- ประการที่ 2 ที่ท่านนบีสั่งใช้ในหะดีษนี้คือ ให้เกียรติเพื่อนบ้าน (ให้ความเคารพ, ช่วยเหลือ) บางสำนวนของหะดีษนี้ ห้ามก่อความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้าน
الحديث الخامس عشر หะดีษที่ 15
عَنْ أبي هُرَيرةَ عن رَسول اللهِ قالَ : (( مَنْ كانَ يُؤْمِنُ بالله واليَومِ الآخرِ ، فَلْيَقُلْ خَيراً أَوْ لِيَصْمُتْ ، ومَنْ كَانَ يُؤْمِنُ بالله واليَوْمِ الآخِرِ ، فَليُكْرِمْ جَارَهُ، ومَنْ كَانَ يُؤْمِنُ بِاللهِ واليَومِ الآخرِ فَلْيُكْرِمْ ضَيْفَهُ )) رواه البخاريُّ ومُسلمٌ( ).
هذا الحديث خرَّجاه من طُرُقٍ عن أبي هريرة ، وفي بعض ألفاظها : (( فلا يؤذ جاره )) وفي بعض ألفاظها : (( فليُحسن قِرى ضيفِه )) ، وفي بعضها : (( فليَصِلْ رحمه )) بدل ذكر الجار .
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาต่อวันปรโลก ก็จงพูดดีหรือมิฉะนั้นก็จงนิ่ง(ไม่ต้องพูด), และผู้ใดศรัทธาในอัลลอฮฺและวันปรโลก ก็จงให้เกียรติเพื่อนบ้านของเขา, และผู้ใดศรัทธาในอัลลอฮฺและวันปรโลก ก็จงให้เกียรติแขกของเขา” หะดีษนี้บันทึกโดยบุคอรีย์และมุสลิมหะดีษนี้บันทึกโดยบุคอรีย์และมุสลิม
الثاني مما أمر به النبيّ - صلى الله عليه وسلم - في هذا الحديث المؤمنين (٣) إكرامُ الجار، وفي بعض الرِّوايات: "النهي عن أذى الجار" فأمَّا أذى الجار، فمحرَّمٌ، فإنَّ الأذى بغيرِ حقٍّ محرَّمٌ لكل أحدٍ، ولكن في حق الجار هو أشدُّ تحريمًا،
ประการที่ 2 ที่ท่านนบีสั่งใช้ในหะดีษนี้คือ ให้เกียรติเพื่อนบ้าน (ให้ความเคารพ, ช่วยเหลือ) บางสำนวนของหะดีษนี้ ห้ามก่อความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้าน
- การก่อความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านเป็นสิ่งหะรอม(บาป) การก่อความเดือดร้อนแก่คนทั่วปก็บาปแล้ว แต่สำหรับเพื่อนบ้านนั้นบาปยิ่งกว่า
وفي "الصحيحين" عن ابن مسعودٍ، عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - أنَّه سُئِلَ: أيُّ الذَّنب أعظمُ؟ قال: "أن تجعل دكهِ ندًّا وهو خلقك"، قيل: ثم أيّ؟ قال: "أن تقتُلَ ولَدَكَ مخافة أن يَطْعَمَ معك"، قيل: ثم أيّ؟ قال: "أن تُزَانِي حليلةَ جارك" (٤).
มีผู้ถามท่านนบีว่า "ความผิดใดยิ่งใหญ่ที่สุด"
ท่านนบีตอบว่า "ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ทั้งที่พระองค์ทรงสร้างท่าน"
มีผู้ถามว่า "แล้วอะไรอีกครับ"
ท่านนบี "ถัดมาคือ ฆ่าบุตรของท่าน เพราะเกรงว่าจะมาแย่งอาหาร" (*อุละมาอฺจึงเห็นว่า คุมกำเนิดเพราะกลัวความยากจนเป็นบาป)
มีผู้ถามว่า "แล้วอะไรอีกครับ"
ท่านนบี "การทำซินากับภรรยาของเพื่อนบ้าน"
وفي "مسندالإمام أحمد" (١) عن المقداد بنِ الأسود قال: قال رسول الله - صلى الله عليه وسلم -: "ما تقولون في الزنى؟ " قالوا: حرام حرَّمه الله ورسوله، فهو حرامٌ إلى يوم القيامة، فقال رسول الله - صلى الله عليه وسلم -: "لأَنْ يزني الرَّجُلُ بعشرِ نسوةٍ أيسرُ عليه من أن يزنيَ بامرأةِ جاره"، قال: "فما تقولون في السَّرقة؟ " قالوا: حرَّمها الله ورسوله، فهي حرام، قال: "لأنْ يَسرِقَ الرجلُ من عشرة أبياتٍ أيسرُ عليه من أن يسرق من جاره".
