الْحَدِيْثُ التاسع หะดีษที่ 9
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ عَبْدِ الرَّحْمنِ بْنِ صَخْرٍ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قَالَ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ:
(( مَانَهَيْتُكُمْ عَنْهُ فَاجْتَنِبُوهُ ، وَمَا أَمَرْتُكُمْ بِهِ فَأْ تُوا مِنْهُ مَا اسْتَطَعْتُمْ، فَإِنَّمَا أَهْلَكَ الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ كَثْرَةُ مَسَائِلِهِمْ وَاخْتِلاَ فُهُمْ عَلَى أَنْبِيَا ئِهِمْ )) ;رَوَاهُ الْبُخَارِيُّ وَمُسْلِمٌ
จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ (อับดุรเราะหฺมาน บินศ็อครฺ) กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านร่อซูล ﷺ กล่าวว่า “อันใดที่ฉันได้ห้ามท่าน ก็จงปลีกห่างมัน และอันใดที่ฉันสั่งให้ทำก็จงปฏิบัติเท่าที่ท่านสามารถ แท้จริง บรรดา(ผู้คน)ที่พินาศไปก่อนหน้าพวกท่านนั้นคือ พวกเขาถามมาก และพวกเขาขัดแย้ง (ไม่เคารพเชื่อฟัง) นบีของพวกเขา” หะดีษนี้บันทึกโดยบุคอรีย์และมุสลิม
- พินาศอย่างไร ? การงานที่ทำไปแล้วไร้ผล ตย. อ่านกุรอานโดยไม่ใครครวญ, ออกซะกาต แต่โอ้อวด, สร้างมัสญิด แต่ไม่ได้ใช้ ฯลฯ
الأغلوطات
6.15 คำถามที่สร้างความสับสน (การเรียนรู้ที่จะสร้างความสับสน อึดอัด)
- สังคมตั้งเงื่อนไขในการศึกษาหาความรู้มากเกินไป เช่น ต้องศึกษาวิชาตรรกะ(มันฏีก)ก่อน
- เราต้องแบ่งคน
-- มุกัลลัฟทุกคนต้องศึกษาเรื่องจำเป็น เช่น การละหมาด -- ไม่จำเป็นต้องเรียกลึก เรียนในสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติก็พอแล้ว
-- นักศึกษา, ผู้รู้ ที่จะให้ประโยชน์หรือสอนคนอื่น ก็ต้องเรียนให้ลึกซึ้ง
• وقد روى الصنابحيُّ، عنْ معاوية، عن النَّبيِّ - صلى الله عليه وسلم - : (( أنَّهُ نهى عنِ الأغلوطات )) خرَّجهُ الإمامُ أحمد رحمه الله .وفسرهُ الأوزاعيُّ وقالَ : هي شدادُ المسائلِ . وقال عيسى بنُ يونسَ : هي ما لا يحتاجُ إليهِ منْ كيف وكيف.
- ห้ามแกล้งถามหรือถามเพื่อสร้างความสับสน
- ถามในเรื่องที่รุนแรง, แปลกประหลาด เช่น ถามในสิ่งที่ไม่ต้องการ, ไม่มีจุดยืนในการถาม,
وقالَ الحسنُ : شرارُ عبادِ اللهِ الذينَ يتبعونَ شرارَ المسائلَ يَغُمُّون بها عبادَ اللهِ. وقالَ الأوزاعيُّ : إنَّ اللهَ إذا أرادَ أنْ يَحرُمَ عبدَهُ بركةَ العلمِ ألقى على لسانهِ المغاليط ، فلقدْ رأيتهم أقلَّ النَّاسِ علماً
อัลหะซัน - มนุษย์เลวที่สุดคือคนที่ติดตามเรื่องเลวๆ เรื่องแปลกๆ แล้วสร้างความเครียดแก่บรรดามนุษย์
เอาซาอียฺ - ถ้าอัลลอฮฺจะให้บ่าวของพระองค์คนหนึ่งไม่มีบะรอกัตในความรู้ของเขา จะให้ลิ้นเขามักถามในเรื่องประหลาด...
