- "ดินแดนต้องห้าม" ที่ท่านนบีอุปมาคือ ขอบเขตของศาสนาคือ หะล้าลและหะรอม และมีรัศมีของทั้งสอง
ขีด(ขอบเขต)ของหะล้าลและหะรอมคือเส้นเดียวกัน รัศมีของหะรอมนั้นหะรอมแน่ แต่รัศมีหะล้าลนั้น ไม่มีสถานะเดียวกับหะล้าล
- "จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ"
- การบริหารหัวใจ สำคัญที่สุด
- "หัวใจที่บริสุทธิ์" (ก็อลบุนสะลีม) คืออะไร ?
จากอบูอับดุลลอฮฺ (อันนุอฺมาน อิบนุบะชีร ร่อฎิยัลลฮุอันฮุมา) กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
แท้จริง สิ่งที่อนุมัติ (หะล้าล) นั้นชัดแจ้ง สิ่งที่ต้องห้าม (หะรอม) ก็ชัดแจ้ง และในระหว่างทั้งสองสิ่งนั้นมีเรื่อง(หรือสิ่ง)ที่คลุมเครือ (ไม่ชัดแจ้ง) ซึ่งผู้คนส่วนมากไม่รู้ ดังนั้น ผู้ใดรักษาตัวเขาจากสิ่ง (หรือเรื่อง) ที่คลุมเครือนั้น เขาได้ชำระตัวเขาในการปกป้องศาสนาของเขาและเกียรติของเขา
ส่วนที่ตกลงไปในการกระทำสิ่งที่คลุมเครือ เขาก็ได้ตกลงไปในเรื่องที่ต้องห้าม เช่นเดียวกับผู้ที่เลี้ยงปศุสัตว์รอบๆ ที่ดินที่ต้องห้าม (เช่น สวนของคนอื่น) ไม่ช้ามันก็จะเข้า (ไปกิน) ใน (สวน) นั้น
จงจำไว้ว่า ผู้ปกครอง (กษัตริย์ ฯลฯ) ทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม จงจำไว้เถิดว่า ที่อัลลอฮฺทรงห้ามนั้น คือสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงอนุมัติ
จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ"
- การสอนด้วยอุปมาของท่านนบี มีมากมาย เป็นศิลปะหนึ่งในการสอนของท่านที่มีปรัชญาและมีค่า ทำให้คนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น อุละมาอฺได้รวบรวมไว้เป็นเล่มเลย
- "ดินแดนต้องห้าม" ที่ท่านนบีอุปมาคือ ขอบเขตของศาสนาคือ หะล้าลและหะรอม และมีรัศมีของทั้งสอง
ขีด(ขอบเขต)ของหะล้าลและหะรอมคือเส้นเดียวกัน รัศมีของหะรอมนั้นหะรอมแน่ แต่รัศมีหะล้าลนั้น ไม่มีสถานะเดียวกับหะล้าล
13.0 อาหรับสมัยก่อนชอบแข่งอูฐ มีปัญหาฆ่าอูฐและแก้แค้นกัน จนกระทั่งเกิดสงคราม 40 ปี เรียกว่า สงครามอูฐ -- นี่คือบรรยากาศของอาหรับสมัยนั้น
(( كالرَّاعي يرعى حولَ الحِمى ... ))
จงจำไว้ว่า ผู้ปกครอง (กษัตริย์ ฯลฯ) ทุกคนมีขอบเขตที่ต้องห้าม
والله - عز وجل - حمى هذه المحرَّمات ، ومنع عباده من قربانها وسمَّاها حدودَه ، فقال :{ تِلْكَ حُدُودُ اللهِ فَلا تَقْرَبُوهَا كَذَلِكَ يُبَيِّنُ اللهُ آيَاتِهِ لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَّقُونَ } ، فكذلك من تعدَّى الحلال، ووقع في الشبهات ، فإنَّه قد قارب الحرام غايةَ المقاربة ، فما أخلقَهُ بأنْ يُخالِطَ الحرامَ المحضَ ، ويقع فيه ، وفي هذا إشارةٌ إلى أنَّه ينبغي التباعد عن المحرَّماتِ ، وأنْ يجعل الإنسان بينه وبينها حاجزاً . وقد خرّج الترمذي وابن ماجه مِنْ حديثِ عبد الله بن يزيد ، عن النَّبيِّ - صلى الله عليه وسلم - ، قال : (( لا يبلغُ العبدُ أنْ يكونَ من المتَّقين حَتّى يَدَعَ ما لا بأسَ به حذراً مما به بأسٌ )) .
