- ศาสนประวัติของการถือศีลอด - ความเป็นมาของการถือศีลอดในอิสลาม ตั้งแต่ช่วงแรก
15 ـ باب قَوْلِ اللَّهِ جَلَّ ذِكْرُهُ {أُحِلَّ لَكُمْ لَيْلَةَ الصِّيَامِ الرَّفَثُ إِلَى نِسَائِكُمْ هُنَّ لِبَاسٌ لَكُمْ وَأَنْتُمْ لِبَاسٌ لَهُنَّ عَلِمَ اللَّهُ أَنَّكُمْ كُنْتُمْ تَخْتَانُونَ أَنْفُسَكُمْ فَتَابَ عَلَيْكُمْ وَعَفَا عَنْكُمْ فَالآنَ بَاشِرُوهُنَّ وَابْتَغُوا مَا كَتَبَ اللَّهُ لَكُمْ}
บาบ 15 พระดำรัสของอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่า 2:187 "ได้เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งการสมสู่กับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าในค่ำคืนของการถือศีลอด นางทั้งหลายนั้นคือเครื่องนุ่งห่มของพวกเจ้า และพวกเจ้าก็คือเครื่องนุ่งห่มของพวกนาง อัลลอฮ์ทรงรู้ว่า พวกเจ้านั้นเคยทุจริตต่อตัวเอง แล้วพระองค์ก็ทรงยกโทษให้แก่พวกเจ้า และอภัยให้แก่พวกเจ้าแล้ว บัดนี้พวกเจ้าสมสู่กับพวกนางได้ และแสวงหาสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้แก่พวกเจ้าเถิด"
หะดีษ 1949 (1915)
عَنِ الْبَرَاءِ ـ رضى الله عنه ـ قَالَ كَانَ أَصْحَابُ مُحَمَّدٍ صلى الله عليه وسلم إِذَا كَانَ الرَّجُلُ صَائِمًا، فَحَضَرَ الإِفْطَارُ، فَنَامَ قَبْلَ أَنْ يُفْطِرَ لَمْ يَأْكُلْ لَيْلَتَهُ وَلاَ يَوْمَهُ، حَتَّى يُمْسِيَ، وَإِنَّ قَيْسَ بْنَ صِرْمَةَ الأَنْصَارِيَّ كَانَ صَائِمًا، فَلَمَّا حَضَرَ الإِفْطَارُ أَتَى امْرَأَتَهُ، فَقَالَ لَهَا أَعِنْدَكِ طَعَامٌ قَالَتْ لاَ وَلَكِنْ أَنْطَلِقُ، فَأَطْلُبُ لَكَ. وَكَانَ يَوْمَهُ يَعْمَلُ، فَغَلَبَتْهُ عَيْنَاهُ، فَجَاءَتْهُ امْرَأَتُهُ، فَلَمَّا رَأَتْهُ قَالَتْ خَيْبَةً لَكَ. فَلَمَّا انْتَصَفَ النَّهَارُ غُشِيَ عَلَيْهِ، فَذُكِرَ ذَلِكَ لِلنَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم فَنَزَلَتْ هَذِهِ الآيَةُ {أُحِلَّ لَكُمْ لَيْلَةَ الصِّيَامِ الرَّفَثُ إِلَى نِسَائِكُمْ} فَفَرِحُوا بِهَا فَرَحًا شَدِيدًا، وَنَزَلَتْ {وَكُلُوا وَاشْرَبُوا حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَكُمُ الْخَيْطُ الأَبْيَضُ مِنَ الْخَيْطِ الْأَسْوَدِ مِنَ الْفَجْرِ
บรรดาสาวกของท่านนบี เมื่อคนหนึ่งคนใดถือศีลอด เมื่อใกล้เวลาละศีลด แล้วเขาได้หลับไปก่อนที่จะละศีลอด (หุกุ่มในเวลานั้นคือ) คืนนั้นและวันรุ่งขึ้น เขาจะรับประทานอาหารไม่ได้เลย (คือต้องถือศีลอดต่อเนื่อง) จนกระทั่งถึงมักริบอีกวันหนึ่ง
ศ่อฮาบะฮฺชื่อ ซิรมะฮฺ ได้กลับบ้านก่อนมักริบ และถามภรรยาว่ามีอาหารมั้ยจะได้ละศีลอด ภรรยาบอกว่าไม่มีและจะไปหาให้ ซิรมะฮฺก็รอจนหลับไป ไม่ได้ละศีลอด จึงต้องถือศีลอดต่อเนื่องไปจนถึงมักริบอีกวัน (กินสุโฮร์ก็ไม่ได้) พอถึงกลางวันเขาก็เป็นลม
-- เรื่องนี้มีผู้รายงานถึงท่านนบี อายะฮฺนี้ถึงถูกประทานลงมา (2:187) อนุญาตให้กินดื่มและร่วมหลับนอนกับภรรยาได้ตั้งแต่ละศีลอด (หลังมักริบ) จนถึงเวลาสุโฮร์
- ละศีลอดด้วยการสูบบุหรี่ได้ไหม ?
