หะดีษนี้อุละมาอฺบอกว่า เป็น 1 ใน 4 ของความรู้ในศาสนา
-หะดีษนี้สุดยอดในการผูกพันระหว่างขัดเกลาหัวใจและจุดยืนที่มีอุดมการณ์ต่อหลักการศาสนา
- ความสมบูรณ์ของศาสนา (ศาสนาสมบูรณ์แล้ว ไม่มีการต่อเติม) كمال الدين
عَنْ أَبِي عَبْدِ اللهِ النُّعْمَانِ بْنِ بَشِيْرٍ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمَا قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُوْلُ : (( إِنَّ الْحَلاَلَ بَيِّنٌ ، وَإِنَّ الْحَرَامَ بَيِّنٌ ، وَبَيْنَهُمَا أُمُورٌ مُشْتَبِهَاتٌ لاَيَعْلَمُهُنَّ كَثِيْرٌ مِنَ النَّاسِ . فَمَن اتَّقَى الشُّبُهَاتِ فَقَد اسْتَبْرَأَ لِدِيْنِهِ وَعِرْضِهِ . وَمَنْ وَقَعَ فِي الشُّبُهَاتِ وَقَعَ فِي الْحِرَام ، كَالرَّاعِي يَرْعَى حَوْلَ الْحِمَى يُوشِكُ أَنْ يَرْتَعَ فِيهِ . أَلاَوَإِنَّ لِكُلِّ مَلِكٍ حِمًى ، أَلاَ وَإِنَّ حِمَى اللهِ مَحَارِمُهُ . أَلاَ وَإِنَّ فِي الْجَسَدِ مُضْغَةً ، إِذَا صَلَحَتْ صَلَحَ الْجَسَدُ كُلُّهُ ، وَإِذَا فَسَدَتْ فَسَدَ الْجَسَدُ كُلُّهُ ، أَلاَوَهِيَ الْقَلْبُ .)) رَوَاهُ الْبُخَارِيُّ وَمُسْلِمٌ .
จากอบูอับดุลลอฮฺ (อันนุอฺมาน อิบนุบะชีร ร่อฎิยัลลฮุอันฮุมา) กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
แท้จริง สิ่งที่อนุมัติ (หะล้าล) นั้นชัดแจ้ง สิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดแจ้ง และในระหว่างทั้งสองสิ่งนั้นมีเรื่อง(หรือสิ่ง)ที่คลุมเครือ (ไม่ชัดแจ้ง) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้น ผู้ใดรักษาตัวเขาจากสิ่ง (หรือเรื่อง) ที่คลุมเครือนั้น เขาได้ชำระตัวเขาในการปกป้องศาสนาของเขาและเกียรติของเขา ส่วนที่ตกลงไปในการกระทำสิ่งที่คลุมเครือ เขาก็ได้ตกลงไปในเรื่องที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์รอบๆ ที่ดินที่ต้องห้าม (เช่น สวนของคนอื่น) ไม่ช้ามันก็จะเข้า (ไปกิน) ใน (สวน) นั้น
จงจำไว้ว่า ผู้ปกครอง (กษัตริย์ ฯลฯ) ทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม
จงจำไว้เถิดว่า ที่อัลลอฮฺทรงห้ามนั้น คือสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงอนุมัติ
จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ
رَوَاهُ الْبُخَارِيُّ وَمُسْلِمٌ
หะดีษนี้บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม
- อำนาจในการบัญญัติหะล้าล-หะรอม อยู่ที่อัลลอฮฺเท่านั้น
- บัยยินุน - ชัดแจ้ง คืออะไร ?
- เรื่องที่คลุมเครือไม่ชัดเจน (มุชตะบิฮาต) นักวิชาการมีทัศนะแตกต่างกัน เช่น เงิน สสส.
32.02-36.25 - ฟิตนะฮฺระหว่างชายและหญิง ศาสนาป้องกันไว้ แต่เราไม่ให้ความสำคัญกัน
-หะดีษนี้สุดยอดในการผูกพันระหว่างขัดเกลาหัวใจและจุดยืนที่มีอุดมการณ์ต่อหลักการศาสนา
- หะล้าล-หะรอม เกี่ยวอะไรกับหัวใจ ?
