วิเคราะห์สถานะหะดีษ, สายรายงาน
- อิมามติรมิซียฺเห็นว่าหะดีษนี้ "หะซัน (ดี) ศ่อฮี้ฮฺ (แข็งแรง)" มีความหมายอย่างไร ?
- หะดีษนี้ครอบคลุมนิติศาสตร์อิสลามเกือบทั้งหมด
- อธิบายหะดีษช่วงต้น
عن معاذ رضي الله عنه قال : قلت : يا رسول الله أخبرني بعمل يدخلني الجنة ويباعدني من النار ، قال : لقد سألت عن عظيم وإنه ليسير على من يسره الله عليه : تعبد الله لا تشرك به شيئا ، وتقيم الصلاة ، وتؤتي الزكاة ، وتصوم رمضان ، وتحج البيت . ثم قال : ألا أدلك على أبواب الخير ؟ الصوم جنة ، والصدقة تطفئ الخطيئة كما يطفئ الماء النار ، وصلاة الرجل في جوف الليل ، ثم تلا : تتجافى جنوبهم عن المضاجع حتى بلغ : يعلمون [ السجدة : 16 - 17 ] ، ثم قال : ألا أخبرك برأس الأمر وعموده وذروة سنامه ؟ قلت : بلى يا رسول الله ، قال : رأس الأمر الإسلام ، وعموده الصلاة ، وذروة سنامه الجهاد ، ثم قال : ألا أخبرك بملاك ذلك كله ؟ قلت : بلى يا رسول الله ، فأخذ بلسانه ، قال : كف عليك هذا قلت : يا نبي الله ، وإنا لمؤاخذون بما نتكلم به ؟ فقال : ثكلتك أمك ، وهل يكب الناس في النار على وجوههم ، أو قال على مناخرهم إلا حصائد ألسنتهم . رواه الترمذي ، وقال : حديث حسن صحيح .
มุอ๊าซบอกกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า “โอ้ท่านนบี โปรดบอกข้าพเจ้าด้วยการงานชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าสวรรค์และห่างไกลจากนรก”
ท่านนบีตอบว่า “เจ้าได้ถามในเรื่องที่ยิ่งใหญ่จริง แต่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับบุคคลที่อัลลอฮฺให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา (ท่านนบีตอบว่า) เจ้าต้องอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺโดยไม่ตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์เลย ให้ดำรงซึ่งการละหมาด ดำรงการบริจาคทาน ดำรงซึ่งการถือศีลอดเดือนรอมฎอน และให้บำเพ็ญฮัจญฺยังบัยตุลลอฮฺ
แล้วท่านนบีได้บอกต่อไปว่า อยากให้ข้าพเจ้าแนะนำท่านซึ่งประตูแห่งความดีไหม การถือศีลอดนั้นเป็นเกราะ(สิ่งป้องกัน) ส่วนการบริจาคทานนั้นสามารถดับซึ่งความชั่วเปรียบเสมือนน้ำดับไฟ และการละหมาดของคนหนึ่งคนใดในช่วงกลางของกลางคืนนั่นก็เป็นประตูแห่งความดี แล้วท่านนบีก็ได้อ่านอายะฮฺ * تَتَجَافَى جُنُوبُهُمْ عَنِ الْمَضَاجِعِ * ถึง يَعْمَلُوْنَ -- สีข้างของพวกเขาเคลื่อนห่างจากที่นอน พลางวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเขาด้วยความกลัวและความหวัง และพวกเขาบริจาค สิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา (16) ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ (17) ซูเราะฮฺอัสสัจญฺดะฮฺ [ อัลลอฮฺบอกว่า บุคคลที่ร่างกายของเขาห่างไกลจากที่นอน โดยเขาวิงวอนต่ออัลลอฮฺด้วยความยำเกรงและหวังในเมตตาของพระองค์ และเขายังมีส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินที่นำไปบริจาค เจ้า(ท่านนบี)พึงรู้เถิดว่า บุคคลเหล่านั้นไม่มีใครจะรู้สิ่งที่อัลลอฮฺเตรียม(ปกปิด)ไว้ซึ่งความผาสุขต่างๆ(ในสวนสวรรค์)สำหรับคนเหล่านี้ ]