ขอบเขตของอัลลอฮฺ เรียกว่า "อัลหุดู๊ด"
คนที่ยำเกรงอัลลอฮฺ ก็ต้องเว้นรัศมีไว้ เพื่อไม่ให้เข้าใกล้สิ่งหะรอม -- นี่คือ "ตักวา"
وقال أبو الدرداء : تمامُ التقوى أنْ يتقي الله العبدُ ، حتّى يتقيَه مِنْ مثقال ذرَّة ، وحتّى يتركَ بعضَ ما يرى أنَّه حلال ، خشيةَ أنْ يكون حراماً ، حجاباً بينه وبينَ الحرام . وقال الحسنُ : مازالتِ التقوى بالمتقين حتى تركوا كثيراً من الحلال مخافة الحرام . وقال الثوري : إنما سُموا المتقين ؛ لأنَّهم اتَّقَوْا مالا يُتَّقى . وروي عن ابن عمر قال : إنِّي لأحبُّ أنْ أدعَ بيني وبين الحرام سترةً من الحلال لا أخرقها . وقال ميمون بن مهران : لا يسلم للرجل الحلالُ حتى يجعل بينه وبين الحرام حاجزاً من الحلال. وقال سفيان بن عيينة : لا يصيب عبدٌ حقيقة الإيمان حتى يجعل بينه وبينَ الحرام حاجزاً من الحلال ، وحتى يدعَ الإثم وما تشابه منه.
23.0 อบุดดัรดาอฺ "ตักวาที่สมบูรณ์" คือ บ่าวของอัลลอฮฺต้องเยำเกรงพระองค์ จนกระทั่งแม้ในเรื่องเล็กน้อย ระดับละอองฝุ่น และต้องเว้นบางสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าหะล้าล เนื่องจากเกรงว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะเป็นหะรอม เพื่อให้เป็นหิจาบ(สิ่งปิดกันระหว่างตนกับหะรอม)
อัษเษารียฺ "คนที่ถูกเรียกว่ามุตตะกีนนั้น เขาจะระวังสิ่งที่คนอื่นไม่ค่อยระวัง"
سد الذرائع
ปิดกั้น แนวทางไปสู่ความผิด
เป็นทฤษฎีสำคัญในนิติศาสตร์อิสลาม บางเรื่องแม้ไม่มีกฎหมายห้าม แต่มันจะนำไปสู่สิ่งหะรอม สิ่งนั้นก็จะถูกห้าม (แม้จะไม่ใช่สิ่งหะรอม) มีตัวอย่างดังนี้
37.0
• ويستدلُّ بهذا الحديثِ مَنْ يذهب إلى سدِّ الذرائع إلى المحرَّمات وتحريم الوسائل إليها ، ويَدُلُّ على ذلك أيضاً من قواعدِ الشَّريعة تحريمُ قليلِ ما يُسكر كثيرُه وتحريمُ الخلوة بالأجنبية ، وتحريمُ الصَّلاة بعد الصُّبح وبعدَ العصرِ سدَّاً لذريعة الصَّلاة عند طُلوع الشَّمس وعندَ غروبها ، ومنعُ الصَّائم من المباشرة إذا كانت تحرِّكُ شهوتَه ، ومنع كثيرٍ من العلماءِ مباشرةَ الحائضِ فيما بين سرّتها ورُكبتها إلا مِنْ وراء حائلٍ ، كما كان النَّبيُّ - صلى الله عليه وسلم - يأمر امرأتَه إذا كانت حائضاً أنْ تَتَّزر ، فيباشِرُها مِنْ فوق الإزار .
- ห้ามดื่มเหล้า เพราะมันทำลายสติปัญญา กินมากมึนเมา กินน้อยไม่มึนเมา แต่น้อยของมันก็หะรอมเช่นเดียวกัน
- ชายหญิงห้ามอยู่กันตามลำพังสองคน
- ห้ามละหมาดซุนนะฮฺในช่วงเวลาต่างๆ เช่น หลังศุบฮิ หลังอัศริ ฯลฯ ทำไม ? เพื่อหลีกเลี่ยงการละหมาดตอนตะวันขึ้นและตก เหมือนพวกบูชาดวงอาทิตย์
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาช่วงที่นางมีประจำเดือน
• ومن أمثلة ذلك وهو شبيه بالمثل الذي ضربه النَّبيُّ - صلى الله عليه وسلم - : من سيَّب دابَّته ترعى بقُرْب زرع غيرِه ، فإنَّه ضامن لما أفسدته من الزرع ، ولو كان ذلك نهاراً ، هذا هو الصحيح ؛ لأنَّه مُفَرِّطٌ بإرسالها في هذه الحال . وكذا الخلاف لو أرسل كلبَ الصَّيدِ قريباً من الحرم ، فدخل الحرمَ فصاد فيه ، ففي ضمانه روايتان عن أحمد ، وقيل : يضمنه بكلِّ حال.
