วนมาก ก็วาจิบต้องปฏิบัติตาม (แต่มิใช่ทุกเรื่อง)
- ไม่พบอิจมาอฺของสลัฟที่สวนทางกับกุรอานและหะดีษ
- มันฮัจญฺ(แนวทาง)ของสะลัฟคืออะไร ? จะพิสูจน์อย่างไร ?
- ความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติตามสลัฟ ในสังคมปัจจุบัน
"...พวกท่านจงระมัดระวังให้ห่างไกลจากสิ่งอุตริกรรม เพราะแท้จริงทุกอุตริกรรมนั้นเป็นการหลงผิด"
"บิดอะฮฺ (อุตริกรรม)" ที่นบีพูดถึงคืออะไร ?
ทัศนะของท่านอุมัรมี 2 ประเภท ฟัตวา (ความเห็น) และคำพิพากษา (ก่อฎออฺ, คำสั่ง ให้ทั่วอาณาจักรปฏิบัติ)
-- ทัศนะในเรื่องการหย่า -- ใช้ หย่าสาม/หย่าขาด
وأما ما لم يجمع عمر الناس عليه ، بل كان له فيه رأي ، وهو يسوغ لغيره أن يرى رأيا يخالف رأيه ، كمسائل الجد مع الإخوة ، ومسألة طلاق البتة ، فلا يكون قول عمر فيه حجة على غيره من الصحابة والله أعلم .
وإنما وصف الخلفاء بالراشدين ، لأنهم عرفوا الحق ، وقضوا به ، فالراشد ضد الغاوي ، والغاوي من عرف الحق وعمل بخلافه .
- ท่านนบีให้ฉายาว่ "คุละฟาอฺรอชิดีน"
รอชิดีน คือผู้อยู่ในแนวทาง, รู้ความจริงและตัดสินตามนั้น
อัรรุชดฺ - บรรลุนิติภาวะ รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร
รอชิด ตรงข้ามสกับ ฆอวี (หลง)
وفي رواية : " المهديين "
"อัลมะหฺดียีน"
يعني : أن الله يهديهم للحق ، ولا يضلهم عنه ، فالأقسام ثلاثة : راشد وغاو وضال ، فالراشد عرف الحق واتبعه ، والغاوي : عرفه ولم يتبعه ، والضال : لم يعرفه بالكلية ، فكل راشد فهو مهتد ، وكل مهتد هداية تامة فهو راشد ، لأن الهداية إنما تتم بمعرفة الحق والعمل به أيضا
"อัลมะหฺดียีน" - อัลลอฮฺให้เขาอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง
แบ่งได้เป็น 3 แนวทาง - รอชิด(คนที่รู้ความจริงแล้วปฏิบัติตาม), ฆอวี (คนที่รู้ความจริงแล้วไม่ปฏิบัติตาม), ฎอล (ไม่รู้เลย),
"ทางนำที่เราต้องการ" กับ "ทางนำที่อัลลอฮฺอยาให้เราอยู่" ต่างกันไหม ?
มันฮัจญฺ(แนวทาง)ของสะลัฟคืออะไร ? จะพิสูจน์อย่างไร ?
- ทัศนะของสะลัฟที่ไมใช่เอกฉันท์ จะยึดเป็นมันฮัจสะลัฟทั้งหมดไม่ได้
26.1 ตัวอย่าง
- อุละมาอฺ 8 ท่านที่กำลังอ้างกันว่าอยูในแนวสลัฟที่เที่ยงตรง มีทัศนะว่าห้ามใส่สูท เป็นการเลียนแบบกาฟิร คนที่ชอบใส่สูทเป็นพวกอิควาน -- จะถือเป็นมันฮัจสลัฟได้ไหม ?