ท่านนบีถามศ่อฮาบะฮฺว่า "พวกท่านเห็นยังไงในเรื่องซินา" ศ่อฮาบะฮฺตอบว่า "เป็นสิ่งหะรอม ที่อัลลอฮฺและร่อซูลกำหนดว่าหะรอม เป็นข้อห้ามจนถึงวันกิยามะฮฺ"
นบีบอกว่า "ง่ายกว่าที่ชายหนึ่งทำซินากับหญิง 10 คน จะทำซินากับภรรยาของเพื่อนบ้าน"
"พวกท่านเห็นอย่างไรกับ การโขมย"
"มันเป็นเรื่องเล็กเหลือเกินถ้าขโมยบ้านสิบหลัง การขโมยของเพื่อนบ้าน)
وفي "صحيح البخاري" (٢) عن أبي شُريح عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "والله لا يُؤْمِنُ، والله لا يؤْمِنُ، واللهِ لا يؤمنُ" قيل: وَمَنْ يا رسولَ الله؟ قال (٣): "مَنْ لا يأْمَنُ جارهُ بوائِقَه"، وخرَّجه الإمامُ أحمد وغيره من حديث أبي هريرة (٤).
นบีกล่าวว่า ขอสาบานว่า ไม่ศรัทธาๆๆๆ
ศ่อฮาบะฮฺถามว่า ใครที่ไม่ศรัทธาครับ
นบี "คนที่เพื่อนบ้านของเขาไม่ได้รับความปลอดภัยจากเขา"
وفي "صحيح مسلم" (٥) عن أبي هُريرة، عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "لا يَدخُلُ الجنَّة مَنْ لا يَأْمَنُ جارُه بوائقَهُ".
ท่านนบี "ไม่เข้าสวรรค์ บุคคลที่เพื่อนบ้านไม่ได้รับความปลอดภัยจากเขา"
وخرَّج الإمامُ أحمد، والحاكم من حديث أبي هُريرة، قال: قيلَ: يا رسولَ الله إنَّ فلانة تُصلي الليلَ، وتصومُ النهار وفي لسانها شيءٌ تؤذي جيرانها سليطة، قال: "لا خير فيها، هي في النار"، وقيل له: إن فلانة تُصلي المكتوبةَ، وتصومُ رمضانَ، وتتصدَّقُ بالأثوارِ، وليس لها شيءٍ غيره، ولا تؤذي أحدًا، قال: "هي في الجنة" ولفظ الإمام أحمد: "ولا تؤذي بلسانها جيرانها" (٦).
- สตรีที่ลิ้นก่อความเสียหายแก่เพื่อนบ้าน
وخرَّج الحاكمُ من حديث أبي جُحيفة قال: جاء رجلٌ إلى النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - يشكو جارَه، فقال له: "اطرح متاعَك في الطَّريق"، قال: فجعل النَّاسُ يمرُّون به فيلعنونه، فجاء إلى النبيِّ - صلى الله عليه وسلم -، فقال: يا رسولَ الله، ما لقيتُ من الناس، قال: "وما لقيتَ منهم؟ " قال: يلعنوني، قال: "فقد لعنك الله قبلَ النَّاسِ"، قال: يا رسولَ الله، فإني لا أعود (١). وخرّجه أبو داود (٢) بمعناه من حديث أبي هريرة، ولم يذكر فيه: "فقد لعنك الله قبل الناس".
وخرَّج الخرائطي من حديث أمِّ سلمة، قالت: دخلت شاةٌ لجارٍ لنا، فأخذت قرصةً لنا، فقمت إليها فاجتذبتها (٣) من بين لَحْيَيْهَا، فقال رسول الله - صلى الله عليه وسلم -: "إنَّه لا قليلَ من أذى الجار" (٤).
