- ลักษณะของผู้ยำเกรง(มุตตะกีน)
- ความดีแบบไหน ที่จะลบล้างความชั่วได้ ?
- มนุษย์ไม่ชินกับการปกปิดความเดือดร้อน
- ผู้ยำเกรงอาจทำบาป แต่จะไม่ยืนยันทำความผิด
- คนที่ทำความผิดบ่อย ?
หะดีษที่ 18
จากอบูซัรรฺ (ญุนดุบ บินญุนาดะฮฺ) และอบูอับดุรเราะฮฺมาน (มุอ๊าซ บินญะบัล) ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา จาก ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“จงยำเกรงอัลลอฮฺไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี มันย่อมลบล้างได้ และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยกริยามารยาทที่ดีงาม”
หะดีษนี้บันทึกโดยติรมิซีย์ ซึ่งกล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน และในต้นฉบับบางเล่ม (ของติรมิซีย์) กล่าวว่า เป็นหะดีษหะซันเศาะฮีฮฺ
قوله : (( وأتْبِع السَّيِّئة الحَسنَة تَمحُها )) لما كان العبدُ مأموراً بالتقوى في السرِّ والعلانية مع أنَّه لابُدَّ أنْ يقع منه أحياناً تفريط في التقوى ، إما بترك بعض المأمورات ، أو بارتكاب بعض المحظورات ، فأمره أنْ يفعل ما يمحو به هذه السيئة وهو أنْ يتبعها بالحسنة ، قال الله : وَأَقِمِ الصَّلاةَ طَرَفَيِ النَّهَارِ وَزُلَفاً مِنَ اللَّيْلِ إِنَّ الْحَسَنَاتِ يُذْهِبْنَ السَّيِّئَاتِ ذَلِكَ ذِكْرَى لِلذَّاكِرِينَ .
เมื่อบ่าวของอัลลอฮฺถูกสั่งแล้วให้ดำรงซึ่งตักวาทั้งเชิงลับและเปิดเผย แต่ก็มีโอกาสที่เขาจะไม่ดำรงตักวาสม่ำเสมอ หากได้กระทำสิ่งที่เป็นข้อห้าม ละเว้นสิ่งวาจิบ ก็ให้รีบทำความดีติดตาม
"และเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด ตามปลายช่วงทั้งสองของกลางวัน และยามต้นจากกลางคืน แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลายนั่นคือข้อเตือนสำหรับบรรดาผู้ที่รำลึก" (114)
وفي " الصحيحين " عن ابنِ مسعود : أنَّ رجلاً أصاب من امرأة قُبلَةً ، ثم أتى النَّبيَّ ، فذكر ذلك له ، فسكت النَّبيُّ حتى نزلت هذه الآية ، فدعاه فقرأها عليه ، فقال رجل : هذا له خاصة ؟ قال : (( بل للناس عامة )) .
ชายคนหนึ่งไปจูบผู้หญิง แล้วสำนึกผิดก็มาหาท่านนบี ไปสารภาพกับท่านนบี ท่านนบีนิ่งไม่พูด (เรื่องที่ท่านนบีมีความรู้จะตอบทันที ถ้าไม่รู้จะรอคำตอบจากอัลลอฮฺ กรณีนี้เป็นความผิดที่ไม่ถึงซินา) แล้วอายะฮฺนี้ก็ถูกประทานลงมา ท่านนบีจึงอ่านอายะฮฺนี้ให้เขาฟัง
(หมายความว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ในความหมายของอายะฮฺนี้ ให้ไปทำความดีลบล้างความผิดที่ทำไป การที่ความดีจะลบล้างความชั่วนั้นต้องเตาบัตด้วย
ชายคนหนึ่งได้ยินท่านนบีอ่านอายะฮฺก็ถามว่า “นี่สำหรับชายคนนี้คนเดียว)หรือ” ท่านนบีบอกว่า “นี่สำหรับมนุษย์ทั้งหมด”
ความดีที่จะลบล้างความชั่วได้นี่
1- ต้องมั่นใจว่าเป็นความดีที่อัลลอฮฺจะตอบรับ
2- ความชั่วที่ได้ทำไปนั้น ต้องเตาบัตด้วย
อัลลอฮฺตะอาลากล่าวถึงลักษณะของผู้ยำเกรงอัลลอฮฺ(มุตตะกีน)ไว้ในอัลกุรอาน (ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 133-136)
وقد وصف الله المتقين في كتابه بمثل ما وصَّى به النَّبيُّ في هذه الوصية في قوله
: وَسَارِعُوا إِلَى مَغْفِرَةٍ مِنْ رَبِّكُمْ وَجَنَّةٍ عَرْضُهَا السَّمَاوَاتُ وَالأَرْضُ أُعِدَّتْ لِلْمُتَّقِينَ الَّذِينَ يُنْفِقُونَ فِي السَّرَّاءِ وَالضَّرَّاءِ وَالْكَاظِمِينَ الْغَيْظَ وَالْعَافِينَ عَنِ النَّاسِ وَاللهُ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ وَالَّذِينَ إِذَا فَعَلُوا فَاحِشَةً أَوْ ظَلَمُوا أَنْفُسَهُمْ ذَكَرُوا اللهَ فَاسْتَغْفَرُوا لِذُنُوبِهِمْ وَمَنْ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلاَّ اللهُ وَلَمْ يُصِرُّوا عَلَى مَا فَعَلُوا وَهُمْ يَعْلَمُونَ أُولَئِكَ جَزَاؤُهُمْ مَغْفِرَةٌ مِنْ رَبِّهِمْ وَجَنَّاتٌ تَجْرِي مِنْ تَحْتِهَا الأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا وَنِعْمَ أَجْرُ الْعَامِلِينَ .