- ชอบอ่าน ศึกษา ในเรื่องไร้สาระ ดูละคร
- คัดเลือกสิ่งที่นำเข้าสมอง ให้เป็นสิ่งมีประโยชน์
- เชคอับดุลลอฮฺ อัลเกาะศีมียฺ อ่านหนังสือปรัชญา จนกระทั่งปฏิเสธอัลลอฮฺ
30.12 - ชัยฏอนจะจุดประกายความสงสัยในหัวใจมนุษย์ ถ้ารู้สึกว่าชัยฏอนกระซิบให้เราสงสัยในอัลลอฮฺ นบีสอนให้กล่าวว่า "อามันตุบิลลาฮฺ - ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺ"
- เรื่องหลักการศาสนา ตัวบทหลักฐานคำสั่งสอนต่างๆ เราต้องนำมาใช้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่เอามาเปลืองกับเรื่องไร้สาระ
32.3
النهي عن المجادلة عن السنن
ห้ามโต้เถียงในเรื่องสุนัน (แนวทางที่ถูกต้องที่ท่านนบีสอนไว้)
• وكان مالكٌ يكره المجادلة عن السُّنن أيضاً. قال الهيثم بن جميل : قلت لمالك : يا أبا عبدِ الله ، الرجلُ يكونُ عالماً بالسُّنن يُجادل عنها ؟ قال : لا ، ولكن يخبر بالسُّنَّةِ ، فإنْ قُبِلَ منه ، وإلاّ سكت .قال إسحاق بن عيسى : كان مالك يقول : المِراء والجِدال في العلم يَذهبُ بنور العلم من قلب الرجل .
- อิมามมาลิกบอกว่า คนที่ชอบมาซักถาม(จุกจิก)ในเรื่องซุนนะฮฺนบี แล้วก็โมโหต้องตอบโต อิมามมาลิกไม่ค่อยชอบ
- อิมามมาลิกถูกถามว่า ชายคนหนึ่งมีความรุ้เกี่ยวกับซุนนะฮฺนบีแต่ชอบโต้เถียงคนอื่นในเรื่องนี้ อิมามมาลิกบอกว่า ไม่ต้อง ให้สอนซุนนะฮฺนบี ถ้าเขารับก็ดี ถ้าไม่มีใครรับก็นิ่ง
- อิสฮาก อิบนุอีซา - ท่านอิมามมาลิกเคยสอนว่า "การโต้เถียงในเรื่องความรู้ มันจะขจัดความสว่างของความรู้จากหัวใจของผู้รู้
- การดะอฺวะฮฺในสังคมไทย
• وقال ابن وهب : سمعت مالكاً يقول : المراء في العلم يُقسِّي القلوب ، ويورِّث الضغن .
อับดุลลอฮฺ อิบนุวะฮบฺ ได้ยินอิมามมาลิกบอกว่า "การโต้เถียงในเรื่องความรู้ จะทำให้หัวใจกระด้าง (แล้วมารยาทของเขาก็จะแข็งกระด้าง) และนำมาซึ่งความโกรธแค้น"
- ความรู้ที่อัลลอฮฺให้มา เราจะต้องใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพมนุษย์ ไม่ใช่สร้างอุปสรรคในการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์
• وكان أبو شريح الإسكندراني يوماً في مجلسه ، فكثُرَتِ المسائلُ ، فقال : قد دَرِنَتْ قلوبُكم منذُ اليوم ، فقوموا إلى أبي حُميدٍ خالد بن حميد اصقُلوا قلوبكم ، وتعلَّمُوا هذه الرغائب ، فإنَّها تُجدِّدُ العبادة ، وتُورث الزهادة ، وتجرُّ الصداقة ، وأقِلُّوا المسائلَ إلا ما نزل ، فإنَّها تقسي القلوب ، وتورث العداوة . وقال الميمونيُّ : سمعتُ أبا عبد الله - يعني : أحمد - يُسأل عن مسأَلة ، فقال : وقعَت هذه المسألة ؟ بُليتم بها بعدُ ؟
أهل الحديث هم أهل الوسط
อุละมาอฺหะดีษคือแนวกลาง
• وقد انقسم الناسُ في هذا الباب أقساماً :
ในเรื่อง(การถาม)นี้ จะแบ่งผู้คนออกเป็นกลุ่มๆ คือ
53.30 การถามนี่ อุละมาอฺมี 3 ทัศนะ
1- ห้ามถามเลย 2- ถามได้ เพื่อฝึกฝนความคิด 3- กลุ่มคนทีมีความรู้หะดีษและปฏิบัติตามหะดีษ
• فمن أتباع أهلِ الحديث منْ سدَّ بابَ المسائل حتَّى قلَّ فقهه وعلمُه بحدود ما أنزل الله على رسوله ، وصار حامِلَ فقه غير فقيه
บางส่วนของอุละมาอฺหะดีษ ไม่ให้ถามเลย (ห้ามเด็ดขาด) ความรู้ของเขาในเนื้อหานั้นจึงลดไป เพราะไม่ได้ใช้ความคิดในการวินิจฉัยเนื้อหาของตัวบท จึงเป็นคนที่แบกความรู้แต่ไม่มีประสบการณ์ในความรู้ ท่องตัวบทแต่ไม่เข้าใจ มีหลักฐานแต่ไม่สามารถวินิจฉัย -- คนที่มีความรู้ แต่ไม่ใช่ผู้รู้
• ومن فقهاء أهل الرأي من توسَّع في توليدِ المسائل قبلَ وقوعها ، ما يقع في العادة منها وما لا يقع ، واشتغلُوا بتكلُّفِ الجواب عنْ ذلك، وكثرة الخصومات فيه ، والجدال عليه حتَّى يتولدَ مِنْ ذلك افتراقُ القلوب ، ويستقرَّ فيها بسببه الأهواءُ والشحناءُ والعداوةُ والبغضاءُ، ويقترن ذلك كثيراً بنية المغالبة، وطلب العلوِّ والمباهاة ، وصرف وجوه الناس وهذا ممَّا ذمه العلماءُ الربانيون ، ودلَّتِ السُّنَّةُ على قبحه وتحريمه .