การให้เกียรติเพื่อนบ้านเป็นเรื่องที่ศาสนาส่งเสริม เพราะอัลลอฮฺตรัสว่า
وأمَّا إكرامُ الجارِ والإحسانُ إليه، فمأمورٌ به، وقد قال الله عزَّ وجلَّ: {وَاعْبُدُوا اللَّهَ وَلَا تُشْرِكُوا بِهِ شَيْئًا وَبِالْوَالِدَيْنِ إِحْسَانًا وَبِذِي الْقُرْبَى وَالْيَتَامَى وَالْمَسَاكِينِ وَالْجَارِ ذِي الْقُرْبَى وَالْجَارِ الْجُنُبِ وَالصَّاحِبِ بِالْجَنْبِ وَابْنِ السَّبِيلِ وَمَا مَلَكَتْ أَيْمَانُكُمْ إِنَّ اللَّهَ لَا يُحِبُّ مَنْ كَانَ مُخْتَالًا فَخُورًا} [النساء: ٣٦]،
4:36 และจงเคารพสักการะอัลลอฮฺเถิด และอย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และจงทำดีต่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองและต่อผู้เป็นญาติที่ใกล้ชิด และเด็กกำพร้าและผู้ขัดสน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงและเพื่อนที่ห่างไกล และเพื่อนเคียงข้าง และผู้เดินทาง และผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง แท้จริงอัลลอฮฺ ไม่ทรงชอบผู้ยะโส ผู้โอ้อวด
فجمع الله تعالى في هذه الآية بين ذكرِ حقِّه على العبد وحقوقِ العباد على العبد أيضًا، وجعل العبادَ الذين أمرَ بالِإحسان إليهم خمسة أنواع:
31.18 อายะฮฺนี้ให้นิยามของ "เพื่อนบ้าน"
- สิทธิของอัลลอฮฺต่อบ่าว (อิบาดะฮฺพระองค์ ไม่ตั้งภาคี) และสิทธิของมนุษย์ผู้อื่นต่อบ่าวของอัลลอฮฺ
สิทธิของบ่าวต่อกัน (ที่ต้องทำความดีต่อกัน)
أحدها: من بينَه وبينَ الإِنسانِ قرابة، وخصَّ منهمُ الوالدين بالذِّكر؛ لامتيازهما عن سائر الأقارب بما لا يَشْرَكونهما فيه، فإنهما كانا السببَ في وجود الولد ولهما حقٌ التربية والتأديب وغير ذلك.
1- ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะบิดามารดา
الثاني: مَنْ هو ضعيفٌ محتاجٌ إلى الِإحسان وهو نوعان: من هو محتاج لضعف بدنه، وهو اليتيم، ومن هو محتاج لِقلَّةِ ماله، وهو المسكين.
2- คนอ่อนแอ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น (อ่อนแอทางร่างกายหรือรายได้)
والثالث: مَنْ له حقُّ القُرب والمخالطة، وجعلهم ثلاثة أنواع: جارٌّ ذو قربى، وجار جُنبٌ، وصاحبٌ بالجنب.
3- คนใกล้ชิด ซึ่ง(ในอายะฮฺนี้)อัลลอฮฺได้แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ เพื่อนบ้านที่เป็นญาติ, เพื่อนบ้านที่ไม่ใช่ญาติ, และเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้
وقد اختلف المفسرون في تأويل ذلك، فمنهم مَن قال: الجارُ ذو القربى: الجارُ الذي له قرابةٌ، والجارُ الجُنب: الأجنبيُّ، ومنهم من أدخل المرأةَ في الجارِ ذي القربى، ومنهم من أدخلها في الجار الجُنب، ومنهم من أدخل الرَّفيقَ في السَّفر في الجارِ الجُنب،
- เพื่อนบ้านที่เป็นญาติ -- ภรรยา
وقد روي عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - أنَّه كان يقول في دعائه: "أعوذُ بكَ من جارِ السُّوءِ في دار الإقامة، فإنَّ جار البادية يتحوَّلُ"
37.2 ท่านนบีขอดุอาอฺว่า "โอ้อัลลอฮฺ ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความเลวร้ายของเพื่อนบ้านที่เลวร้ายในที่พำนักถาวร...
