หะดีษ 31/5 จงดูถูกดุนยา (ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม 156)

โดย admin
หัวข้อเรื่อง
ประเภทของการดูถูกดุนยา, ซุฮดฺ(การดูถูกดุนยา)ที่ประเสริฐที่สุดคือการดูถูกสิ่งที่เป็นภาคีกับอัลลอฮฺตะอาลา,
ตัวอย่างของชิรกฺ(ชิริก), เวลาคือโอกาสที่อัลลอฮฺให้มา
สถานที่
บ้านทองทา บางกอกน้อย
วันที่บรรยาย
20 ซุลเก๊าะดะฮฺ 1434
วันที่บรรยาย
วันที่อัพ
ขนาดไฟล์
17.70 mb
ความยาว
100.00 นาที
มีวีดีโอ
มี
คลิ้กเพื่อรับฟัง/ดาวน์โหลด (คลิ้กขวา บันทึกเป็น.../Save as...)
รายละเอียด

عَنْ سهلِ بنِ سعْدٍ السَّاعِديِّ قال : جاءَ رجُلٌ إلى النَّبيِّ صلى الله عليه وسلم  فقالَ :  يا رَسولَ الله دُلَّني عَلى عَمَلٍ إذا عَمِلْتُهُ أَحَبَّنِي الله ، وأحَبَّنِي النَّاسُ ، فقال  : (( ازهَدْ فِي الدُّنيا يُحِبَّكَ الله ، وازهَدْ فيمَا في أيدي النَّاسِ يُحبَّكَ النَّاسُ )) .  حديثٌ حسنٌ رَواهُ ابنُ ماجه وغيرُهُ بأسانِيدَ حَسَنةٍ .

จากอบูอับบาส (สะฮลุบนุสะอดฺ อัสสาอิดี) กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งไปหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วถามว่า “โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ! ขอได้โปรดบอกฉันถึงการงานอย่างหนึ่งเมื่อฉันทำแล้วจะทำให้อัลลอฮฺทรงรักฉัน และการงานที่จะทำให้ผู้คนรักฉันด้วย” ท่านตอบว่า “จงดูถูกดุนยา(สมถะต่อดุนยา) แล้วอัลลอฮฺจะทรงรักท่าน และจงดูถูกสิ่งที่มีอยู่ในครอบครองของมนุษย์ แล้วมนุษย์จะรักท่าน”

- การดูถูกดุนยาแต่ละประเภทอาจมีผลบุญต่างกัน
- สาบานด้วยนามอื่นจากอัลลอฮฺ, ชิรกฺ
- ให้ความสำคัญต่อสิ่งอื่นเหนืออิบาดะฮฺ หรือสิ่งที่เป็นคำสั่งของอัลลอฮฺ

12.0

وقد قسم كثير من السلف الزهد أقساما : فمنهم من قال : أفضل الزهد الزهد في الشرك ، وفي عبادة ما عبد من دون الله ، ثم الزهد في الحرام كله من المعاصي ، ثم الزهد في الحلال ، وهو أقل أقسام الزهد ، فالقسمان الأولان من هذا الزهد ، كلاهما واجب ، والثالث : ليس بواجب ، فإن أعظم الواجبات الزهد في الشرك ، ثم في المعاصي كلها .

สลัฟหลายท่านแบ่ง อัซซุฮดฺ เป็นหลายตำแหน่งหรือหลายประเภท คือ
1-  الزهد في الشرك ดูถูกชิรกฺ - วาจิบ
2- الزهد في الحرام  ดูถูกสิ่งหะรอม สิ่งบาป - วาจิบ
3- الزهد في الحلال  ดูถูกสิ่งหะล้าล - ไม่วาจิบ

20.24 

 وكان بكر المزني يدعو لإخوانه : زهدنا الله وإياكم زهد من أمكنه الحرام والذنوب في الخلوات ، فعلم أن الله يراه فتركه .