แล้วท่านนบีได้พูดต่อไปว่า “เจ้าอยากรู้ไหม (อยากให้ข้าพเจ้าบอกไหม) หัวหน้าของกิจการของเรา(ส่วนที่อยู่ในแนวหน้า เสาหลักในกิจการของเรา สิ่งที่อยู่สูงสุด(ยอด)ของกิจการของเรา)
ท่านมุอ๊าซกล่าวว่า “ได้โปรดบอกด้วยครับท่านนบี”
ท่านนบีตอบว่า “สิ่งที่อยู่ในแนวหน้าของกิจการของเราคือ การนอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ(การยอมรับ สวามิภักดิ์) และเสาหลักของกิจการเราคือการละหมาด และสิ่งที่สูงสุด(ยอด)คือญิฮาด(การต่อสู้)”
ท่านนบีได้พูดต่อว่า “อยากให้ข้าพเจ้าบอกเจ้าไหมถึงสิ่งที่ควบคุมสิ่งเหล่านี้(ที่พูดไปแล้ว)ทั้งหมด”
มุอ๊าซตอบว่า “ได้โปรดบอกด้วยครับ”
ท่านนบีได้จับลิ้นของท่าน และบอกว่า “จงระงับส่วนนี้(คือลิ้น)”
มุอ๊าซบอกว่า “โอ้นบีของอัลลอฮฺ แล้วเราจะถูกสอบสวนในสิ่งที่เราพูดกระนั้นหรือ”
ท่านนบีบอกว่า “ถ้าเจ้าไม่เข้าใจ(ในเรื่องนี้)เจ้าก็จะประสบกับความหายนะ โดยที่มารดาของเจ้าจะได้เห็นความพินาศของเจ้า (นี่เป็นการขอดุอาอฺให้พ้นจากความชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้น) อะไรเล่าที่มนุษย์ทั้งหลายถูกโยนลงในนรกโดยคว่ำหน้า(หรือคว่ำจมูกเขาบนไฟนรก) นอกจากผลของลิ้นของเขา”
-----------------------------------
[ ص: 135 ] هذا الحديث خرجه الإمام أحمد ، والترمذي ، والنسائي ، وابن ماجه من رواية معمر عن عاصم بن أبي النجود ، عن أبي وائل ، عن معاذ بن جبل ، وقال الترمذي : حسن صحيح .
- หนังสือมุอฺจัมฯ (ปทานุกรม) ของฏ๊อบรอนียฺ รวบรวมหะดีษตามลำดับชื่ออาจารย์ตามอักษร
- อาซิม عاصم - เป็นทั้งนักอ่านกุรอาน และรายงานหะดีษ ท่านได้รับกุรอานจากตาบิอีนหลายท่าน มีลูกศิษย์ชื่อ ฮัฟสฺ -- กิรออะฮฺที่มีชื่อเสียงคือ ฮัฟสฺอัลอาซิม
- อิมามติรมิซียฺเห็นว่าหะดีษนี้ "หะซัน (ดี) ศ่อฮี้ฮฺ (แข็งแรง)" มีความหมายอย่างไร ?
- มุฮัมมัด .. อัลมัซลูม ถูกประหารชีวิตเพราะแต่งหะดีษมากมาย (ยุคอับบาซียะฮฺ)
- ชาวเปอร์เซีย (ชีอะฮฺและมะจูซ) แทรกซึมเข้ามาเป็นมุสลิมเพื่อทำลายอิสลาม
- นักตรวจสอบหะดีษ เกิดขึ้นในยุคนี้ เช่น ยะหฺยา อิบนุมะอีน -จะไปนั่งฟังผู้รุ้สอน แล้วสอบถามความถูกต้องของสายรายงานหะดีษ จับโกหกคนรายงานหะดีษ
وفيما قاله رحمه الله نظر من وجهين : أحدهما : أنه لم يثبت سماع أبي وائل من معاذ ، وإن كان قد أدركه بالسن وكان معاذ بالشام ، وأبو وائل بالكوفة ، وما زال الأئمة - كأحمد وغيره - يستدلون على انتفاء السماع بمثل هذا ، وقد قال أبو حاتم الرازي في سماع أبي وائل من أبي الدرداء : قد أدركه ، وكان بالكوفة وأبو الدرداء بالشام ، يعني : أنه لم يصح له سماع منه . وقد حكى أبو زرعة الدمشقي عن قوم أنهم توقفوا في سماع أبي وائل من عمر ، أو نفوه ، فسماعه من معاذ أبعد .ง
والثاني : أنه قد رواه حماد بن سلمة عن عاصم بن أبي النجود ، عن شهر بن حوشب ، عن معاذ ، خرجه الإمام أحمد مختصرا ، قال الدارقطني : وهو أشبه بالصواب ؛ لأن الحديث معروف من رواية شهر على اختلاف عليه فيه .
ในสิ่งที่ท่านได้พูด (อัตติรมิซียฺ ร่อหิมะฮุลลอฮฺ) ได้วินิจฉัยนั้นมีข้อพิจารณา (--ให้เกียรติในการวิจารณ์ความเห็น) 2 ประการ...