- เมื่อหัวใจตามหลักการศาสนา อวัยวะก็จะตามหัวใจ -- คำตอบสำหรับทุกปัญหาในชีวิต เกิดจากหัวใจที่ไม่เต็มร้อยกับหลักการอิสลาม
- ข้อผูกพันของหัวใจกับร่างกาย อีมาน
كمال الدين
ความสมบูรณ์ของศาสนา (ศาสนาสมบูรณ์แล้ว ไม่มีการต่อเติม)
- ต้องเชื่อฟังไฟจราจรไหม ? เป็นเรื่องศาสนาไหม ?
- นบีตั้งกรอบของศาสนาไว้ ไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด
حاصلُ الأمر أنَّ الله تعالى أنزل على نبيه الكتاب ، وبين فيه للأمة ما يحتاجُ إليه من حلال وحرام ، كما قال تعالى : { وَنَزَّلْنَا عَلَيْكَ الْكِتَابَ تِبْيَاناً لِكُلِّ شَيْءٍ } قال مجاهد وغيرُه : لكلِّ شيءٍ أُمِرُوا به أو نُهوا عنه،
- แท้จริงอัลลอฮฺได้ประทานคัมภีร์กุรอาน และได้อธิบายทุกสิ่งแก่ประชาชาติ สิ่งที่ต้องการ(หะล้าลและหะรอม) ดังที่อัลลอฮฺตรัสว่า "เราได้ประทานคัมภีร์ยังเจ้า เพื่อเป็นการอธิบายสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง" มุจาฮิดอธิบายอายะฮฺนี้ว่า การอธิบายให้คำตอบทุกสิ่งที่ถูกใช้ให้ทำและที่ถูกห้าม มีในอัลกุรอาน
وقال تعالى في آخر سورة النساء التي بَيَّنَ الله فيها كثيراً من أحكام الأموال والأبضاع : { يُبَيِّنُ اللهُ لَكُمْ أَنْ تَضِلُّوا وَاللهُ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ }
53.5 ในซูเราะฮอันนิซาอฺทั้งหมดเป็นอะหฺกามเกี่ยวกับทรัพย์สิน นิกาหฺ ฏอล้าก(หย่า) สถานของสตรีเมื่อไหร่จะแต่งงานได้ไม่ได้ เมื่อไหร่จะหย่าได้ไม่ได้
และตอนท้ายซูเราะฮฺอันนิซาอฺ อัลลอฮฺตรัสว่า "นั่นคือการอธิบายแก่พวกเจ้า จะได้ไม่หลงผิด อัลลอฮฺทรงรู้ยิ่งในทุกสิ่งทุกอย่าง"
- เรื่องที่ระบุไว้ ทำให้ไม่หลง แสดงว่าเรื่องที่ไม่ได้ระบุ แม้ไม่รู้ ก็ไม่ทำให้หลง
- เนื้อหาสาระที่ไม่มีในกุรอานหะดีษ เป็นเนื้อหาที่ไม่ได้ทำให้เราเสียหายในอาคิเราะฮฺแต่อย่างใด
وقال تعالى : { وَمَا لَكُمْ أَلاَّ تَأْكُلُوا مِمَّا ذُكِرَ اسْمُ اللهِ عَلَيْهِ وَقَدْ فَصَّلَ لَكُمْ مَا حَرَّمَ عَلَيْكُمْ إِلاَّ مَا اضْطُرِرْتُمْ إِلَيْه }،
55.5 ในซูเราะฮฺอัลอันอาม อัลลอฮฺได้ตำหนิพวกมุชริกีน ที่เวลาทำบุญจะกำหนดลักษณะอูฐที่นำมาทำบุญได้/ไม่ได้ แต่อัลลอฮฺบอกว่า อูฐที่ไม่มีข้อห้ามจากอัลลอฮฺ และถูกเชือดด้วยพระนามของพระองค์นั้นหะล้าล กินได้ ทำไมจึงมาห้ามกิน
وقال تعالى : { َمَا كَانَ اللهُ لِيُضِلَّ قَوْماً بَعْدَ إِذْ هَدَاهُمْ حَتَّى يُبَيِّنَ لَهُمْ مَا يَتَّقُون } ووكل بيان ما أشكل من التنْزيل إلى الرسول - صلى الله عليه وسلم - كما قال تعالى : { وَأَنْزَلْنَا إِلَيْكَ الذِّكْرَ لِتُبَيِّنَ لِلنَّاسِ مَا نُزِّلَ إِلَيْهِمْ وما قُبض - صلى الله عليه وسلم - حتّى أكمل له ولأُمته الدينَ ، ولهذا أنزل عليه بعرفة قَبْلَ موته بمدة يسيرة : { الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الإسْلامَ دِيناً}.