บักร อัลมุซานียฺ (สลัฟ) จะขอดุอาอฺให้พี่น้องของเขาว่า "ขอต่ออัลลอฮฺให้เราและท่านมีการดูถูกดุนยา (ซุฮดฺ) ระดับที่เมื่ออยู่คนเดียวลำพัง สามารถทำบาปได้ แต่รู้ว่าอัลลอฮฺทรงเห็น จึงทิ้งบาปนั้นไป"

وقال ابن المبارك : قال سلام بن أبي مطيع : الزهد على ثلاثة وجوه : واحد أن يخلص العمل لله عز وجل والقول ، ولا يراد بشيء منه الدنيا ، والثاني : ترك ما لا يصلح ، والعمل بما يصلح ، والثالث : الحلال أن يزهد فيه وهو تطوع ، وهو أدناها .
อิบนุลมุบาร็อก - ซัลลามบอกว่า ซุฮดฺนั้นมี 3 มิติคือ
1- อิคลาศ (บริสุทธิ์ใจ)ใน คำพูดและการกระทำ ไม่มุ่งพูดหรือทำสิ่งใดในเรื่องดุนยา
2- ทิ้งสิ่งไม่มีประดยชน์ และทำสิ่งมีประโยชน์
3- ต่ำที่สุดคือ สิ่งหะล้าลที่ไม่สำคัญ ก็จะไม่ให้ความสำคัญ

وهذا قريب مما قبله ، إلا أنه جعل الدرجة الأولى من الزهد الزهد في الرياء المنافي للإخلاص في القول والعمل ، وهو الشرك الأصغر ، والحامل عليه محبة المدح في الدنيا ، والتقدم عند أهلها ، وهو من نوع محبة العلو فيها والرياسة .

وقال إبراهيم بن أدهم : الزهد ثلاثة أصناف : فزهد فرض ، وزهد فضل ، وزهد سلامة ، فالزهد الفرض : الزهد في الحرام ، والزهد الفضل : الزهد في الحلال ، والزهد السلامة : الزهد في الشبهات .

وقد اختلف الناس : هل يستحق اسم الزاهد من زهد في الحرام خاصة ، [ ص: 186 ] ولم يزهد في فضول المباحات أم لا ؟ على قولين : أحدهما : أنه يستحق اسم الزهد بذلك ، وقد سبق ذلك عن الزهري وابن عيينة وغيرهما .

والثاني : لا يستحق اسم الزهد بدون الزهد في فضول المباح ، وهو قول طائفة من العلماء العارفين وغيرهم ، حتى قال بعضهم : لا زهد اليوم لفقد المباح المحض ، وهو قول يوسف بن أسباط وغيره ، وفي ذلك نظر . وكان يونس بن عبيد يقول : وما قدر الدنيا حتى يمدح من زهد فيها ؟ وقال أبو سليمان الداراني : اختلفوا علينا في الزهد بالعراق ، فمنهم من قال : الزهد في ترك لقاء الناس ، ومنهم من قال : في ترك الشهوات ، ومنهم من قال : في ترك الشبع ، وكلامهم قريب بعضه من بعض ، قال : وأنا أذهب إلى أن الزهد في ترك ما يشغلك عن الله عز وجل ، وهذا الذي قاله أبو سليمان حسن ، وهو يجمع جميع معاني الزهد وأقسامه وأنواعه .

واعلم أن الذم الوارد في الكتاب والسنة للدنيا ليس راجعا إلى زمانها الذي هو الليل والنهار ، المتعاقبان إلى يوم القيامة ، فإن الله جعلهما خلفة لمن أراد أن يذكر أو أراد شكورا . ويروى عن عيسى عليه السلام أنه قال : إن هذا الليل والنهار خزانتان ، فانظروا ما تصنعون فيهما . وكان يقول : اعملوا الليل لما خلق له ، والنهار لما خلق له .
 