และพวกเจ้าจงรีบเร่งกันไปสู่การอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเจ้า และไปสู่สวรรค์ซึ่งความกว้างของมันนั้น คือบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน โดยที่มันถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรง (133) คือบรรดาผู้ที่บริจาคทั้งในยามสุขสบายและในยามเดือดร้อน และบรรดาผู้ข่มโทสะและบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮ์นั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย (134) บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วใด ๆ หรือ อยุติธรรมแก่ตัวเองแล้ว พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮ์ แล้วขออภัยโทษในบรรดาความผิดของพวกเขา และใครเล่าที่จะอภัยโทษบรรดาความผิดทั้งหลายให้ได้ นอกจากอัลลอฮ์แล้ว และพวกเขามิได้ดื้อรั้นปฏิบัติในสิ่งที่เขาเคยปฏิบัติมาโดยที่พวกเขารู้กันอยู่ (135) ชนเหล่านี้แหละการตอบแทนแก่พวกเขาคือการอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเขาและบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายในสวนเหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนเหล่านั้นตลอดกาล และรางวัลของผู้ทำงาน นั้นช่างเลิศจริงๆ (136)
**อดทนคือไม่บ่น**
- มนุษย์ไม่ชินกับการปกปิดความเดือดร้อน
فوصف المتقين بمعاملة الخلق بالإحسّان إليهم بالإنفاق ، وكظمِ الغيظ ، والعفو عنهم ، فجمع بين وصفهم ببذل النَّدى ، واحتمال الأذى ، وهذا هو غايةُ حسن الخلق الذي وصى به النَّبيُّ لمعاذ ، ثم وصفهم بأنَّهم : إِذَا فَعَلُوا فَاحِشَةً أَوْ ظَلَمُوا أَنْفُسَهُمْ ذَكَرُوا اللهَ فَاسْتَغْفَرُوا لِذُنُوبِهِمْ
เมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วใด ๆ หรือ อธรรมแก่ตัวเองแล้ว พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮ์ แล้วขออภัยโทษในบรรดาความผิดของพวกเขา
ولم يُصرُّوا عليها ، فدلَّ على أنَّ المتقين قد يَقَعُ منهم أحياناً كبائر وهي الفواحش ، وصغائر وهي ظُلمُ النفس ، لكنَّهم لا يُصرُّون عليها ، بل يذكرون الله عَقِبَ وقوعها ، ويستغفرونه ويتوبون إليه منها ، والتوبة : هي تركُ الإصرار على الذنبِ .
“ผู้ยำเกรง” อาจทำบาปใหญ่หรือบาปเล็ก แต่เขาจะไม่ยืนยันทำความผิดนั้น
ومعنى قوله : ذَكَروا الله أي : ذكروا عظمته وشِدَّة بطشه وانتقامِه ، وما توعد به على المعصية من العقابِ ، فيوجب ذلك لهم الرجوعَ في الحال والاستغفارَ وتركَ الإصرار ، وقال الله تعالى : إِنَّ الَّذِينَ اتَّقَوْا إِذَا مَسَّهُمْ طَائِفٌ مِنَ الشَّيْطَانِ تَذَكَّرُوا فَإِذَا هُمْ مُبْصِرُونَ .
