สู่อีหม่านที่มั่นคง
ตอนที่ 69 ต้องต่อต้านผู้ที่ต่อต้านหนทางของอัลลอฮฺ
พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทั้งหลายครับ อัสสลามุอลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ
อัลกุรอานได้เตือนบรรดาผู้ศรัทธามิให้เป็นบุคคลที่ขัดขวางสัจธรรม ไม่ให้เป็นบุคคลที่ยืนบนแนวทางอันเที่ยงธรรมของศาสนาแห่งสัจธรรมแล้วพยายามขับไล่หรือเรียกร้องให้ผู้อื่นนั้นออกห่างจากทางของสัจธรรม แต่ศาสนาต้องการให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง มีบทบาทในการเรียกร้องสู่อีหม่าน เรียกร้องสู่ความจริงและสัจธรรม ให้มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการเผยแผ่หลักการของศาสนา จริยธรรมและคำสั่งสอนต่างๆ ที่มีในอัลกุรอานและซุนนะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และถือว่าเป็นเป้าหมายของอัลอีหม่าน เป้าหมายของความศรัทธานั้นจำเป็นต้องมีบทบาทในการเรียกร้องสู่ความดี ห้ามปรามความชั่วร้าย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงกล่าวไว้ว่า
وَالْعَصْرِ إِنَّ الْإِنْسَانَ لَفِي خُسْرٍ إِلَّا الَّذِينَ آمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ وَتَوَاصَوْا بِالْحَقِّ وَتَوَاصَوْا بِالصَّبْرِ [العصر:1-3]
ความว่า “ขอสาบานด้วยกาลเวลา แท้จริงมนุษย์นั้นอยู่ในการขาดทุน เว้นแต่บรรดาผู้ที่ศรัทธาและปฏิบัติการงานที่ดีงามต่างๆ และสั่งใช้กันในสัจธรรม และสั่งใช้กันในความอดทน” (อัลอัศร์ อายะฮฺที่ 1-3)
อัลลอฮฺสาบานด้วยเวลาว่ามนุษย์นั้นอยู่ในการขาดทุนเสมอยกเว้นบรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดี อะมัลศอลิห์ และมีการตักเตือนซึ่งกันและกันในสัจธรรมและมีการตักเตือนกันให้มีความอดทน การตักเตือนในสัจธรรมเป็นเงื่อนไขสำคัญของลักษณะที่อีหม่านที่มีกำไรและไม่ขาดทุน เพราะหากว่ามุอฺมินนั้นไม่ทำหน้าที่ในการตักเตือนผู้ศรัทธาซึ่งกันและกัน คุณสมบัติของมุอฺมินีนที่มีคุณค่า ที่มีบทบาท ที่เป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงและปราบปรามความชั่วมิให้เกิดขึ้น คุณสมบัติตรงนี้ก็จะขาดจากมุอฺมินจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มุอฺมินนั้นขาดคุณลักษณะสำคัญของบุคคลที่ต้องมีบทบาทและผลงานในสังคม และนั่นคือมุอฺมินที่ศาสนาต้องการให้มีอยู่ในสังคม
แต่สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธ ผู้ต่อต้านและไม่เห็นด้วยต่อสัจธรรม บรรดาผู้ที่พยายามขัดขวางแนวทางของสัจธรรมนั้นก็ถูกตำหนิในอัลกุรอานตลอดการ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ถือว่าเป็นลักษณะหรือพฤติกรรมของผู้ปฏิเสธ ผู้หลงผิด นั่นคือการขัดขวางแนวทางของอัลลอฮฺ
إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا وَصَدُّوا عَن سَبِيلِ اللَّهِ قَدْ ضَلُّوا ضَلَالًا بَعِيدًا (167)
ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางผู้อื่นจากหนทางของอัลลอฮฺนั้น พวกเขาได้หลงผิดจากหนทางของอัลลอฮฺไปไกลลิบ” (อันนิซาอฺ อายะฮฺที่ 167)
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธและมีพฤติกรรมเช่นนี้อัลลอฮฺบอกว่าพวกเขาจะได้รับการทรมานอย่างเจ็บปวด
الَّذِينَ كَفَرُوا وَصَدُّوا عَن سَبِيلِ اللَّهِ زِدْنَاهُمْ عَذَابًا فَوْقَ الْعَذَابِ... (88)