 

----------- บางส่วนจากการบรรยาย ---------

อัซซุฮดฺ(การดุถูกดุนยา) ไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย เครื่องนุ่งห่ม อาหารเครื่องดื่ม พาหนะ สภาพภายนอก แต่อยู่ที่ความเข้าใจ และหัวใจของผู้ศรัทธาทุกคนว่าเขามีจุดยืนอย่างไรเกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องทำ ทรัพย์สิน สมบัติ วัตถุต่างๆ นั้นสามารถเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนหัวใจความรู้สึกความศรัทธาได้รึเปล่า ถ้าเปลี่ยนได้ แสดงว่าเขาไม่ได้ดูถูกดุนยา ดุนยามีอิทธิพล มีบารมี ในหัวใจ แต่ถ้าหากหัวใจไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็รักษาจุดยืน รักษาหน้าที่โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับคำสั่งสอนไว้ได้

ประเภทของการดูถูกดุนยามีหลายตำแหน่ง แต่ละคนอาจมีการดูถูกดุนยาแตกต่างกัน ในการรักษาไว้ซึ่งเงื่อนไขของ "การดูถูกดุนยา" 
 
สลัฟหลายท่านแบ่ง อัซซุฮดฺ เป็นหลายตำแหน่งหรือหลายประเภท บางท่านบออกว่า ซุฮดฺ(การดูถูกดุนยา)ที่ประเสริฐที่สุดคือการดูถูกสิ่งที่เป็นภาคีกับอัลลอฮฺตะอาลา ระดับชิรกฺ คือระดับที่จะนำบางสิ่งบางอย่างบนดุนยามามีอิทธิพลมีความสำคัญระดับเป็นภาคีกับอัลลอฮฺ ถ้าเราสามารถละเว้นหรือดูถูก ไม่มองเห็นสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดของการดูถูกดุนยา
 
เรื่องชิรกฺนี้มุสลิมมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนนิดนึง บางคนเข้าใจว่าหมายถึงทำชิรกฺ ไม่มีมุสลิมทำชิรกฺ ชิรกฺมีหลายระดับ มีชิรกฺชัดๆ คือการนำสิ่งหนึ่งมาเป็นภาคีกราบไหว้  ส่วนการนำวัตถุที่อาจเป็นภาคีกับอัลลอฮฺแต่อาจมองไม่เห็น คือวัตถุที่นำมามีความสำคัญมากกว่าคำสั้่งสอนของอัลลอฮฺ เช่น คนที่ชอบเล่นบอล พอถึงเวลาะละหมาดกลับไม่ละหมาด นี่ไม่ใช่การตั้งภาคีหรือชิรกฺชัดๆ ที่ทำให้มุสลิมมุรตัด(ตกศาสนา) แต่มันเป็นชิรกฺในแง่ที่นำสิ่งหนึ่งมามีความสำคัญมากกว่าความสำคัญของคำสั่งสอนของอัลลอฮฺบางประการ เรียกชิรกฺได้ แต่ไม่ใช่ชิรกฺใหญ่ 
 
ศาสนาแบ่ง "ชิรกฺ" เป็นชิรกฺใหญ่ (ชิรกฺอักบัร) และ ชิรกฺคอฟียฺ(ชิรกฺอัศฆ็อร) เช่น การสาบานด้วยนามอื่นจากอัลลอฮฺ ใครที่สาบานด้วยอื่นจากนามของอัลลอฮฺถือว่าได้ทำชิรกฺ ในสมัยอาหรับมักจะสาบานด้วยบิดามารดา คำสาบานจะบ่งถึงความสำคัญของสิ่งนั้นๆ การยืนยันในสัจจะ โดยนำสิ่งต่างๆมาให้ความสำคัญมากกว่าอัลลอฮฺนั้นเป็นชิรกฺ
 
