ซิกรุลลอฮฺเพื่อลบล้างความผิด, สิ่งไร้สาระ,
- ลบล้างความชั่วทั้งหมดเลยไหม ? ลบล้างบาปใหญ่(กะบีเราะฮฺ)หรือไม่ ?
หะดีษที่ 18
จากอบูซัรรฺ (ญุนดุบ บินญุนาดะฮฺ) และอบูอับดุรเราะฮฺมาน (มุอ๊าซ บินญะบัล) ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา จาก ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
"จงยำเกรงอัลลอฮฺไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี มันย่อมลบล้างได้ และจงคบเพื่อนมนุษย์ด้วยกริยามารยาทที่ดีงาม”
หะดีษนี้บันทึกโดยติรมิซีย์ ซึ่งกล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน และในต้นฉบับบางเล่ม (ของติรมิซีย์) กล่าวว่า เป็นหะดีษหะซันเศาะฮีฮฺ
ความดีที่จะลบล้างความชั่วได้ ทัศนะแรกคือเตาบัต ทัศนะที่สองคือความดีทั่วไป เช่น การเข้ารับอิสลาม, ทำฮัจญฺ, ซิกรุลลอฮฺ ถือศีลอดเดือนรอมฎอน, วันอาชูรออฺ, วันอะเราะฟะฮฺ ฯลฯ
- เรื่องสำคัญที่อิบนุร่อจับได้อธิบายไว้คือ ความดีที่ทำเพื่อลบล้างความชั่วเป็นอย่างไร ? ซึ่งมี 2 ทัศนะคือ 1- เตาบัต 2- ความดีทุกอย่าง -- อิบนุร่อจับไม่ฟันธงว่าทัศนะใดมีน้ำหนัก แต่จะยกหลักฐานสนับสนุนทั้งสองทัศนะ แต่ทัศนะที่สองมีหลักฐานมากกว่า ให้ผู้อ่านพิจารณาเอง
- การวินิจฉัยประเด็นต่างๆ ทางศาสนา การให้น้ำหนักทัศนะ, การเปลี่ยนทัศนะ, เปลี่ยนจุดยืน ? ตย. ประท้วงได้ไหม ?
12.40
หลักฐานที่สนับสนุนทัศนะที่ 2 (ความดีใดๆ ก็สามารถลบล้างความชั่วได้ แม้ว่าจะไม่เตาบัต) -- ต่อ
وفي " الصحيحين " عن أبي هُريرة ، عن النَّبيِّ قال : (( مَنْ صَامَ رمضانَ إيماناً واحتساباً ، غُفِرَ له ما تقدَّم من ذنبه، ومن قام رمضان إيماناً واحتساباً ، غُفِرَ له ما تقدم من ذنبه ، ومَنْ قَام لَيلةَ القدرِ إيماناً واحتساباً ، غُفِرَ له ما تقدَّم من ذنبه )) .
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า "ผู้ใดถือศีลอดรอมฎอนด้วยความศรัทธาและหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากบาปของเขาในอดีต และผู้ใดธำรงรักษาคืนอัลก็อดรฺด้วยความศรัทธามั่นและด้วยความหวังในการตอบแทน เขาจะได้รับการอภัยจากบาปกรรมในอดีต” บันทึกโดยบุคอรียฺและมุสลิม
وفيهما عن أبي هُريرة ، عن النَّبيِّ قال : (( مَنْ حَجَّ هذا البيتَ ، فلم يَرفُثْ ، ولم يَفسُقْ ، خرج من ذنوبه كيوم ولدته أمُّهُ )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ได้ประกอบพิธีฮัจญฺ ณ บัยตุลลอฮฺ โดยไม่พูดเรื่องไร้สาระ และไม่กระทำความชั่วร้าย เขาได้ออกจากความชั่วที่ได้ทำไว้ เสมือนเด็กที่ออกจากมดลูกของมารดา(คือไม่มีบันทึกความชั่วเลย)” บันทึกโดยบุคอรียฺและมุสลิม
