โดย admin

ในทำนองการอธิบายซูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ ซึ่งเป็นซูเราะฮฺที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ปฏิบัติละหมาด เราได้ถึงอายะฮฺสุดท้ายที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ

٧ ﴾ [الفاتحة: ٦،  ٧]  

ความว่า “โปรดชี้แนะพวกเราสู่แนวทางอันเที่ยงตรงด้วยเถิด แนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้โปรดปรานพวกเขา มิใช่แนวทางของบรรดาผู้ที่ถูกโกรธกริ้วและมิใช่แนวทางของบรรดาผู้ที่หลงผิด” (อัล-ฟาติหะฮฺ : 6-7)

อายะฮฺนี้เป็นเป้าหมายของซูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ เป็นการวิงวอน เป็นการดุอาอ์ เป็นการเรียกร้องพระผู้เป็นเจ้าให้เราได้อยู่ในหนทางอันเที่ยงตรง ในต้นซูเราะฮฺเราได้สรรเสริญอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา แสดงความเป็นบ่าว แสดงความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ในการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราต้องการขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ในเมื่อบ่าวของพระองค์ประกาศว่าเขาต้องการให้อัลลอฮฺช่วยเหลือ จึงมีการดุอาอ์ว่า

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ  ٦ ﴾ [الفاتحة: ٦]  

( اهدنا - อิหฺดินา ) เป็นกริยา เป็นดุอาอ์ เป็นคำเรียกร้อง เป็นการนอบน้อม ขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้ประทานฮิดายะฮฺแก่เรา และฮิดายะฮฺที่เราต้องการก็คือ การที่เราจะยืนหยัด มีความเข้มแข็ง มีความตั้งใจในทางอันเที่ยงตรงของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

( الصراط المستقيم - อัศศิร้อฏ อัลมุสตะกีม ) คือแนวทางของอัลลอฮฺ บางคนอาจจะเข้าใจว่า (الصراط المستقيم) คือสะพานที่อยู่เหนือนรก แต่แท้จริง (الصراط المستقيم) ที่ถูกระบุในซูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ ก็คือแนวทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา อันเที่ยงธรรม ตราบใดที่มุอ์มินสามารถยืนหยัดบนทางนี้ในโลกดุนยา เขาก็จะสามารถผ่าน (الصراط) ที่พาดผ่านนรกในวันกิยามะฮฺ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีความผูกพันระหว่าง (الصراط المستقيم) ในดุนยานี้ซึ่งก็คือแนวทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา อันเที่ยงตรง กับ ((الصراط ของวันกิยามะฮฺที่อยู่บนนรก ซึ่งก็คือทางที่เราจะต้องผ่านมันไป อันหมายถึงการผ่านพ้นนรกไปสู่สวนสวรรค์

ทางอันเที่ยงตรงมีเพียงแนวทางเดียว คือแนวทางของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าของเรา ดังที่พระองค์ตรัสว่า

 وَأَنَّ هَٰذَا صِرَٰطِي مُسۡتَقِيمٗا فَٱتَّبِعُوهُۖ وَلَا تَتَّبِعُواْ ٱلسُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمۡ عَن سَبِيلِهِۦۚ ... ١٥٣ ﴾ [الانعام: ١٥٣]  

ความว่า “แท้จริงนั้น นี่คือแนวทางของฉัน แนวทางอันเที่ยงตรง ดังนั้นสูเจ้าทั้งหลายจงยืนหยัดบนแนวทางเหล่านี้ และอย่าปฏิบัติตาม หรือติดตามแนวทางอื่นๆ อันจะทำให้สูเจ้าทั้งหลายหลงผิดจากแนวทางของพระองค์” (อัล-อันอาม : 153)

เพราะฉะนั้นแนวทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่เราต้องแสวงหาต้องมีสัญลักษณ์แห่งสัจธรรม แห่งแสงสว่างที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า และไม่มีหลักฐานใดๆ ที่เป็นหลักฐานอันเที่ยงธรรม อันชัดแจ้ง นอกจากคัมภีร์ที่มาจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่จะบ่งบอกว่าแนวทางนี้คือแนวทางที่ถูกต้อง การกระทำต่างๆ ความประพฤติ พฤติกรรม ทฤษฎี ความรู้ ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะรู้ว่ามันอยู่กับสัจธรรมก็ต่อเมื่อมีแสงสว่างจากพระมหาคัมภีร์ของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา และเราจะสามารถพิสูจน์สัจธรรมของทางอันเที่ยงธรรม ด้วยการที่เราเห็นว่าแนวทางเหล่านี้เป็นแนวทางที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม มีความถูกต้องโดยบรรทัดฐานจากอัล-กุรอานของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