ชิรกฺคอฟียฺ(ชิรกฺลับ) คือริยาอฺ (การโอ้อวด) เช่น การละหมาดเพื่อให้คนอื่นมองและชื่นชม นับภาษาอะไรกับคนที่ทำบางสิ่งบางอย่างโดยไม่ขอผลบุญจากอัลลอฮฺ หรือให้การกระทำบางอย่างสำคัญกว่าสิ่งที่อัลลอฮฺได้สั่งไว้ อย่างคนที่เล่นบอล แต่พอถึงเวลาละหมาดไม่ละหมาด บางทีเล่นบอลแล้วได้ยินอะซาน ก็สำนึกว่าถึงเวลาละหมาดต้องรีบแล้ว แต่มีบางคนที่พอได้ยินอะซานกลับมีความรู้สึกรำคาญ ยิ่งแล้วใหญ่  อะไรที่เป็นคำสั่งสอนของอัลลอฮฺ เมื่อถึงเวลาแล้วรู้สึกรำคาญหรือไม่ยินดีต่อมัน ร้ายแรง หรือทำอะไรที่มันบาปอยู่ เมื่อมีคนเตือนก็รูสึกรำคาญ มาเตือนทำไม รุ้แล้วว่าบาป แต่ทำไมมาทำลายความสุข(ที่กำลังทำบาป) นี่ก็อันตรายร้ายแรง
 
สลัฟบางท่านจึงเห็นว่าสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเชื่อว่าอัลลอฮฺเอกะ(อัลลอฮฺหนึ่ง) แต่(ในขณะเดียวกันก็ให้)คำสั่งสอนของอัลลอฮฺมีภาคีเยอะแยะเลย การละหมาดเป็นคู่แข่งกับบอล ถือศีลอดเป็นคู่แข่งกับการชอบอาหาร(ไม่อยากหิว) การอ่านอัลกุรอาน ซิกรุลลอฮฺ อิบาดะฮฺต่าง ก็มีคู่แข่งคือความสุขต่างๆ อยู่เหนือกว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นภารกิจของเราที่ต้องเคลียร์ภายใน ตลอดชีวิตต้องทำงานแบบนี้ 
 
อุละมาอฺบอกว่าการทำงานภายใน(หัวใจ) การเคลียร์ความสำคัญของการละหมาด ว่าการละหมาดเป็นคำสั่งสอนของอัลลอฮฺ และมีความสำคัญและต้องรักละหมาด ยินดีในการละหมาด ต้องสำคัญกว่าการะลหมาด เพราะบางทีละหมาดแล้วไม่มีความสุข แบบรำคาญ  ไม่ให้ความสำคัญ ละหมาดแบบให้พ้นไปซะที แล้วมันจะดีเหรอแบบนี้ หัวใจนั้นสำคัญกว่าที่จะเคลียร์เรื่องนี้
 
ไม่มี "วัน" ที่มันเริ่มมาในชีวิตของเรา เว้นแต่มันจะพูดว่า "โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย ฉันมาแล้ว ใช้ฉันให้ดี เพราะถ้าหากฉันผ่านไปแล้ว ฉันจะไม่กลับมาอีก จงพิจารณาอะไรที่เจ้าจะทำในเวลาของฉัน เมื่อผ่านพ้นไปแล้ววันก็จะถูกพับเก็บ และจะไม่ถูกเปิดเว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงเปิดในวันกิยามะฮฺ  ช่วงกลางคืนมันก็จะพูดแบบนั้นเช่นกัน"
 
สะลัฟบางท่านกล่าวกลอนว่า
إنَّما الدُّنيا إلى الجنَّــةِ والنَّار طريق
واللَّيالي متجر الإنــسان والأيَّام سُوق
ดุนยาเป็นแนวทางไปสู่สวรรค์
และนรกมันจะเป็นแนวทางของคนที่ต้องการไปสวรรค์ (หมายถึงว่าอยู่ในโลกนี้เสมือนอยู่ในนรก นั่นแสดงว่าเป็นเส้นทางไปสู่สวรรค์)
และกลางคืนเป็นห้าง(ตลาด) สำหรับคน (ไว้ทำอิบาดะฮฺ ละหมาดกิยามุลลัยลฺ)
และเวลากลางก็เป็นห้าง(ตลาด) สำหรับคน (เพื่อสะสมผลบุญเช่นกัน)
 
 
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
WCimage
3105