وفي " صحيح مسلم " عن عمرو بن العاص ، عن النَّبيِّ قال : (( إنَّ الإسلام يَهدِمُ ما كان قبله ، وإنَّ الهِجرةَ تَهدِمُ ما كان قبلها ، وإنَّ الحجَّ يَهدِمُ ما كانَ قبله )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “อิสลามนั้นจะลบล้างทุกสิ่งในอดีต(ก่อนเข้ารับอิสลาม) และคนที่อพยพ(ฮิจเราะฮฺเพื่อออกจากดินแห่งความชั่วไปยังดินแดนแห่งความดี) ก็จะลบล้างความผิดในอดีต และการทำฮัจญฺนั้นจะลบล้างความผิดที่ผ่านมา”
وفيه من حديث أبي قتادة ، عن النَّبيِّ قال في صوم عاشوراء : (( أحتسبُ على الله أنْ يُكفِّر السنة التي قبله )) ، وقال في صوم يوم عرفة : (( أحتسِبُ على اللهِ أنْ يُكفِّر السنة التي قبله والتي بعده )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีความหวังต่ออัลลอฮฺว่า การถือศีลอดวันอาชุรออฺ จะลบล้างความชั่วตลอดปีที่ผ่านมา” และสำหรับการถือศีลอดวันอะเราะฟะฮฺท่านนบี กล่าวว่า “หวังว่าจะลบล้างความผิดปีก่อนและปีถัดไป”
وخرَّج الإمامُ أحمد من حديث عُقبة بن عامر ، عن النَّبيِّ قال : (( مَثَلُ الذي يعمل السيئاتِ ، ثم يعمل الحسناتِ ، كمثل رجلٍ كانت عليه درع ضيقة قد خنقته ، ثم عَمِلَ حسنة فانفكت حلقة ، ثم عَمِلَ حسنة أخرى ، فانفكت أخرى حتى يخرج إلى الأرض )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “อุปมาบุคคลที่ทำความผิดแล้วทำความดี อุปมัยชายคนหนึ่งได้ใส่เสื้อเกราะที่คับมากจนเกือบจะบีบคอเขา ชายคนนี้ได้ทำความดี ซึ่งกระดุมหรือสิ่งที่รัดเกราะไว้หลวมขึ้น และเมื่อเขาทำความดีอีกครั้งหนึ่ง มันก็ปลดจนหลวมขึ้นอีก จนกระทั่งเขาออกสู่แผ่นดิน (ออกจากความแคบของเสื้อเกราะ)” หมายรวมว่า คนที่ทำความชั่วมันจะกดดัน แต่ความดีจะปลดความกดดัน ทำให้โล่งมากขึ้น
- ผู้ศรัทธาเมื่อทำความดีก็ดีใจ เมื่อทำชั่วก็จะอึดอัดเสียใจ -- ตรวจสอบตัวเองว่าเป็นเช่นนี้ไหม
- ไม่ใช่คนที่จะให้คะแนนความดีแก่เรา อัลลอฮฺต่างหาก
---23.00-----
บางสิ่งที่จะลบล้างความชั่วคือการซิกรุลลอฮฺ
ومما يُكفِّرُ الخطايا ذكرُ الله ، وقد ذكرنا فيما تقدَّم أنَّ النَّبيَّ سُئِلَ عن قول : (( لا إله إلاَّ الله )) أمِنَ الحسنات هي ؟ قالَ : (( هي أحسن الحسنات )) .