- สะบะบุลนุซูล, สะบะบูรูดุลหะดีษ سبب ورود الحديث
- บทบัญญัติที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (บทบัญญัติของอัลลอฮฺป และที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (ทัศนะของอุละมาอฺ, การตีความบทบัญญัติ
----------------------------
16 ـ باب قَوْلِ اللَّهِ تَعَالَى {وَكُلُوا وَاشْرَبُوا حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَكُمُ الْخَيْطُ الأَبْيَضُ مِنَ الْخَيْطِ الأَسْوَدِ مِنَ الْفَجْرِ ثُمَّ أَتِمُّوا الصِّيَامَ إِلَى اللَّيْلِ}
บาบ 16 พระดำรัสของอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่า "2:187 และจงกิน และดื่ม จนกระทั่งเส้นขาว จะประจักษ์แก่พวกเจ้า จากเส้นดำ เนื่องจากแสงรุ่งอรุณ แล้วพวกเจ้าจงให้การถือศีลอดครบเต็มจนถึงพลบค่ำ" -- อายะฮฺถูกประทานลงมา แล้วศ่อฮาบะฮิบางท่านเข้าใจผิด
فِيهِ الْبَرَاءُ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ.
- มีรายละเอียดในหะดีษอัลบะรออฺที่ผ่านไปแล้ว
หะดีษ 1950 (1916)
عَنْ عَدِيِّ بْنِ حَاتِمٍ ـ رضى الله عنه ـ قَالَ لَمَّا نَزَلَتْ {حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَكُمُ الْخَيْطُ الأَبْيَضُ مِنَ الْخَيْطِ الأَسْوَدِ} عَمَدْتُ إِلَى عِقَالٍ أَسْوَدَ وَإِلَى عِقَالٍ أَبْيَضَ، فَجَعَلْتُهُمَا تَحْتَ وِسَادَتِي، فَجَعَلْتُ أَنْظُرُ فِي اللَّيْلِ، فَلاَ يَسْتَبِينُ لِي، فَغَدَوْتُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَذَكَرْتُ لَهُ ذَلِكَ فَقَالَ " إِنَّمَا ذَلِكَ سَوَادُ اللَّيْلِ وَبَيَاضُ النَّهَارِ ".
- อะดียฺ อิบนุฮาติมเป็นชาวเผ่าฏ็อยอฺ อยู่ใกล้โรมันและเลือกรับใช้โรมัน จึงเป็นคริสต์ อะดียฺเป็นผู้นำเผ่า ทำสัญญาว่าจะไม่บุกรุกท่านนบี แต่ได้ผิดสัญญา ท่านนบีจึงยกทัพไปรบและยึดทรัพย์รวมทั้งเชลย ซึ่งเชลคนหนึ่งคือน้องสาวของอะดียฺ ส่วนอะดียฺหนีไปที่อาณาจักรโรมัน... ภายหลังได้รับอิสลามทั้งเผ่า
- เวลาศุบฮิ (ฟัจรฺ) - แสงอาทิตย์ขนานขอบฟ้า (ฟัจรฺแท้) ไม่ใช่แสงขวางขอบฟ้า (เสมือนหางหมาป่า, ฟัจรฺเทียม)
الفجر الصادق والفجر الكاذب
- การคำนวณเวลาศุบฮิ
หะดีษ 1951 ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของศ่อฮาบะฮฺ
ـ عَنْ سَهْلِ بْنِ سَعْدٍ، قَالَ أُنْزِلَتْ {وَكُلُوا وَاشْرَبُوا حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَكُمُ الْخَيْطُ الأَبْيَضُ مِنَ الْخَيْطِ الأَسْوَدِ} وَلَمْ يَنْزِلْ مِنَ الْفَجْرِ، فَكَانَ رِجَالٌ إِذَا أَرَادُوا الصَّوْمَ رَبَطَ أَحَدُهُمْ فِي رِجْلِهِ الْخَيْطَ الأَبْيَضَ وَالْخَيْطَ الأَسْوَدَ، وَلَمْ يَزَلْ يَأْكُلُ حَتَّى يَتَبَيَّنَ لَهُ رُؤْيَتُهُمَا، فَأَنْزَلَ اللَّهُ بَعْدُ {مِنَ الْفَجْرِ} فَعَلِمُوا أَنَّهُ إِنَّمَا يَعْنِي اللَّيْلَ وَالنَّهَارَ.
- คำว่า "ฟัจรฺ" มาจาก "อินฟิจาร" (ระเบิด)
{مِنَ الْفَجْرِ} ถูกประทานมาทีหลัง
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 87 views