49.0 - ผู้ที่ปล่อยสุนัขล่าสัตว์ของตน เข้าใกล้ดินแดนหะรอม(มัสยิดหะรอม) ซึ่งห้ามล่าสัตว์เป็นอันขาด ถ้ามันไปล่าสัตว์แล้ว สัตว์นั้นกินได้มั้ย ? ต้องชดใช้หรือไม่ ?
52.0 - ชายหญิงอยู่ตามลำพัง แม้จะเป็นการแชท แม้จะเป็นญาติก็ต้องระวัง
ศ่อฮาบะฮฺถามนบีว่า "ญาติพี่น้องเราล่ะครับ" (ที่ไม่ใช่มะหฺรอม ก็ห้ามอยู่ตามลำพังหรือ)
นบีตอบว่า "ญาติพี่น้องนั่นล่ะคือความตาย" (เพราะคนส่วนใหญ่ไม่คิดมาก ไม่ระมัดระวัง)
1.00 ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ "การบริหารหัวใจ" นบีจึงบอกว่า
ألا وإنَّ في الجسد مضغةً ، إذا صَلَحَتْ ، صَلَحَ الجسدُ كلُّه
"จงจำไว้ว่า ในร่างกายนั้นมีเนื้อก้อนหนึ่ง เมื่อมันดี ร่างกายนั้นก็ดีด้วย แต่เมื่อมันเสีย ร่างกายก็จะเสียไปด้วย จงจำไว้ว่ามันคือ หัวใจ"
• فيه إشارةٌ إلى أنَّ صلاحَ حركاتِ العبدِ بجوارحه ، واجتنابه للمحرَّمات واتَّقاءه للشُّبهات بحسب صلاحِ حركةِ قلبِه. فإنْ كان قلبُه سليماً ، ليس فيه إلا محبة الله ومحبة ما يُحبه الله ، وخشية الله وخشية الوقوع فيما يكرهه ، صلحت حركاتُ الجوارح كلّها ، ونشأ عن ذلك اجتناب المحرَّمات كلها ، وتوقي للشبهات حذراً مِنَ الوقوعِ في المحرَّمات. وإنْ كان القلبُ فاسداً ، قدِ استولى عليه اتِّباعُ هواه ، وطلب ما يحبُّه ، ولو كرهه الله ، فسدت حركاتُ الجوارح كلها ، وانبعثت إلى كلِّ المعاصي والمشتبهات بحسب اتِّباع هوى القلب .
• ولهذا يقال : القلبُ مَلِكُ الأعضاء ، وبقيَّةُ الأعضاءِ جنودُه ، وهم مع هذا جنودٌ طائعون له، منبعثون في طاعته، وتنفيذ أوامره ، لا يخالفونه في شيءٍ من ذلك،، ولا ينفع عند الله إلاّ القلبُ السليم . ) ، كما قال تعالى : { يَوْمَ لا يَنْفَعُ مَالٌ وَلا بَنُونَ إِلا مَنْ أَتَى اللهَ بِقَلْبٍ سَلِيمٍ } ، وكان النَّبيُّ - صلى الله عليه وسلم - يقول في دعائه : (( اللهم إني أسألُكَ قلباً سليماً )) ، فالقلب السليم : هو السالم من الآفات والمكروهات كلِّها ، وهو القلبُ الذي ليس فيه سوى محبة الله وما يحبُّه الله ، وخشية الله ، وخشية ما يُباعد منه .
- หัวใจคือหัวหน้าของอวัยวะต่างๆ และอวัยวะต่างๆคือทหารของหัวใจ ซึ่งจะเชื่อฟังหัวใจเหลือเกิน มันจะไม่ฝืนหัวใจเลย ณ อัลลอฮฺ ไม่มีหัวใจที่ใช้ได้ นอกจาก "หัวใจที่บริสุทธิ์" (ก็อลบุนสะลีม)
1.08
ท่านนบีมักจะขอดุอาอฺว่า
(( اللهم إني أسألُكَ قلباً سليماً ))
- อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ก็อลบันสะลีมา -
โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอต่อพระองค์ให้ฉันมีหัวใจที่บริสุทธิ์
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 99 views