ไม่ใช่เรื่องยากลำบากที่เราจะจำแนกระหว่างความเท็จและความจริงสำหรับบรรดาผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา แม้กระทั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้ชี้แจงถึงทางอันเที่ยงตรงของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา เพราะท่านนบีก็คือตัวอย่างของอัล-กุรอาน เป็นแบบฉบับแห่งสัจธรรม สิ่งที่เราสับสน สิ่งที่เราไม่เข้าใจ สิ่งที่เราต้องการคำอธิบาย ก็ต้องกลับไปสู่แบบฉบับของอัล-กุรอาน ก็คือท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพราะแนวทางของอัล-กุรอานนั้นก็คือแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั่นเอง

อัลลอฮฺระบุอย่างชัดเจนในอัล-กุรอานว่า

﴿ مَّن يُطِعِ ٱلرَّسُولَ فَقَدۡ أَطَاعَ ٱللَّهَۖ ... ٨٠ ﴾ [النساء : ٨٠]  

ความว่า “ใครที่เชื่อฟังศาสนทูตของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตาลา ก็เปรียบเสมือนเขานั้นเชื่อฟังและปฏิบัติตามอัลลอฮฺนั่นเอง” (อัน-นิสาอ์ : 80)

ดังนั้นถือได้ว่าแนวทางของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็คือแนวทางของอัลลอฮฺนั่นเอง เพราะท่านนบีนั้นคือผู้ที่เรียกร้องประชาชาติสู่แนวทางของอัลลอฮฺ ดังที่มีหลักฐานปรากฏในอัล-กุรอานว่า

﴿ ... وَإِنَّكَ لَتَهۡدِيٓ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٥٢ صِرَٰطِ ٱللَّهِ ... ٥٣ ﴾ [الشورى: ٥٢،  ٥٣]  

ความว่า “แท้จริงนั้นท่านเป็นผู้แนะนำผู้อื่นไปสู่แนวทางอันเที่ยงตรง นั่นก็คือแนวทางของอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา” (อัช-ชูรอ : 52-53)

ท่านนบีก็ยืนยันว่าแนวทางของท่านคือแนวทางอันเที่ยงธรรมและเที่ยงตรงเช่นเดียวกัน ดังที่มีหะดีษในสุนันอัต-ติรมิซี ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เรียกร้องประชาชาติให้ยืนหยัดบนหนทางของท่าน ดังที่ท่านกล่าวว่า

فَعَلَيْكُمْ بِسُنَّتِي ، وَسُنَّةِ الْخُلَفَاءِ الرَّاشِدِينَ الْمَهْدِيِّينَ مِنْ بَعْدِي

ความว่า “สูเจ้าทั้งหลายจงยึดมั่นในแนวทางของฉัน และในแนวทางของบรรดาคุละฟาอ์ที่ได้รับทางนำและมีความถูกต้องที่จะปกครองพวกท่านหลังจากฉัน”

แนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ใช่แนวทางที่ออกนอกกรอบอัล-กุรอาน เราต้องมีความเชื่อมั่นว่าแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อยู่ในกรอบ ในหนทางของอัล-กุรอานนั่นเอง เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้แนะนำอัล-กุรอานไปสู่ประชาคมโลก เพื่อให้อัล-กุรอานได้เป็นธรรมนูญแห่งชีวิต เป็นสัจธรรมอันชัดเจนสำหรับผู้แสวงหาสัจธรรม สำหรับผู้ที่ต้องการออกจากความมืด ความผิด ความเท็จ ไปสู่ความสว่างและความถูกต้อง ดังนั้นการที่เราวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทุกครั้งที่มีการละหมาด เป็นการประกาศว่าเราต้องการฮิดายะฮฺ ต้องการความสว่าง ต้องการออกจากความมืด

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ ﴾ [الفاتحة: ٦]  

เพราะถ้าหากว่าเราไม่ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้ช่วยเหลือเรา นำเราออกจากความมืด ให้เรายืนหยัดบนหนทางอันเที่ยงตรงนั้น เราก็จะไม่สามารถยืนหยัดบนความถูกต้องได้ตลอดรอดฝั่ง ดังที่ท่านอิมามอิบนุลก็อยยิม ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดผู้ที่อยู่ในหนทางที่ถูกต้องแล้วจึงยังต้องวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทุกครั้งที่มีการละหมาดว่า

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ ﴾ [الفاتحة: ٦]  