"เป็นไปไม่ได้ที่อัลลอฮฺจะให้ผู้คนหลงผิด หลังจากให้ทางนำแล้ว จนกว่าจะได้อธิบายแก่พวกเขา ให้มีความยำเกรง"
- คนที่ทำผิดหลักการ โดยที่ไม่ได้รับรู้บทบัญญัติ อัลลอฮฺก็ไม่เอาโทษ
- เราต้องตระหนักว่า ที่อัลลอฮฺให้เรารับรู้หลักการศาสนา เป็นความโปรดปรานจากพระองค์ ทำให้พวกเราไม่หลงทาน
- ศาสนาสมบูรณ์แล้ว - อัลลอฮฺประทานอายะฮฺนี้ที่ทุ่งอะรอฟะฮฺ ก่อนท่านนบีเสียชีวิตเล็กน้อยคือ
5:3 วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว
وقال - صلى الله عليه وسلم - : (( تَركتُكُم على بَيضاءَ نقية لَيلُها كنهارِها لا يَزِيغُ عنها إلاَّ هالِكٌ )).
ท่านนบีกล่าวว่า "ข้าพเจ้าได้ให้พวกเจ้าอยู่บนพื้นที่(ของศาสนา)ที่ขาวสะอาด ยามกลางคืนกลางวันก็ขาวสะอาด (ชัดเจน) ไม่มีใครจะหลงจากแนวทางที่ชัดเจน นอกจากคนที่ต้องประสบกับหายนะ" บันทึกโดยอบูดาวู้ดและอะหมัด
وقال أبو ذرٍّ : توفي رسولُ الله - صلى الله عليه وسلم - وما طائِرٌ يُحرِّكُ جناحَيهِ في السَّماءِ إلاَّ وقد ذَكَرَ لنا منه عِلماً .
อบูซัร เมื่อท่านนบีวะฟาต(เสียชีวิต) แต่ไม่มีนกชนิดหนึ่งชนิดใด เว้นแต่นบีเคยเอ่ยความรู้เกี่ยวกับนกตัวนั้น" หมายถึง ท่านนบีได้สั่งสอนทุกเรื่องในศาสนาไว้ครบแล้ว -- หุกุ่มเกี่ยวกับนกที่ต้องรู้ เช่น กินนกได้ไหม ? จะเชือดนกได้มั้ย ? ถ้าสุนัขคาบมาให้ เรากินได้ไหม ?
ولمَّا شكَّ النَّاسُ في موته - صلى الله عليه وسلم - ، قال عمُّه العباس - رضي الله عنه - : والله ما ماتَ رسولُ الله - صلى الله عليه وسلم - حتّى تركَ السبيلَ نهجاً واضحاً ، وأحلَّ الحلالَ وحرَّم الحرامَ ، ونكَحَ وطلَّق ، وحارب وسالم ، وما كان راعي غنم يتبع بها رؤوس الجبال يَخْبِطُ عليها العِضاةَ بمِخْبَطهِ ، ويَمْدُرُ حوضَها بيده بأنصَب ولا أدأب من رسول الله - صلى الله عليه وسلم - كانَ فيكُم .
1.10 เมื่อนบีเสียชีวิตแล้ว มีบางคนสงสัยว่าจริงไหม ลุงของนบี (อัลอับบาส) กล่าวว่า วัลลอฮิ ท่านนบีไม่ได้เสียชีวิตจนกว่าจะได้ชี้แจงหนทางที่ชัดเจน สิ่งหะล้าล-สิ่งหะรอม ฯลฯ และนบีเคยใช้ชีวิตเป็นตัวอย่างในทุกสภาวะ ทั้งยามสงครามและยามสงบ ฯลฯ
ไม่มีผู้เลี้ยงแพะคนใด จะทำแพะของตนไปเลี้ยงตามแหล่งหญ้าแหล่งน้ำ (ด้วยความลำบาก) คนเลี้ยงแพะเหล่านี้จะไม่เหนื่อยไปกว่าท่านนบี ที่ดูแลประชาชาติของท่าน (นบีดูแลประชาชาติของท่าน โดยสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้เราได้เข้าสวรรค์ ห่างไกลนรก ให้มีความปลอดภัยทั้งโลกนี้และโลกหน้า)
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 145 views