- ตอนที่อิรักบุกคูเวต -- อนุญาตให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในซาอุดี้
- เมื่อขัดแย้งกันให้กลับไปหาอัลลอฮฺและร่อซูล นี่คือแนวทางที่ถูกต้อง
36.50
-----------------
وقوله : عضوا عليها بالنواجذ
"...และจงกัดมันด้วยฟันกราม(ยึดมั่นอย่างหนักแน่น)"
-----------------
وقوله : عضوا عليها بالنواجذ كناية عن شدة التمسك بها ، والنواجذ : الأضراس .
- เป็นสำนวนบ่งถึงความสเคร่งครัดในการยึดมั่น
นะวาจิส - ฟันกราม
- สงครามอุฮุด ท่านนบีถูกเหล็กเกี่ยวที่หน้า ซะอดฺใช้ฟันหน้าดึงออกให้จนฟันหลุด
------------------
قوله : وإياكم ومحدثات الأمورفإن كل بدعة ضلالة
"... แล้วพวกท่านจงระมัดระวังให้ห่างไกลจากสิ่งอุตริกรรมในกิจการต่างๆ เพราะแท้จริงทุกอุตริกรรมนั้นเป็นการหลงผิด”"
-----------------
تحذير للأمة من اتباع الأمور المحدثة المبتدعة ، وأكد ذلك بقوله : كل بدعة ضلالة والمراد بالبدعة : ما أحدث مما لا أصل له في الشريعة يدل عليه ، فأما ما كان له أصل من الشرع يدل عليه ، فليس ببدعة شرعا ، وإن كان بدعة لغة ،
- นี่เป็นการตักเตือนสำหรับประชาชาติทั้งหลาย มิให้ปฏิบัติกิจการที่เป็นอุตริกรรม และตอกย้ำด้วยว่า "ทุกอุตริกรรมเป็นการหลงผิด"
"บิดอะฮฺ (อุตริกรรม)" ที่นบีพูดถึงคืออะไร ?
- คือสิ่งที่ถูกอุตริขึ้นมา โดยไม่มีตัวอย่างในหลักการศาสนา
- มี 2 นิยามที่มีชื่อเสียง
1- บิดอะฮฺที่ไม่มีตัวอย่าง(แบบฉบับจากสลัฟ)เลย - เช่น ละหมาดตะรอวีหฺ(จะมาอะฮฺ)ทุกวันในเดือนร่อมะฎอน สมัยท่านนบีไม่ได้ทำ นบีละหมาด 2-3 วัน
- บิดอะฮฺที่ดีและที่ไม่ดี ?
- ซิกรุลลอฮฺพร้อมกันขณะพักละหมาดตะรอวีหฺ -- ไม่มีแบบฉบับ
- ศ่อละวาตเสียงดังหลังละหมาด
52.24
อิมามอัชชาฏิบียฺ มีหนังสือ*นิยาม "บิดอะฮฺ" อย่างละเอียด (คนที่ศึกษาแนวทางสะลัฟควรอ่านเล่นนี้ให้เข้าใจ)
ท่านได้นิยาม "บิดอะฮฺ" ว่าคือแนวทางที่อ้างว่าแสวงบุญจากอัลลอฮฺ ดูคล้ายๆ แนวทางที่มีบทบัญญัติรับรอง แสดงว่ามันเป็นข้อคลุมเครือ
ซึ่งมี 2 อย่างที่ทำให้คนหลงปฏิบัติคือ
1- เจตนาดี เพื่อแสวงบุญ
2- ไม่มีหลักฐานรองรับโดยเจาะจง แต่มีหลักฐานกว้างๆ
*หนังสืออัลอิอฺติซอมและอัลมุวาฟะกอต
- ซุนนะฮฺ (อยู่ในแนวทางมีหลักฐานรองรับ) ตรงข้ามกับ บิดอะฮฺ
- เช่น การจัดเมาลิดนบี
อิมามอัชชาฏิบียฺ เรียกอุตริกรรมที่ไม่มีหลักฐานไม่มีรูปแบบเลยว่า บิดอะฮฺอัศลียะฮฺ เช่น เมื่อเห็นเมฆก็ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ,
- บางเรื่องมีอะศ็อลแต่ไม่มีรูปแบบ เช่น จัดเมาลิดนบี การรำลึกถึงท่านนบี มีอะศ็อล แต่รูปแบบที่เขาจัดเมาลิดกันนั้นไม่มี
وفي " صحيح مسلم " عن جابر ، أن النبي صلى الله عليه وسلم كان يقول في خطبته : إن خير الحديث كتاب الله ، وخير الهدي هدي محمد ، وشر الأمور محدثاتها ، وكل بدعة ضلالة .