ท่านนบี ถูกถามเกี่ยวกับคำกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ” เป็นคะแนนความดีหรือไม่ ท่านนบีกล่าวว่า นี้คือคะแนนความดีที่ดีที่สุด
وفي " الصحيحين " عن أبي هريرة ، عن النَّبيِّ قال : (( من قال : سبحان اللهِ وبحمده في يومه مئة مرة ، حُطَّتْ خطاياه وإنْ كانت مِثلَ زَبَدِ البَحرِ )) . وفيهما عنه ،
ท่านนบี กล่าวว่า “ใครกล่าว ซุบฮานัลลอฮิวะบิฮัมดิฮี ในวันหนึ่ง ร้อยครั้ง, ความชั่วของเขาจะถูกลบล้างหมด แม้มันจะมีปริมาณ(จำนวน)เท่ากับฟองน้ำทะเล”
عن النَّبيِّ قال : (( مَنْ قالَ : لا إله إلا الله وحده لا شَريكَ له ، له الملكُ ، وله الحمدُ يُحيي ويُميت وهو على كلِّ شيءٍ قديرٌ في يوم مئة مرَّة ، كانت له عِدْل عشرِ رقابٍ ، وكتبت له مئةُ حسنةٍ ، ومُحيت عنه مئةُ سيئة ، وكانت له حِرزاً من الشيطان يومَه ذلك حتى يُمسيَ ، ولم يأتِ أحدٌ بأفضَلَ مما جاء به إلا أحدٌ عمل أفضلَ مِنْ ذلك )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “ใครกล่าว ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะฮฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกฺ วะละฮุลฮัมดู ยุหฺยีมะยุมีตุ วะฮุวะอะลากุลลิชัยอิงเกาะดีร หนึ่งวันหนึ่งร้อยครั้ง, เปรียบเสมือนได้ปล่อยทาสสิบคน, ได้ถูกบันทึกความดีหนึ่งร้อยคะแนน, ลบล้างความชั่วหนึ่งร้อยคะแนน และคำพูดนี้จะคุ้มครองเขาจากชัยฏอนตลอดวันจนถึงยามเย็น(กลางคืน), ไม่มีใครจะถือว่าได้นำความดีดีกว่าคนนี้ นอกจากคนที่กล่าวมากกว่า”
وفي " المسند " وكتاب ابن ماجه عن أمِّ هانئ ، عن النَّبيِّ قال : (( لا إله إلا الله لا تترك ذنباً ، ولا يسبقها عمل )) .
...รายงานจากอุมมิฮานิ (ลูกพี่ลูกน้องของท่านนบี) ว่า ท่านนบี กล่าวว่า ลาอิลาหะอิลลัลลอฮฺ มันไม่ปล่อยเลยความชั่วแม้แต่น้อย (คือลบล้างหมด) และไม่มีความดีใดๆ ที่จะนำหน้ามัน(ไม่มีความดีใดยอดเยี่ยมกว่าคำกล่าวนี้”
وخرَّج الترمذيُّ عن أنس ، عن النَّبيِّ : أنَّه مرَّ بشجرةٍ يابسة الورق ، فضربها بعصاه ، فتناثر الوَرَقُ ، فقال : (( إنَّ الحمدَ للهِ ، وسبحان الله ، ولا إله إلاَّ الله ، والله أكبر لتساقط من ذنوبِ العبد كما يتساقط ورقُ هذه الشجرة )) .
ท่านนบี ได้เดินผ่านต้นไม้ที่แห้งแล้ว ท่านนบีได้เอาไม้เท้าตีต้นไม้แล้วใบก็ร่วงลงมา แล้วท่านนบีกล่าวว่า แท้จริง(การกล่าว) อัลฮัมดุลิลลาฮฺ วะซุบฮานัลลอฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร ทำให้ความชั่วของบ่าวทุกคนร่วงลงมา เปรียบเสมือนใบไม้แห้งๆ ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้”
وخرَّجه الإمام أحمد بإسنادٍ صحيح عن أنسٍ : أنَّ رسولَ الله قال : (( إنَّ سبحانَ اللهِ ، والحمد لله ، ولا إله إلا الله ، والله أكبر تَنفُضُ الخطايا كما تنفُضُ الشَّجرةُ ورقَها )) .
ท่านนบี กล่าวว่า “แท้จริง(การกล่าว) ซุบฮานัลลอฮฺ และ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ และ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ และอัลลอฮุอักบัร จะปลดความชั่วของเราเปรียบเสมือนต้นไม้ที่มันผลัดใบออกไป”
والأحاديث في هذا كثيرة جداً يطولُ الكتاب بذكرها . . หะดีษต่างๆที่ยืนยันเนื้อหานี้(การทำความดีลบล้างความชั่ว)มีมากมาย ถ้านำมาทั้งหมดหนังสือเล่มนี้จะเยอะมาก
وسئل الحسن عن رجل لا يتحاشى عن معصية إلا أنَّ لسانه لا يفتر من ذكر الله ، قال : إنَّ ذلك لَعَوْنٌ حَسَنٌ .
