ตัฟซีรซูเราะฮฺยูนุส 42 (อายะฮฺ 59-60) | 9/9/68

โดย dp6admin
หัวข้อเรื่อง
- ข้อห้ามและข้อใช้ในกุรอานรวมอยูใน "จงทำ - จงอย่าทำ" เรามีหน้าที่ค้นหาว่าอะไรให้เป็นข้อห้าม-ข้อใช้ และปฏิบัติให้สอดคล้องกับคำสอนของพระเจ้า
- "การนอน" เป็น "จงทำหรือจงอย่าทำ" ? นอนอย่างไรให้เป็นอิบาดะฮฺ ?
สถานที่
มุศ็อลลาไวท์แชนแนล
วันที่บรรยาย
18 ร่อบีอุ้ลเอาวัล 1447
วันที่บรรยาย
ความยาว
97.00 นาที
มีวีดีโอ
มี
คลิ้กเพื่อรับฟัง/ดาวน์โหลด (คลิ้กขวา บันทึกเป็น.../Save as...)
รายละเอียด

10:59 จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือซึ่งเครื่องยังชีพที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่พวกท่าน แล้วพวกท่านก็ทำให้บางส่วนเป็นที่ต้องห้าม (หะรอม) และบางส่วนเป็นที่อนุมัติ (หะลาล) จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) อัลลอฮฺทรงอนุมัติให้แก่พวกท่าน หรือพวกท่านปั้นแต่งให้แก่อัลลอฮฺ

- ข้อห้ามและข้อใช้ในกุรอานรวมอยูใน "จงทำ - จงอย่าทำ" เรามีหน้าที่ค้นหาว่าอะไรให้เป็นข้อห้าม-ข้อใช้ และปฏิบัติให้สอดคล้องกับคำสอนของพระเจ้า
- "การนอน" เป็น "จงทำหรือจงอย่าทำ" ? นอนอย่างไรให้เป็นอิบาดะฮฺ ?

قُلْ إِنَّ صَلَاتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ ‎﴿١٦٢﴾‏ 
لَا شَرِيكَ لَهُ ۖ وَبِذَٰلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا أَوَّلُ الْمُسْلِمِينَ ‎﴿١٦٣﴾‏

6:162-3 จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า แท้จริงการละหมาดของฉัน และการอิบาดะฮฺของฉัน และการมีชีวิตของฉัน และการตายของฉันนั้น เพื่ออัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกเท่านั้น 
 ไม่มีภาคีใด ๆ แก่พระองค์ และด้วยสิ่งนั้นแหละข้าพระองค์ถูกใช้ และข้าพระองค์คือคนแรกในหมู่ผู้สวามิภักดิ์ทั้งหลาย

نُسُك - นุสุก - คือ อิบาดะฮฺ
- ทุกสิ่งในชีวิตมีเป้าหมายเพื่ออัลลอฮฺ (เป้าประสงค์หลัก) เรียน - ทำงาน - ก็เพื่ออัลลอฮฺ (เป้าประสงค์รอง)

- ข้อห้าม ข้อใช้ - หะล้าล หะรอม
- มักรูหฺ - กะริหะ
(โกรธ, ไม่ชอบ, เกลียด) ไม่หะรอมห - เป็นนิยามของนักนิติศาสตร์รุ่นหลัง แต่ในภาษาของกุรอานก็คือ "หะรอม"

كُلُّ ذَٰلِكَ كَانَ سَيِّئُهُ عِندَ رَبِّكَ مَكْرُوهًا
17:38 ทั้งหมดนั้น ความเลวของมันเป็นที่รังเกียจยิ่ง ณ พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า

นิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮฺ) มี 2 สำนักหลักๆ ในการตีความ
- มัซฮับฮานาฟี ดูตัวบทก่อนแล้วจึงตั้งหลักการ
- มัซฮับชาฟิอี ตั้งหลักการก่อน แล้วตีความตัวบท

เช่น มักรูหฺ
- มัซฮับชาฟิอี ตั้งหลักการไว้ว่า มักรุหฺ คือ "สิ่งที่ไม่ใช่หะรอมเด็ดขาด" จึงใกล้เคียงกับมุบาหฺ/หะล้าล มากกว่า แสดงว่า มักรูหฺคือสิ่งน่าเกลียด แต่ทำได้
- มัซฮับฮานาฟี แบ่งเป็น 2 ประเภท
1- มักรูหฺตะหฺรีมัน مكروه تحريمًا - มักรูหฺเชิงห้ามเด็ดขาด มีสถานะเหมือนหะรอม แต่ไม่มีหลักฐานห้ามเด็ดขาด
2- มักรูหฺตันซีหฺ مكروه تنزيهاً  - มักรูหฺไม่เด็ดขาด ทิ้งดีกว่า

- บทบัญญัติ หะล้าล-หะรอม มาจากอัลลอฮฺเท่านั้น
- การสับสนในเรื่องข้อใช้ข้อห้าม มักเกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น ห็นคนส่วนใหญ่ทำกัน ก็เข้าใจว่าหะล้าล, เห็นพ่อแม่ทำ ก็คิดว่าเป็นศาสนา, เห็นคนส่วนใหญ่ไม่ทัน ก็เข้าใจว่าหะรอม ฯลฯ 
- ตัวอย่าง เวลาที่ห้ามละหมาด ? จะละหมาดตะฮิยะตุ้ลมัสยิดได้ไหม ?

- มุสลิมเชื่อฟังอัลลอฮฺเท่านั้น เชื่อฟังมนุษย์ก็ต่อเมื่อไม่ขัดกับบทบัญญัติศาสนา
เมื่อไหร่ต้องฮิจเราะฮฺ ? - อยู่ในที่ๆ ไม่สามารถดำรงหลักการศาสนาได้ ต้องฮิจเราะฮฺ เช่น ในวงนินทา - ลุกออกมา, ถ้าไม่ได้ก็ ฮิจเราะฮฺนัฟซียะฮฺ
- สังคมฟิรเอาน์ - สึงคมที่มีผู้ออกบทบัญญัติแทนอัลลอฮฺ อัลกุรอานและหะดีษยกต้องอย่าง ภรรยาฟิรเอาน์และหญิงหวีผม (มะชีเฏาะฮฺ), คนในตระกูลฟิรเอาน์ที่ศรัทธาต่อนบีมูซาแต่ต้องปกปิด

 وَمَا ظَنُّ الَّذِينَ يَفْتَرُونَ عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ۗ إِنَّ اللَّهَ لَذُو فَضْلٍ عَلَى النَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكْثَرَهُمْ لَا يَشْكُرُونَ ‎﴿٦٠﴾
10:60 และบรรดาผู้ที่ปั้นแต่งความเท็จให้แก่อัลลอฮฺจะนึกคิดอย่างไรในวันกิยามะฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้มีบุญคุณต่อมนุษย์ แต่ว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาไม่ขอบคุณ
 

 

WCimage
ตัฟซีรซูเราะฮฺยูนุส 42