- อุละมาอฺบางส่วน ชอบสมมติเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น บางเรื่องไม่มีโอกาสที่เกิดขึ้นจริง เช่น ถ้าสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นพร้องกัน จะละหมาดอะไรก่อน ฯลฯ บางทีก็โต้เถียงกันจนเลยเถิด หัวใจจึงไม่สนิทสนมกัน เพราะการโต้เถียงมาจากอารมณ์ ทำให้เกิดความโกรธแค้น เป็นศัตรู และที่แฝงอยู่ด้วยคือการเอาชนะ โอ้อวด เพื่อให้ผู้คนสนใจเขา เอาชนะคนอื่น และนี่คือสิ่งที่อุละมาอฺร็อบบานียูน (ผู้ขัดเกลา) ได้ตำหนิเรื่องเหล่านี้
- การโต้เถียงนี้เราอย่าเป็นผู้ริเริ่ม และจะโต้เถียงก็เพื่อให้สัจธรรมปรากฏเท่านั้น แต่ถ้าเขาไม่รับแล้วก็จบ
ซึ่งในซุนนะฮฺของท่านนบีก็มีหลักฐานห้ามการโต้เถียงโดยปราศจากเหตุผล
• وأما فقهاء أهل الحديث العامِلُون به ، فإنَّ معظمَ همِّهمُ البحثُ عن معاني كتاب الله - عز وجل - ، وما يُفسِّرُهُ من السنن الصحيحة ، وكلام الصحابة والتابعين لهم بإحسّان ، وعن سُنَّةِ رسول الله - صلى الله عليه وسلم - ، ومعرفة صحيحها وسقيمِها ، ثم التفقه فيها وتفهمها ، والوقوف على معانيها ، ثم معرفة كلام الصحابة والتابعين لهم بإحسّان في أنواع العلوم من التفسير والحديث ، ومسائل الحلال والحرام ، وأصول السُّنة والزهد والرقائق وغيرِ ذلك .
- กลุ่มคนทีมีความรู้หะดีษและปฏิบัติตามหะดีษ ส่วนมากจุดประสงค์ในการเรียนรู้ของเขาเพื่อค้นหาความหมายของกิตาบุลลอฮฺ และสิ่งที่อธิบายจากอัซซุนนะฮฺของนบี และจากศ่อฮาบะฮฺ
- ศึกษาหะดีษศ่อฮี้ฮฺ เรียนรู้เนื้อหาและพยายามทำความเข้าใจ.....
1.17 คำถาม - การโต้เถียงกัน...
1.20 ข้าพเจ้ารับรองสวรรค์สำหรับคนที่ละทิ้งการโต้แถียง แม้จะมั่นใจว่าความจริงอยู่กับเขาก็ตาม
- มีความรู้สึกไม่ดีจากการโต้เถียงแล้ว จะแก้ไขยังไง ?
- การโต้เถียงบางครั้งเกิดจากการพูดในเรื่องที่เกินกว่าตำแหน่ง(ความรู้)ของตนเองที่จะพูดเรื่องนั้นได้ ถ้าทุกคนรู้ตัวเองและถ่อมตนในการโต้แย้ง ก็จะไม่เกิดการโต้เถียง
- เรื่องที่ห้ามถาม และเรื่องที่ถามได้
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 238 views