- สรุปทุกสายรายงานฎ่ออีฟ แต่อิบนุร่อจับเอามาอธิบาย เพราะอะไร ? -- ไม่ใช่ทุกหะดีษที่สายรายงานฎ่ออีฟ จะหมายรวมถึงสำนวนหะดีษ(มะตัน)ฎ่ออีฟไปด้วย
- สายรายงานขอมุอ๊าซนั้นฎ่ออีฟ แต่สายรายงานของอบูฮุรอยเราะฮฺศ่อฮี้ฮฺ
57.25
--------------
وقوله : " أخبرني بعمل يدخلني الجنة ، ويباعدني عن النار "
มุอ๊าซบอกกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า
“โอ้ท่านนบี โปรดบอกข้าพเจ้าด้วยการงานชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าสวรรค์และห่างไกลจากนรก”
----------------
وقد تقدم في شرح الحديث الثاني والعشرين من وجوه ثابتة من حديث أبي هريرة وأبي أيوب [ ص: 136 ] وغيرهما أن النبي صلى الله عليه وسلم سئل عن مثل هذه المسألة ، وأجاب بنحو ما أجاب به في حديث معاذ .
- หะดีษนี้เนื้อหาคล้ายหะดีษที่ 22 แสดงว่าเนื้อหาศ่อฮี้ฮฺ อิบนุร่อจับจะอธิบายเพิ่มเติมในเนื้อหาส่วนที่แตกต่าง
وفي رواية الإمام أحمد في حديث معاذ أنه قال : يا رسول الله ، إني أريد أن أسألك عن كلمة قد أمرضتني وأسقمتني وأحزنتني ، قال : سل عما شئت ، قال : أخبرني بعمل يدخلني الجنة لا أسألك غيره ، وهذا يدل على شدة اهتمام معاذ رضي الله عنه بالأعمال الصالحة ، وفيه دليل على أن الأعمال سبب لدخول الجنة ، كما قال تعالى : وتلك الجنة التي أورثتموها بما كنتم تعملون [ الزخرف : 72 ] .
- ในสำนวนหะดีษของอิมามอะหมัด มุอ๊าซบอกกับท่านนบีว่า "โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ข้าพเจ้าอยากถามท่านเกี่ยวกับคำพูดหนึ่ง ทำให้ข้าพเจ้าป่วย เจ็บ และเศร้า"
นบี "จงถามเลยในสิ่งที่เจ้าต้องการรู้"
มุอ๊าซ "ได้โปรดบอกการงานอย่างหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าเข้าสวรรค์ได้ โดยไม่ต้องไปถามคนอื่น"
-- เป็นหลักฐานว่าท่านมุอ๊าซใส่ใจในการงานที่ดี และการงานนั้นเป็นสาเหตุให้เราเข้าสวรรค์ด้วย แม้ว่าเราจะเข้าสวรรค์ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ
وأما قوله صلى الله عليه وسلم : لن يدخل الجنة أحد منكم بعمله فالمراد - والله أعلم - أن العمل بنفسه لا يستحق به أحد الجنة لولا أن الله جعله - بفضله ورحمته - سببا لذلك والعمل بنفسه من رحمة الله وفضله على عبده ، فالجنة وأسبابها كل من فضل الله ورحمته .
ที่ท่านนบีพูดว่า "ไม่มีใครในหมุ่พวกท่านจะเข้าสวรรค์ด้วยอะมั้ลของเขา" - วัตถุประสงค์ของหะดีษนี้ (อัลลอฮฺทรงรู้ยิ่ง) อะมั้ลอย่างเดียวไม่ใช่สาเหตุหลักที่ให้เข้าสวรรค์ เว้นแต่ด้วยควาโปรดปรานของอัลลอฮฺ ทำให้อะมั้ลมีค่า
1.04
-----------------
وقوله : لقد سألت عن عظيم
ท่านนบีตอบว่า “เจ้าได้ถามในเรื่องที่ยิ่งใหญ่จริง..." -- อธิบายแล้วในหะดีษ 22
-----------------
قد سبق في شرح الحديث المشار إليه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال لرجل سأله عن مثل هذا : لئن كنت أوجزت المسألة ، لقد أعظمت وأطولت ، وذلك لأن دخول الجنة والنجاة من النار أمر عظيم جدا ، ولأجله أنزل الله الكتب ، وأرسل الرسل ، وقال النبي صلى الله عليه وسلم لرجل : كيف تقول إذا صليت ؟ قال : أسأل الله الجنة ، وأعوذ به من النار ، ولا أحسن دندنتك ولا دندنة معاذ ، يشير إلى كثرة دعائهما واجتهادهما في المسألة فقال النبي صلى الله عليه وسلم : حولها ندندن وفي رواية : هل تصير دندنتي ودندنة معاذ إلا أن نسأل الله الجنة ، [ ص: 137 ] ونعوذ به من النار