وفي " الصحيحين " عن النَّبيِّ قال : (( أَذْنَبَ عبدٌ ذنباً ، فقال : رَبِّ إنِّي عملتُ ذنباً فاغْفِر لي فقال الله : عَلِمَ عبدي أنَّ له رباً يغفر الذنب ، ويأخذ بالذنب ، قد غفرتُ لعبدي ، ثم أذنب ذنباً آخر - إلى أنْ قال في الرابعة : - فليعمل ما شاء )) يعني : ما دام على هذه الحال كلما أذنب ذنباً استغفر منه
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“บ่าวของอัลลอฮฺคนหนึ่งได้ทำความชั่วอย่างหนึ่ง แล้วเขาก็ยกมือขอดุอาอฺว่า “โอ้อัลลอฮฺข้าพระองค์ได้ทำความชั่วอย่างหนึ่ง ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
อัลลอฮฺก็จะกล่าวว่า “บ่าวของข้ารู้ว่าเขามีพระเจ้าที่สามารถให้อภัยในความชั่วนั้นและสามารถลงโทษต่อความชั่วนั้น ข้าให้อภัยโทษแก่บ่าวของข้าแล้ว”
บ่าวคนนั้นทำความผิดอีก ทุกครั้งเขาก็จะยกมือขอดุอาอฺว่า "โอ้อัลลอฮฺ ข้าพระองค์ได้ทำความผิด ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
อัลลอฮฺก็จะกล่าวเหมือนเดิม
ครั้งที่สามก็ทำอีกและยกมือขออภัยโทษอีก อัลลอฮฺก็จะกล่าวเหมือนเดิม
ครั้งที่สี่เขาทำอีกและยกมือขออภัยโทษ
อัลลอฮฺก็จะกล่าวว่า “บ่าวของข้ารู้ว่าเขามีพระเจ้าที่สามารถให้อภัยในความชั่วนั้นและสามารถลงโทษต่อความชั่วนั้น บ่าวของข้าจะทำอะไรก็ทำไป”
---- แสดงว่าอัลลอฮฺชอบให้เราเตาบัตหลังจากทำความผิด และผู้ยำเกรงก็ชอบที่จะขออภัยโทษและเตาบัตตัว
وخرَّج الطبراني بإسنادٍ ضعيفٍ عن عائشة - رضي الله عنها - قالت : جاء حبيبُ بنُ الحارث إلى النَّبيِّ ، فقال : يا رسول الله إنِّي رجل مِقْرافٌ للذنوب ، قال : (( فتب إلى اللهِ )) ، قال : أتوبُ ، ثم أعودُ ، قال : (( فكلما أذنبتَ ، فتُبْ )) ، قال : يا رسول الله إذاً تكثرُ ذنوبي ، قال : (( فعفو الله أكثرُ من ذنوبك يا حبيب بن الحارث )) . وخرَّجه بمعناه من حديث أنس مرفوعاً بإسناد ضعيفٍ . وبإسناده عن عبد الله بن عمرو ، قال : من ذكر خطيئةً عَمِلَها ، فوَجِلَ قلبُه منها ، واستغفر الله ، لم يحبسها شيءٌ حتى يمحاها .
(หะดีษนี้สายรายงานเฎาะอีฟ) ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮากล่าวว่า เศาะฮาบะฮฺชื่อ ฮะบี๊บ อิบนุลฮาริษ กล่าวกับท่านนบีว่า “โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ฉันนี้มักจะทำความผิดบ่อยๆ” ท่านนบีบอกว่า ท่านก็เตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺสิ ฮะบี๊บบอกว่า ฉันก็เตาบัตตัวแต่ก็กลับ(ทำอีก) ท่านนบีก็กล่าวว่า (ก็เช่นเดียวกัน) ทุกครั้งที่ทำความผิดแล้วก็ให้เตาบัต ฮะบี๊บกล่าวว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ถ้าหากความผิดของฉันก็เยอะล่ะ ท่านนบีกล่าวว่า โอ้ฮะบี๊บ ความอภัยโทษของอัลลอฮฺนั้นยิ่งใหญ่กว่าความผิดของท่าน, และจากสายรายงานของ อับดุลลอฮฺ อิบนอัมรฺ กล่าวว่า ใครที่เคยทำความผิดในอดีต เมื่อวันหนึ่งเขานึกถึงความผิดนั้น หัวใจของเขารู้สึกหวาดกลัว ทำให้เขาได้ขออภัยโทษในความผิดที่ผ่านมาแล้ว ไม่มีอะไรจะขวางกั้นความอภัยโทษนี้ เว้นแต่จะมันถูกลบไป
وروى ابن أبي الدنيا بإسناده عن عليٍّ قال : خيارُكم كُلُّ مُفَتَّنٍ توَّاب ، قيل : فإنْ عاد ؟ قال : يستغفر الله ويتوب ، قيل : فإنْ عاد ؟ قال : يستغفر الله ويتوب ، قيل : فإنْ عاد ؟ قال : يستغفر الله ويتوب ، قيل : حتى متى ؟ قال : حتى يكون الشيطان هو المحسور .