ท่านนบีจะกล่าวในคุฏบะฮฺของท่านบ่อยครั้งว่า "คำพูดที่ดีเลิศคือคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และทางนำที่ดีเลิศคือทางนำของมุฮัมมัด และกิจการที่เลวที่สุดคืออุตริกรรม และอุตริกรรมทุกชนิดเป็นการหลงผิด"
وخرج الترمذي وابن ماجه من حديث كثير بن عبد الله المزني - وفيه ضعف - عن أبيه عن جده ، عن النبي صلى الله عليه وسلم ، قال : من ابتدع بدعة ضلالة لا يرضاها الله ورسوله ، كان عليه مثل آثام من عمل بها ، لا ينقص ذلك من أوزارهم شيئا .
ท่านนบีกล่าวว่า "ใครที่ได้อุตริบิดอะฮฺอย่างหนึ่งโดยที่อัลลอฮฺและร่อซูลไม่พอพระทัยนั้น ทุกๆคนที่ทำบิดอะฮฺนี้ คนแรกที่อุตรขึ้นมาจะได้รับบาปทั้งหมด โดยที่ความผิดของคนที่ทำตามจะไม่พร่องไป" -- สายรายงานอ่อนแอเล็กน้อย
وخرج الإمام أحمد من رواية غضيف بن الحارث الثمالي قال : بعث إلي عبد الملك بن مروان ، فقال : إنا قد جمعنا الناس على أمرين : رفع الأيدي على المنابر يوم الجمعة ، والقصص بعد الصبح والعصر ، فقال : أما إنهما أمثل بدعتكم عندي ، ولست بمجيبكم إلى شيء منها ، لأن النبي صلى الله عليه وسلم ، قال : ما أحدث قوم بدعة إلا رفع مثلها من السنة فتمسك بسنة خير من إحداث بدعة .
[ ص: 128 ] وقد روي عن ابن عمر من قوله نحو هذا .
- เมื่อทำบิดอะฮฺอย่างหนึ่ง ซุนนะฮฺอย่างหนึ่งก็จะหายไป
1.09
----------------------------
فقوله صلى الله عليه وسلم : كل بدعة ضلالة
"ทุกอุตริกรรมเป็นการหลงผิด"
----------------------------
فقوله صلى الله عليه وسلم : كل بدعة ضلالة من جوامع الكلم لا يخرج عنه شيء ، وهو أصل عظيم من أصول الدين ، وهو شبيه بقوله : من أحدث في أمرنا ما ليس منه فهو رد ، فكل من أحدث شيئا ، ونسبه إلى الدين ، ولم يكن له أصل من الدين يرجع إليه ، فهو ضلالة ، والدين بريء منه ، وسواء في ذلك مسائل الاعتقادات ، أو الأعمال ، أو الأقوال الظاهرة والباطنة .
อิบนุร่อจับ - ดังกล่าวนี้เป็นคำพูดที่รัดกุม ไม่มีข้อเยกเว้นเลย และเป็นรากฐานใหญ่ของอิสลาม มีลักษณะคล้ายคำพูดของท่านนบีที่ว่า "ผู้ใดก็ตามอุตรกิจการในศาสนา โดยที่มันไม่ได้อยู่ในศาสนา จะถูกปฏิเสธ"
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 256 views