สิทธิของเพื่อนบ้าน
-- เพื่อนบ้านที่ไม่ใช่มุสลิม, เพื่อนบ้านมุสลิม, เพื่อนบ้านมุสลิมที่เป็นญาติ
-- ขั้นต่ำของสิทธิเพื่อนบ้านคือ ไม่ก่อความเดือดร้อน
ومنهم من قال: الجارُ ذو القربى: الجار المسلم، والجارُ الجنب: الكافر، وفي "مسند البزار" من حديث جابر مرفوعًا: "الجيرانُ ثلاثةٌ: جازٌ له حقٌّ واحدٌ، وهو أدنى الجيران حقًا، وجاز له حَقّان، وجار له ثلاثةُ حقوق وهو أفضلُ الجيران حقًا، فأمَّا الذي له حقٌّ واحدٌ، فجاز مشرك، لا رَحِمَ له، له حقُّ الجوار، وأمَّاالذي له حقَّان، فجازٌ مسلمٌ، له حقُّ الإِسلام وحقُّ الجوار، وأمَا الذي له ثلاثةُ حقوقٍ، فجار مسلمٌ ذو رحم، له حقُّ الإِسلام، وحقُّ الجوار، وحقُّ الرحم" (١). وقد روي هذا الحديثُ من وجوه أخر متصلة ومرسلة، ولا تخلو كلُّها مِنْ مقالٍ.
وقيل: الجار ذو القربى: هو القريبُ الجوار الملاصق، والجار الجُنُب: البعيد الجوار.
وفي "صحيح البخاري" عن عائشة، قالت: قلت: يا رسولَ الله إن لي جارين، فإلى أيهما أُهدي؟ قال: "إلى أقربهما منك بابًا" (٢).
ท่านหญิงอาอิชะฮฺถามท่านนบีว่า "ถ้ามีเพื่อนบ้าน 2 คน จะให้หะดียะฮฺคนไหนดี" นบีบอกว่า "ให้คนที่ประตูใกล้กว่า"
وقال طائفة من السلف: حَدُّ الجوارِ أربعون دارًا، وقيل: مستدار أربعين دارًا من كلِّ جانب.
สลัฟบอกว่า 40 หลังคาเรือน(ทุกทิศ)ถือว่าเป็นเพื่อนบ้าน
وفي مراسيل الزهري: أن رجلًا أتى النبيَّ - صلى الله عليه وسلم - يشكو جارًا له، فأمر النبيُّ - صلى الله عليه وسلم - بعضَ أصحابه أن ينادي: "ألا إنَّ أربعين دارًا جار". قال الزهري: أربعونَ هكذا، وأربعون هكذا، وأربعون هكذا، وأربعون هكذا، يعني بين يديه ومِن خلفه، وعن يمينه، وعن شماله (٣).
وسئل الإِمام أحمد عمَّن يطبخ قدرًا وهو في دارِ السبيل، ومعه في الدار نحو ثلاثين أو أربعين نفسًا: يعني أنهم سكان معه في الدار، فقال: يبدأ بنفسه، وبمن يعولُ، فإنَّ فضلَ فضلٌ، أعطى الأقرب إليه، وكيف يُمكنه أن يُعطِيَهم كلَّهم؟ قيل له: لعلَّ الذي هو جاره يتهاون بذلك القدر ليس له عندمه موقع؟ فرأى أنَّه لا يبعث إليه.
وأمَّا الصاحبُ بالجنب، ففسَّره طائفة بالزَّوجة، وفسره طائفةٌ منهم ابن عباس بالرَّفيق في السفر، ولم يريدوا إخراجَ الصاحب الملازم في الحضر إنما أرادوا أن صحبة السفر تكفي، فالصحبة الدائمة في الحضر أولى، ولهذا قال سعيدُ بن جبير: هو الرفيق الصالحُ، وقال زيدُ بن أسلم: هو جليسُك في الحضر، ورفيقُك في السَّفر، وقال ابنُ زيدٍ: هو الرَّجلُ يعتريك ويُلِمُّ بك لتنفعه. وفي "المسند" والترمذي عن عبد الله بنِ عمرو بن العاص، عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "خيرُ الأصحابِ عندَ الله خيرُهُم لصاحبه، وخيرُ الجيرانِ عندَ اللهِ خيرُهم لجاره" (١).