รายงานจากอิบนุอบิดดุนยา จากท่านอะลี อิบนุอบีฏอลิบ กล่าวว่า
"คนที่ประเสริฐยิ่งในหมู่พวกท่าน คือคนที่ประสบวิกฤติ(ด้านความผิดหรือทำความผิดบ่อย)แล้วก็รีบกลับเนื้อกลับตัว"
ท่านอะลีถูกถามว่า "ถ้าเขากลับไปทำความผิดอีกล่ะ ?" ท่านอะลีกล่าวว่า "ก็ให้ขออภัยโทษและเตาบัต"
ท่านอะลีถูกถามว่า "ถ้าเขาทำผิดอีกล่ะ ?" ท่านอะลีตอบว่า "ก็ให้ขออภัยโทษและเตาบัต"
ท่านถูกถามว่า "ถึงไหนล่ะ ?" ท่านอะลีตอบว่า "จนกว่าชัยฏอนมันจะเสียใจ" (หมายถึงตลอดกาล)
وخرَّج ابن ماجه من حديث ابن مسعود مرفوعاً : (( التائبُ مِنَ الذَّنْبِ كَمَنْ لا ذَنبَ لَهُ )) .
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า คนที่เตาบัตตัวจากความผิดชนิดหนึ่งชนิดใด เปรียบเหมือนไม่ได้ทำความผิดเลย
وقيل للحسن : ألا يستحيي أحدُنا من ربه يستغفِرُ من ذنوبه ، ثم يعود ، ثم يستغفر ، ثم يعود ، فقال : ودَّ الشيطانُ لو ظَفِرَ منكم بهذه، فلا تملُّوا من الاستغفار . وروي عنه أنَّه قال : ما أرى هذا إلا من أخلاق المؤمنين ، يعني : أنَّ المؤمن كلما أذنب تاب ، وقد رُوي (( المؤمن مُفَتَّنٌ توَّاب )) . وروي من حديث جابر بإسنادٍ ضعيفٍ مرفوعاً : (( المؤمن واهٍ راقعٌ فسعيدٌ من هلك على رقعه )) .
مُفَتَّنٌ ทำความผิดเสมอ
راقعٌ มีความผิดเยอะ (มีแผลเยอะ)
وقال عمرُ بنُ عبد العزيز في خطبته : من أحسن منكم فليَحْمَدِ الله ، ومن أساء فليستغفر الله وليتب ، فإنَّه لابُدَّ لأقوامٍ من أنْ يعملوا أعمالاً وظَّفها الله في رقابهم ، وكتبها عليهم . وفي رواية أخرى عنه أنَّه قال : أيُّها الناسُ مَنْ ألمَّ بذنبٍ فليستغفرِ الله وليتب ، فإنْ عاد فليستغفر الله وليتب ، فإنْ عادَ فليستغفر الله وليتب ، فإنَّما هي خطايا مطوَّقة في أعناقِ الرجال ، وإنَّ الهلاك كُلَّ الهلاك في الإصرار عليها .
อุมัรอิบนุอับดุลอะซีซ กล่าวในคุฏบะฮฺครั้งหนึ่งว่า “ในหมู่พวกท่าน ใครที่ทำความดีก็จงชุโกรต่ออัลลอฮฺเถิด และใครที่ทำความผิดก็จงขออภัยโทษและเตาบัตเถิด คนบางคนในหมู่พวกท่านจะทำในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้แล้ว” อีกรายงานหนึ่งว่า “โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ใครประพฤติความชั่ว จงขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺและตบัตตัวเถิด และหากเขากลับ(ทำชั่ว)อีก ก็จงเตาบัตอีก แท้จริงความชั่วนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว แท้จริงความหายนะนั้นจะประสบกับคนที่ดื้อกับความผิด(ยืนยันที่จะทำความผิดนั้น)
ومعنى هذا أنَّ العبدَ لابُدَّ أنْ يفعل ما قُدِّرَ عليه من الذنوب كما قال النَّبيُّ : (( كُتِبَ على ابنِ آدم حَظُّهُ من الزنى ، فهو مُدركٌ ذلك لا محالةَ )) . ولكنَّ الله جعل للعبد مخرجاً مما وقع فيه من الذنوب بالتوبة والاستغفار ، فإنْ فعل ، فقد تخلص من شرِّ الذنب ، وإنْ أصرَّ على الذنب ، هلك .
ท่านนบีกล่าวว่า ลูกหลานอาดัมนั้นต้องประสบกับซินา ไม่ว่าจะเป็นตา ปาก มือ ขาหรืออวัยวะเพศ แต่อัลลอฮฺให้ทางออกแก่บ่าวของพระองค์ในความผิดที่ได้กระทำ ถ้าเขาได้เตาบัตตัวแล้วก็จะปลดจากบาปกรรมของความชั่ว แต่ถ้าเขาดื้อก็จะหายนะ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 162 views