อีกสำนวนท่านนบีกล่าวกับชายอีกคนหนึ่งที่มาถามถึงสิ่งที่ทำให้เข้าสวรรค์ว่า "แม้ว่าท่านได้ถามสั้นๆ แต่แท้จริงท่านถามในเรื่องยิ่งใหญ่ ต้องตอบยาว" -- เพราะว่าการเข้าสวรรค์ พ้นจากนรกนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเรื่องนี้อัลลอฮฺจึงประทานค้มภีร์มาแก่นบีทั้งหลายมา
นบีถามชายคนนึง่ว่า "ดุอาอฺอะไรบ้างในละหมาด"
เขาตอบว่า "ข้าพเจ้าขอให้เข้าสวรรค์ พ้นจากนรก ดุอาอฺแบบที่นบีและท่านมุอ๊าซขอนั้น ข้าพเจ้าขอไม่เป็น"
นบีบอกว่า "ที่เราขอก็ทำนองนี้แหละ" -- คือนบีก็ขอเพื่อให้เข้าสวรรค์ พ้นจากนรก
-- มารยาทของผู้ถาม ถามสิ่งที่เป็นประโยชน์
- เลือกคำถามใหญ่สำหรับคนใหญ่ (ผู้รู้ที่ยิ่งใหญ่ ความรู้มาก)
- ขยันไปหาผู้รู้ ฟังหลายๆท่าน ไม่ใช่แค่เฉพาะผู้รู้ซุนนะฮฺ
---------------------
وقوله : وإنه ليسير على من يسره الله عليه
"...แต่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับบุคคลที่อัลลอฮฺให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา.."
----------------------
إشارة إلى أن التوفيق كله بيد الله عز وجل ، فمن يسر الله عليه الهدى اهتدى ، ومن لم ييسره عليه ، لم ييسر له ذلك ؛ قال الله تعالى : فأما من أعطى واتقى وصدق بالحسنى فسنيسره لليسرى وأما من بخل واستغنى وكذب بالحسنى فسنيسره للعسرى [ الليل : 5 - 10 ] ، وقال صلى الله عليه وسلم : اعملوا فكل ميسر لما خلق له ، أما أهل السعادة فييسرون لعمل أهل السعادة ، وأما أهل الشقاوة فييسرون لعمل أهل الشقاوة ، ثم تلا صلى الله عليه وسلم هذه الآية .
ประโยคนี้ชี้ว่า การให้ทางนำนั้นอยู่ที่อัลลอฮฺ ใครที่อัลลอฮฺให้ทางนำสำหรับเขามันก็จะเป็นเรื่องง่าย ใครที่ไม่ได้ทางนำก็เป็นเรื่องยาก
- คนอยากเข้าสวรรค์ ก็ต้องทำในสิ่งที่ทำให้เขาเข้าสวรรค์ เช่น ละหมาด ถ้าเขาอยากเข้าสวรรค์จริง อัลลอฮฺจะให้การละหมาดเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา
وكان النبي صلى الله عليه وسلم يقول في دعائه : واهدني ويسر الهدى لي ، وأخبر الله عن نبيه موسى عليه السلام أنه قال في دعائه : رب اشرح لي صدري ويسر لي أمري [ طه : 25 - 26 ] ، وكان ابن عمر يدعو : اللهم يسرني لليسرى ، وجنبني العسرى .
1.24
ท่านนบีจะกล่าวในดุอาอฺของท่านว่า
واهدني ويسر الهدى لي - วะหฺดินียฺ วะยัซซิริลฮุดาลียฺ
"(โอ้อัลลอฮฺ) ได้โปรดให้ทางนำแก่ข้าพเจ้า และโปรดให้ทางนำนั้นง่ายสำหรับข้าพเจ้า"
นบีมูซาขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺว่า
رب اشرح لي صدري ويسر لي أمري - ร็อบบิชเราะหฺลี ซ็อดรียฺ วะยัซซิรลียฺ อัมรียฺ
20:25-26 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดเปิดอกของข้าพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ และทรงโปรดทำให้การงานของข้าพระองค์ ง่ายดายแก่ข้าพระองค์ด้วย
อิบนุอุมัร จะขอดุอาอฺว่า
اللهم يسرني لليسرى ، وجنبني العسرى
- อัลลอฮุมมะ ยัซซิรนียฺ ลิลยุสรอ, วะจันนิบนิลอุสรอ -
"โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้ทางนำที่ง่ายดายแก่ข้าพเจ้า สู่สิ่งที่มันมีความสะดวก
และขอให้ข้าพเจ้าห่างไกลจากสิ่งที่ยากลำบาก"
- การเข้าสวรรค์มีหลายประตู เราสะดวกเข้าประตูไหน ก็เลือกทำอิบาดะฮฺนั้นให้มาก เช่น ประตูแห่งความรู้,
ประตูแห่งความดีคือประตูสวรรค์
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 203 views