يَا بُنَيَّ أَقِمِ الصَّلاةَ وَأْمُرْ بِالْمَعْرُوفِ وَانْهَ عَنِ الْمُنكَرِ وَاصْبِرْ عَلَى مَا أَصَابَكَ إِنَّ ذَلِكَ مِنْ عَزْمِ الْأُمُورِ
ความว่า “โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจงใช้กันให้กระทำความดี และจงห้ามปรามกันให้ละเว้นการทำความชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบกับเจ้า แท้จริง นั่นคือส่วนหนึ่งจากกิจการที่หนักแน่นมั่นคง” [ลุกมาน 31:17]
โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด นี่คือคำสั่งที่สอง ซึ่งสอดคล้องคำสั่งของท่านนบี ที่บอกในเรื่องรุก่นอิสลามซึ่งมี 5 ประการ ประการที่หนึ่งคือการกล่าว “لاإِلَهَ إِلا الله مُحَمَّدٌ رَسُوْلُ الله” (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นร่อซูลของพระองค์) และประการที่สองคือ การละหมาด ซึ่งอยู่รองจากเรื่องเตาฮีดและอะกีดะฮฺ
การที่ท่านลุกมานสั่งสอนโดยใช้คำว่า أَقِمْ เหมือนคำสั่งของอัลลอฮฺ ไม่ได้ใช้คำว่า صَلُّواْ หรือ “จงละหมาด” แต่บอกว่า أَقِيْمُوا الصَّلاة คือ "จงดำรงการละหมาด" ซึ่งหมายความว่า ให้ปฏิบัติทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการละหมาดอย่างสมบูรณ์แบบ ปฏิบัติละหมาดอย่างดีที่สุด
ท่านนบี ท่านลุกมานไม่ได้สอนบุตรของท่านให้ละหมาดและรักษาการละหมาดของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังสอนให้มีบทบาทในการเรียกร้องเชิญชวนสู่ความถูกต้อง การละหมาดนั้นเป็นคุณสมบัติส่วนตัว ส่วนคุณสมบัติต่อสังคมที่เรียกว่า “นักสังคม” นั้นมักถูกมองข้าม ท่านลุกมานสอนลูกว่า จงมีบทบาทกับสังคมและเมื่อถูกผู้คนในสังคมรังแกก็จงอดทน
สำหรับลูกหลานของเรา สิ่งที่ต้องการคือคำตักเตือนของท่านลุกมานที่สอนให้ลูกละหมาด และมีบทบาทปราบปรามความชั่วในสังคม เพราะเมื่อเขาอยู่ในฐานะพี่ก็สามารถตักเตือนน้องได้ แต่ถ้าเราสอนลูกให้เป็นคนดีอย่างเดียวโดยไม่ยุ่งกับคนอื่น เมื่อมีน้องก็สอนไม่เป็น พ่อแม่ต้องสอนลูกให้เป็นคนดีและช่วยให้คนอื่นดีด้วย การเป็นคน “ซอลิหฺ” ไม่เพียงพอ เพราะ “ซอลิหฺ” หมายถึง “ดี” อย่างเดียว แต่เราต้องสอนให้ลูกเป็น “มุศลิหฺ” ซึ่งหมายถึง “ดีและทำให้คนอื่นดีด้วย”
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 393 views
WCimage
WCimage