ความว่า “บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺนั้น เราจะเพิ่มการทรมาน การลงโทษพวกเขา (ในวันกิยามะฮ์)...” (ส่วนหนึ่งจากอายะฮฺที่ 88 ซูเราะตุนนะหลฺ)
และผลงานหรือการงานของบรรดาผู้ขัดขวางแนวทางของอัลลอฮฺนั้นจะถือว่าไร้ผล ไร้การตอบแทนในปรโลก ดังที่อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า
الَّذِينَ كَفَرُوا وَصَدُّوا عَنْ سَبِيلِ اللَّهِ أَضَلَّ أَعْمالَهُمْ
ความว่า “บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺนั้น อัลลอฮฺจะทำให้การงานของพวกเขาจะไร้ผล (ไร้การตอบแทน)” (มุฮัมมัด อายะฮฺที่ 1)
และพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا وَصَدُّوا عَن سَبِيلِ اللَّهِ ثُمَّ مَاتُوا وَهُمْ كُفَّارٌ فَلَن يَغْفِرَ اللَّهُ لَهُمْ
ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขาตายลงในสภาพของผู้ปฏิเสธนั้น อัลลอฮฺจะไม่อภัยโทษให้พวกเขาเป็นอันขาด” (มุฮัมมัด อายะฮฺที่ 34)
การที่ขัดขวางหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้นหมายถึงความพยายามสร้างสถานการณ์ให้ผู้อื่นนั้นไม่สามารถหรือไม่อยากที่จะศรัทธา ที่จะเข้ามายึดในแนวทางของอัลลอฮฺ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้คนนั้นเมื่อได้พบเห็นแนวทางของอัลลอฮฺ ก็จะออกห่าง หันห่างจากแนวทางของพระองค์ เมื่อผลกระทบจากพฤติกรรมของผู้ปฏิเสธหรือผู้สับปลับ บิดพลิ้ว ส่งผลกระทบเช่นนี้ในสังคม นั่นแสดงว่าการขัดขวางแนวทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา การที่ขับไล่ผู้อื่นไม่ให้อยู่บนแนวทางของอัลลอฮฺนั้น เมื่อเกิดขึ้นเช่นนี้แสดงว่าบรรดาผู้ศรัทธาต้องมีบทบาท มีหน้าที่ในการต่อต้านบุคคลที่ขัดขวางสัจธรรม ความดีและหลักการศาสนาอัลอิสลาม
หลักการศาสนาอิสลามไม่ได้ต้องการการปฏิบัติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการสนับสนุนด้วย และต้องการผู้ต่อสู้เพื่อให้หลักการอัลอิสลามนั้นยังคงสูงส่ง คนที่อยู่ในสังคมเมื่อเห็นความดีแล้วไม่พอใจและจะทำทุกวิถีทางให้ความดีนั้นสิ้นสุด หมดสิ้นจากสังคมนั้นถือเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคม บุคคลที่ไม่ต้องการให้สังคมมีคุณธรรมความดี มีจริยธรรม ย่อมเป็นบุคคลที่ต้องถูกต่อต้าน เป็นบุคคลที่บรรดาผู้ศรัทธาต้องร่วมมือต่อต้านเขา มิเช่นนั้น หากว่าบรรดาผู้ศรัทธาเห็นคนที่ขัดขวางความดี ขัดขวางสัจธรรม แต่ไม่ยอมที่จะมีบทบาทในการต่อต้านบุคคลเหล่านั้นก็จะถือว่าสังคมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือส่วนร่วมในการสนับสนุนบุคคลเหล่านั้นที่ขัดขวางสัจธรรม เปรียบเสมือนคนที่มีอำนาจหรือมีความสามารถในการต่อต้าน ในการขับไล่โจรคนหนึ่งที่เข้ามาปล้น มาขโมยของชาวบ้าน เมื่อเขาเห็นคนชั่วร้ายคนนี้เข้ามาทำลาย มาทำร้าย มาปล้นทรัพย์สินของชาวบ้าน แต่เขากลับไม่มีบทบาทหรือไม่แสดงอาการในการต่อต้านโจรคนนี้ เขาเอาแต่นั่งมอง คอยดูว่าโจรจะทำอะไร ขโมยอะไร ทำอย่างไรกับทรัพย์สินของชาวบ้าน เขาได้แต่ดูอย่างเดียว คนเหล่านี้แน่นอนว่าไม่มีจิตสำนึก ไม่มีจุดยืนในหลักการของความศรัทธา เพราะถ้าหากว่าเป็นผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านมีศรัทธาอย่างมั่นคง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนเลวร้ายมามีบทบาทหรือหน้าที่ในการขัดขวางสัจธรรมความดี อัลลอฮฺสอนให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นมีบทบาทในการที่จะต่อต้านบุคคลที่ขัดขวางแนวทางของอัลลอฮฺ และไม่หมดกำลังใจต่อผู้ที่ขัดขวางสัจธรรม และให้บรรดาผู้ศรัทธานั้นพยายามอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง และต่อต้านผู้ที่ต่อต้านแนวทางที่ถูกต้อง