ในเมื่อเราเป็นคนดีแล้ว ในเมื่อเรามีฮิดายะฮฺแล้ว ในเมื่อเราอยู่บนหนทางที่ถูกต้องแล้ว ทำไมยังต้องขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺให้ยืนหยัด ให้อยู่ในแนวฮิดายะฮฺ ทั้งที่เราอยู่ในแนวฮิดายะฮฺแล้ว ท่านอิมามอิบนุลก็อยยิม ให้คำตอบว่า แท้จริงนั้นแนวทางฮิดายะฮฺที่เรามีอยู่หรือได้รับอยู่นั้นอาจจะเป็นแนวฮิดายะฮฺที่ถูกต้อง แต่อาจมีความบกพร่องในบางประการ เราจึงต้องขอดุอาอ์ให้อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา แนะนำฮิดายะฮฺอันสมบูรณ์แก่เรา

เราอาจจะมีฮิดายะฮฺในบางส่วน แต่อีกบางส่วนยังไม่มี เราอาจจะมีฮิดายะฮฺในพฤติกรรมบางอย่าง แต่อีกบางอย่างยังไม่มีฮิดายะฮฺ จึงต้องการขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้อยู่ในแนวทางฮิดายะฮฺอันเที่ยงตรงในทุกประเด็น ทุกประการ เราอาจจะมีฮิดายะฮฺในขณะนี้ ในปัจจุบันนี้ แต่เราไม่แน่ใจว่าในอนาคต ในวินาทีต่อไป ในวันพรุ่งนี้ เดือนหน้า ปีหน้า เราจะยังอยู่ในแนวฮิดายะฮฺหรือไม่ เป็นความกังวลสำหรับมุอ์มินทุกคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องสิ่งเร้นลับ ไม่รู้อนาคต ที่จะต้องกลัวต่อการยืนหยัดในแนวทางฮิดายะฮฺ ในแนวทางอันถูกต้องตลอดกาลหรือไม่ จึงมีความจำเป็นที่เราต้องขอดุอาอ์อย่างสม่ำเสมอในทุกเวลาละหมาด

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ ﴾ [الفاتحة: ٦]  

ขอให้เราอยู่ในแนวฮิดายะฮฺทุกเป็นเด็น ทุกประการ ทุกเมื่อ ทุกเวลา เรามีความต้องการจะเป็นคนที่มีฮิดายะฮฺในทุกสิ่งที่เรากระทำในชีวิตของเรา ในเมื่อมีการช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้เราอยู่ในแนวฮิดายะฮฺที่ถูกต้องนั้นเราก็จะมีความอุ่นใจ และการที่เราขอฮิดายะฮฺจากอัลลอฮฺนั้น หมายถึงเรามีความเชื่อว่าไม่มีใครที่จะให้ฮิดายะฮฺ ที่จะแนะนำทางอันเที่ยงธรรมให้แก่มนุษยชาติ นอกจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ดังที่อัลลอฮฺให้เราตระหนักไว้ในดำรัสของพระองค์ที่ว่า

﴿ إِنَّكَ لَا تَهۡدِي مَنۡ أَحۡبَبۡتَ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَهۡدِي مَن يَشَآءُۚ ... ٥٦ ﴾ [القصص: ٥٦]  

ความว่า “แท้จริงเจ้า (มุฮัมมัด) ไม่สามารถแนะทางฮิดายะฮฺให้แก่ใคร (แม้จะเป็นผู้ที่เจ้ารัก) เว้นแต่ผู้ที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงประสงค์” (อัล-เกาะศ็อศ : 56)

ฮิดายะฮฺอยู่ที่อัลลอฮฺ แต่เรามีหน้าที่ชี้แนะ ชี้แจง ดะอฺวะฮฺ เผยแผ่ พูดคุย แต่ต้องตระหนักว่า ฮิดายะฮฺที่จะเข้าสู่หัวใจนั้นอยู่ที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

พี่น้องครับ พึงตระหนักว่าฮิดายะฮฺที่จะมาจากอัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ใจของเราขณะที่กล่าววิงวอนว่า

﴿ ٱهۡدِنَا ٱلصِّرَٰطَ ٱلۡمُسۡتَقِيمَ ٦ صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنۡعَمۡتَ عَلَيۡهِمۡ غَيۡرِ ٱلۡمَغۡضُوبِ عَلَيۡهِمۡ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ ٧ ﴾ [الفاتحة: ٦،  ٧]  

ความว่า “โปรดชี้แนะพวกเราสู่แนวทางอันเที่ยงตรงด้วยเถิด แนวทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้โปรดปรานพวกเขา มิใช่แนวทางของบรรดาผู้ที่ถูกโกรธกริ้วและมิใช่แนวทางของบรรดาผู้ที่หลงผิด” (อัล-ฟาติหะฮฺ : 6-7)

 


เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 21, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ-อุมมุซัยฟุลลอฮฺ

วีดีโอ/ไฟล์เสียง :
ละหมาดอย่างมีคุชูอฺ 6 – อัลฟาติหะฮฺ อายะฮฺ 6-7