الرابع: من هو واردٌ على الإنسان، غيرُ مقيم عندَه، وهو ابن السبيل: يعني المسافر إذا ورد إلى بلدٍ آخر، وفسَّره بعضُهم بالضَّيف: يعني به ابنَ السبيل إذا نزل ضيفًا على أحد.
4- อิบนุสะบีล - คนที่หลงทาง, เดินทางมาบ้านเราแล้วหลงทาง, อยู่ต่างถิ่นแล้วไม่มีทรัพย์สินเลย
والخامس: ملكُ اليمين، وقد وصَّى النَّبيُّ - صلى الله عليه وسلم - بهم كثيرًا وأمر بالإِحسانِإليهم، وروي أنَّ آخرَ ما وصَّى به عند موته: "الصلاة وما ملكت أيمانكم" (١)، وأدخل بعضُ السلف في هذه الآية: ما يملكُهُ الإِنسانُ من الحيوانات والبهائم.
5- ทาส (ทาสี) ที่อยู่ภายใต้การครอบครองของเรา
- นบีสั่งเสียให้ละหมาดและดูแลสิ่งที่อยู่ในการครอบครองของเรา (ทาส สัตว์เลี้ยง ฯลฯ)
- สตรีที่เข้านรกของแมว และสตรีที่เข้าสวรรค์เพราะให้น้ำแก่สุนัข
ولنرجع إلى شرح حديث أبي هريرة في إكرام الجار، وفي "الصحيحين" عن عائشة وابن عمر، عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "ما زال جبريل يُوصيني بالجارِ حتَّى ظننت أنَّه سيورِّثُه" (٢).
ท่านนบีกล่าวว่า "จิบรีลมาหาฉันหลายครั้ง ก็สั่งเสียเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน จนฉันคิดว่าจิบรีลจะมาสั่งเสียให้เพื่อนบ้านมีสิทธิรับมรดก"
فمن أنواع الإِحسانِ إلى الجارِ مواساتُه عندَ حاجته، وفي "المسند" عن عمر عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "لا يَشبَعُ المؤمنُ دُونَ جارِه" (٣)، وخرَّج الحاكم من حديث ابنِ عباسٍ عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "لَيْسَ المؤمن الذي يشبعُ وجارُه جائعٌ" (٤) وفي رواية أخرى عن ابن عباسٍ عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "ما آمن مَنْ بات شبعانًا وجارُه طاويًا" (٥).
ท่านนบีกล่าวว่า "ไมมีผู้ศรัทธาคนใดเอิบอิ่มโดยที่เพื่อนบ้านเขาหิว
"ไม่ใช่มุอฺมิน บุคคลที่อิ่ม แต่เพื่อนบ้านเขาหิว"
"ยังไม่ศรัทธาเลย คนที่นอนคืนหนึ่งคืนใดโดยที่เพื่อนบ้านเขาท้องไม่เต็ม(หิว)"
- 2 คนที่จะเป็นคู่กรณีในวันกิยามะฮฺคือ เพื่อนบ้านที่มีปัญหากัน
- พยายามอย่าอธรรมเพื่อนบ้าน ถ้ามีปัญหากัน ให้พยายามแก้ไขด้วยหลักการศาสนา
وفي "المسند" عن عقبة بن عامر عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "أوَّل خصمينِ يومَ القيامةِ جاران" (١).
وفي كتاب "الأدب" للبخاري عن ابن عمر، عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "كم من جارٍ متعلِّقٌ بجاره يومَ القيامة، فيقول: يا ربّ هذا أغلقَ بابه دوني فمنع معروفه" (٢).