อัลหะซัน อัลบัศรี ถูกถามว่า ชายคนหนึ่งไม่ระวังความชั่วเลย (ทำทุกอย่าง) แต่ทว่าชายคนนี้ลิ้นของเขาไม่นิ่งด้วยการซิกรุลลอฮฺอยู่เสมอ ท่านตอบว่า (ถ้าชายนั้นทำอย่างนั้นจริง)นั่นคือสิ่งช่วยเหลือที่ดีที่สุดแล้ว (คือช่วยให้ความชั่วของเขาเบาลง)
وسُئِلَ الإمام أحمد عن رجلٍ اكتسب مالاً من شبهةٍ : صلاتُه وتسبيحُهُ يَحُطُّ عنه شيئاً من ذلك ؟ فقالَ : إنْ صلَّى وسبَّح يريد به ذَلِكَ ، فأرجو ، قالَ الله تعالى : خَلَطُوا عَمَلاً صَالِحاً وَآخَرَ سَيِّئاً عَسَى اللهُ أَنْ يَتُوبَ عَلَيْهِمْ .
อิมามอะหมัดถูกถามว่า คนหนึ่งสะสมเงินจากรายได้ชุบฮัต การละหมาดและซิกรุลลอฮฺของเขาจะลบล้างความชั่วของเขาได้หรือไม่ ท่านตอบว่า การละหมาดและซิกรุลลอฮฺนั้นหวังว่าจะมีผล อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า (--- ตัวอย่างจากท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏ๊อบ ได้ทำความดีตลอดชีวิตเพื่อลบล้างความผิดที่คัดค้านท่านนบีในการทำสัญญาฮุดัยบียะฮฺ----ในซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อัลลอฮฺแบ่งมุนษย์สามประเภทคือ กาฟิรหรือมุนาฟิกชัดเจน,ทำความดีชัดเจนสม่ำเสมอเลื่อมใสต่ออิสลาม, อีกกลุ่มหนึ่งสารภาพว่าทำความชั่ว) “…โดยที่พวกเขาประกอบกรรมดีปะปนไปกับงานที่ชั่ว หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ ผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ” (อัตเตาบะฮฺ 102)
وقال مالكُ بنُ دينارٍ : البكاءُ على الخطيئة يحطُّ الخطايا كما تحطُّ الريحُ الورقَ اليابسَ .
มาลิกอิบนุดีนาร (ตาบิอีน) กล่าวว่า การร้องไห้ต่อความชั่วที่ทำไป มันจะปลดความชั่วเสมือนพายุที่ทำให้ใบไม้ร่วงลงมา
وقال عطاء : من جلس مجلساً من مجالس الذِّكر ، كَفَّر به عشرة مجالس من مجالس الباطل .
ท่านอะฎออฺ (ตาบิอีน) กล่าวว่า ใครที่ไปนั่งร่วมกับมัจญฺลิสแห่งการซิกรุลลอฮฺ(หมายถึง มัจญฺลิสแห่งความรู้ คือรำลึกถึงอัลลอฮฺด้วยความรู้,หรือมัจญฺศึกษาเรื่องหะล้าลหะรอม) มันจะลบล้างสิบมัจญฺลิสที่ไปร่วมกล่าวหรือทำสิ่งไร้สาระ
وقال شويس العدوي - وكان من قدماء التابعين - إنَّ صاحبَ اليمين أمير - أو قال : أمين - على صاحب الشمال ، فإذا عَمِلَ ابنُ آدم سيئة ، فأراد صاحبُ الشمال أنْ يكتبها ، قال له صاحبُ اليمين : لا تَعْجَلْ لعلَّه يعمل حسنة ، فإنْ عَمِلَ حسنةً ، ألقى واحدةً بواحدة ، وكتبت له تسع حسنات ، فيقول الشَّيطانُ : يا وَيلَه من يدرك تضعيف ابن آدم .
عَمِلَ حسنةً، ألقى واحدةً بواحدة، وكتب له تسع حسنات، فيقول الشيطانُ: يا وَيلَه من يدرك تضعيف ابن آدم.
وخرَّج الطبراني (١) بإسنادٍ فيه نظر عن أبي مالك الأشعري عن النبيِّ - صلى الله عليه وسلم - قال: "إذا نام ابنُ آدمَ، قال الملك للشيطان: أعطني صحيفَتك، فيعطيه إيَّاها، فما وجد في صحيفته من حسنةٍ، محى بها عشر سيئات من صحيفة الشيطان، وكتبهن حسناتٍ، فإذا أراد أن ينامَ أحدُكم، فليكبر ثلاثًا وثلاثين تكبيرة ويحمد الله أربعًا وثلاثين تحميدة، وسبح ثلاثًا وثلاثين تسبيحة، فتلك مئة" وهذا غريبٌ منكر.
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 119 views