มีหลายอายะฮฺในอัลกุรอานที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตำหนิบรรดามุนาฟิกีนผู้สับปลับ ผู้บิดพลิ้ว ว่าพวกเขามีลักษณะ มีพฤติกรรมที่จะขัดขวางสัจธรรม และนำอีหม่านหรือความศรัทธามาเป็นฉากบังหน้า
اتَّخَذُوا أَيْمَانَهُمْ جُنَّةً فَصَدُّوا عَن سَبِيلِ اللَّهِ ۚ إِنَّهُمْ سَاءَ مَا كَانُوا يَعْمَلُونَ
ความว่า “พวกเขาได้ยึดเอาการบาน (เรื่องความศรัทธา) ของพวกเขาเป็นโล่ห์กำบัง แล้วก็ขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮฺ แท้จริงสิ่งที่พวกเข้าได้กระทำนั้นช่างชั่วช้าจริงๆ” (อัลมุนาฟิกูน อายะฮฺที่ 2)
บรรดามุนาฟิกจะยึดเอาอีหม่านเป็นฉากบังหน้า เป็นสิ่งที่หลอกลวงชาวบ้าน และพวกเขาจะขัดขวางแนวทางของอัลลอฮฺ นั่นคือพฤติกรรมอันเลวร้ายของพวกเขา ดังนั้นการที่มุอฺมินจะพยายามยืนหยัดในคุณลักษณะของบรรดาผู้ศรัทธา ไม่ถือว่าพอเพียงที่จะมีการกระทำที่ดี ไม่พอเพียงที่จะเรียกร้องให้ผู้อื่นกระทำความดี แต่จำเป็นที่จะต้องต่อต้าน ต่อสู้กับคนร้าย คนเลว คนชั่วที่ต้องการขัดขวางแนวทางแห่งอัลอีหม่าน ความสมบูรณ์ของอีหม่านของมุอฺมินที่มีอีหม่านที่มั่นคงจะขึ้นอยู่กับบทบาทของเขาในการต่อต้านความเท็จ ความชั่วร้าย ในการต่อต้านบุคคลที่ตั้งตนเป็นผู้ขัดขวางความดีและสัจธรรม
เราจะสังเกตเห็นในสังคมของเราว่าบุคคลที่ทำความดีสังคมจะยกย่อง บุคลที่เรียกร้องให้ทำความดีสังคมก็ยกย่อง แต่บุคคลที่มีบทบาทในการปราบปรามความชั่ว ก็จะได้รับการยกย่องในสังคมอย่างมหาศาลมากกว่าคนอื่นที่เพียงทำแค่ความดีหรือเรียกร้องให้กระทำความดี เช่น เห็นคนที่ปราบปรามอิทธิพล ต่อต้านอิทธิพล พยายามขับไล่อิทธิพลไม่ให้มีบทบาทในสังคม ให้สังคมได้ปฏิบัติตัวตามกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างบางคนที่มีตำแหน่งมีอิทธิพล บุคคลที่พยายามปราบปรามอำนาจของบุคคลในสังคมที่อยากจะให้คนหนึ่งคนใดเหนือกว่าคนอื่นซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ ขัดกับกฎหมาย คนเหล่านี้ก็จะได้รับการสรรเสริญจากสังคมจนเห็นว่าเป็นวีรบุรุษที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นนั้นทำไม่ได้
นั่นคือสิ่งที่สังคมต้องการในทุกเมื่อทุกสถานการณ์ คือการปราบปรามอิทธิพล ปราบปรามบุคคลที่มีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น โดยปราศจากกฎหมายหรือบทบัญญัติรับรอง บุคคลที่จะทำตัวเหนือกว่าบทบัญญัติ นึกว่าตนเองนั้นเหนือกว่าบรรดาผู้ศรัทธา บุคคลที่นึกว่าจะทำอะไรก็ได้เพราะไม่มีใครจะตำหนิเขา ไม่มีใครจะลงโทษเขา บุคคลเหล่านั้นต้องถูกปราบปราม ต้องถูกต่อต้านจากสังคมมุสลิม และนั่นคืออีหม่านอันสมบูรณ์สำหรับบรรดาผู้ศรัทธา และเป็นบทบาทสำคัญที่เราต้องปฏิบัติ
วัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ
เรียบเรียงจาก สู่อีมานที่มั่นคง ครั้งที่ 67, ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี
ผู้เรียบเรียง อบูซัยฟุลลอฮฺ
- Printer-friendly version
- Log in to post comments
- 149 views