ท่านนบี "มากมายในวันกิยามะฮฺที่คู่กรณีเป็นเพื่อนบ้าน เรียกร้องสิทธิกัน เพื่อนบ้านคนนึงฟ้องว่า เพื่อนบ้านคนนี้ปิดบ้าน ไม่ให้ความช่วยเหลือเขาเลย
وخرَّج الخرائطي وغيرُه بإسنادٍ ضعيف من حديث عطاءٍ الخراساني، عن عمرو بن شعيب، عن أبيه، عن جدِّه عن النبيَّ - صلى الله عليه وسلم -: "من أغلقَ بابَه دونَ جارِه مخافةً على أهله ومالِه، فليس ذلك بمؤمنٍ، وليس بمؤمن من لم يأمنْ جارُه بوائقه. أتدري ما حقُّ الجار؟ إذا استعانك أعنته، وإذا استقرضك أقرضته، وإذا افتقر، عُدْتَ عليه، وإذا مَرِضَ عُدته، وإذا أصابه خير هنأته، وإذا أصابته مصيبة عزَّيته، وإذا مات اتبعت جنازته، ولا تستطل (٣) عليه بالبناء، فتحجبَ عنه الرِّيح إلا بإذنه، ولا تؤذه بقُتار ريح قدرك إلَّا أن تَغرفَ له منها، وإن اشتريتَ فاكهةً، فاهد له، فإنَّ لم تفعل، فأدخلها سرًّا، ولا يخرج بها ولدُك ليغيظَ بها ولدَه" (٤)
หะดีษอ่อนหน่อย - ท่านนบี "บุคคลที่ปิดประตูโดยไม่ให้เพื่อนบ้านเข้าบ้าน กลัวจะมาทำร้ายครอบครัวหรือทรัพย์สิน หรือไม่อยากให้เพื่อนบ้านเข้ามาที่บ้านเขา"
ท่านนบี "รู้ไหม สิทธิของเพื่อนบ้านคืออะไร ? - เมื่อเขาขอความช่วยเหลือก็ต้องช่วย, ขอยืมเงินก็ให้ยืม, เขายากจนก็ช่วยเหลือ, เขาป่วยก็เยี่ยม, เขาประสบความดีก็ยินดีกับเขา, เมื่อเขาตายก็ละหมาดจะนาซะฮฺให้, อย่าสร้างบ้านของเราสูงกว่าเขาเพื่อปิดบังลมหรือแสงแก่บ้านเขา, อย่ารบกวน ก่อความเดือดร้อนด้วยกลิ่นอาหารในหม้อ โดยไม่ได้แบ่งให้เขาบ้าง"
ورَفْعُ هذا الكلام مُنكرٌ، ولعلَّه من تفسير عطاء الخراساني. وقد روي أيضًا عن عطاء عن الحسن عن جابر مرفوعًا: "أدنى حقِّ الجوار أن لا تُؤذي جارَك بقتارِ قِدْرِك إلَّا أنْ تَقدَحَ له منها" (١). وفي "صحيح مسلم" عن أبي ذرٍّ قال: "أوصاني خليلي - صلى الله عليه وسلم - إذا طبختَ مرقًا، فأكثِر ماءَهُ، ثم انظُر إلى أهلِ بيتِ جيرانِك، فأصِبْهُم منها بمعروفٍ". وفي رواية أنَّ النبيَّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "يا أبا ذر إذا طبخت مرقةً، فأكثِر ماءها، وتعاهد جيرانَك" (٢).
อบูซัร "เพื่อนสนิทของฉัน(ท่านนบี) สั่งเสียฉันว่า เวลาต้มซุปให้น้ำมันเยอะ และจงมองดูเพื่อนบ้าน และแบ่งให้เขาส่วนหนึ่ง"
وفي "المسند" والترمذي عن عبد الله بن عمرو بن العاص أنَّه ذبح شاةً، فقال: هل أهديتُم منها لجارنا اليهودي ثلاثَ مرّات، ثم قال: سمعتُ النبيَّ - صلى الله عليه وسلم - يقول: ما زال جبريلُ يُوصيني بالجار حتى ظننت أنه سَيُورِّثُه" (٣).
อับดุลลอฮฺ อิบนุอัมรูบนุลอาศ มีเพื่อนบ้านเป็นยิว เมื่อเชือดแพะ ก็ได้ถามครอบครัวว่า ได้แบ่งให้เขาหรือยัง
وفي "الصحيحين" عن أبي هريرة عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "لا يَمنَعَنَّ أحدُكم جَارَه أن يَغْرِزَ خَشبَةً في جداره" ثم يقول أبو هريرة: ما لي أراكم عنها مُعرِضين، والله لأرمِيَنَّ بها بين أكتافكم (١).
ท่านนบี "อย่าห้ามเพื่อนบ้าน ถ้าเขาจะมาอาศัยคาน(หรือกำแพง)บ้านของเรา"
อุละมาอฺมีทัศนะต่างกันว่า วาจิบหรือมุสตะฮับ ที่จะให้เขา
-- ทุกเรื่องที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ ก็ต้องทำ
- ถ้าคนหนึ่งมีเสื้อ(หรือยูโบ๊ะ)สองตัว ต้องแบ่งให้คนอื่นไหม ?
- อิมามอะหมัด ให้ช่วยเหลือจากส่วนเกินของเรา (ส่วนที่เราไม่จำเป็นต้องใช้), ช่วยเหลือทุกคน แม้ไม่ใช่เพื่อนบ้าน
- การช่วยเหลือเชลยศึกมุสลิม
- อดทนต่อการอธรรมของเพื่อนบ้าน
ومذهبُ الإمام أحمد أنَّ الجار يلزمه أن يُمَكِّنَ جاره من وضع خشبه على جداره إذا احتاجَ الجَارُ إلى ذلك ولم يضر بجداره، لهذا الحديث الصحيح، وظاهرُ كلامه أنه يجب عليه أن يُواسِيَه من فضل ما عندَه بما لا يضرُّ به إذا علم حاجته. قال المروذي: قلتُ لأبي عبد الله: إني أسمع السائل في الطريق يقول: إنِّي جائع، فقال: قد يَصدُق وقد يَكذِبُ. قلت: فإذا كان لي جار أعلم أنَّه يجوعُ؟ قال: تواسيه، قلت: إذا كان قوتي رغيفين؟ قال: تُطعمه شيئًا، ثم قال: الذي جاء في الحديث إنَّما هو الجارُ.
وقال المروذي: قلتُ لأبي عبد الله: الأغنياءُ يجبُ عليهمُ المواساة؟ قال: إذا كان قوم يضعون شيئًا على شيءٍ كيف لا يجبُ عليهم، قلت: إذا كان للرجل قميصان، أو قلت: جُبَّتان، يجب عليه المواساة؟ قال: إذا كان يحتاج إلى أن يكون فضلًا.
وهذا نصٌّ منه في وجوب المواساة من الفاضل، ولم يخصَّه بالجار، ونصُّه الأوَّل يقتضي اختصاصه بالجار.
وقال في رواية ابن هانئ في السُّؤَّال يكذِبُون أحبُّ إلينا لو صدقوا ما وَسِعَنا إلا مواساتُهم وهذا يدلُّ على وجوب مواساة الجائع مِنَ الجيران، وغيرهم.
وفي "الصحيح" عن أبي موسى عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم -، قال: "أطعِموا الجائع، وعُودُوا المريضَ، وفُكُّوا العاني" (٢).
وفي "المسند" و"صحيح الحاكم" عن [ابن] عمرَ عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم -، قال: "أيُّما أهل عَرَصَةٍ أصبحَ فيهم امرؤٌ جائع، فقد برئت منهم ذِمَّةُ الله عز وجلَّ" (١).
ومذهب أحمدَ ومالكٍ أنه يمنع الجار أن يتصرَّف في خاصِّ ملكه بما يضرُّ بجاره، فيجبُ عندهما كفُّ الأذى عن الجار بمنعِ إحداث الانتفاع المضرِّ به، ولو كان المنتفعُ إنَّما ينتفعُ بخاصِّ ملكه، ويجب عندَ أحمد أن يبذُلَ لجاره ما يحتاجُ إليه، ولا ضررَ عليه في بَذله، وأعلى مِنْ هذين أن يصبر على أذى جاره، ولا يُقابله بالأذى. قال الحسن: ليس حسنُ الجوار كفَّ الأذى، ولكن حسن الجوار احتمالُ الأذى، ويُروى من حديث أبي ذرٍّ يرفعه: "إنَّ الله يحبُّ الرَّجل يكونُ له الجارُ يؤذيه جِوارُه، فيصبر على أذاه حتى يُفرِّقَ بينهما موت أو ظعنٌ" خرَّجه الِإمام أحمد (٢). وفي مراسيل أبي عبد الرحمن الحبلي أنَّ رجلًا جاء إلى النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - يشكو إليه جارَه، فقال النبيُّ - صلى الله عليه وسلم -: "كفَّ أذاكَ عنه، واصبِرْ لأذاه، فكفى بالموت مفرِّقًا" خرَّجه ابن أبي الدنيا (٣).
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 222 views